Market Wrap-Up
- SET วันที่ 6 มี.ค.69 ปิด -6.92 จุด อยู่ที่ 1,410.37 จุด มูลค่าการซื้อขาย 62,899 ลบ.ลบ. ต่างขาติขาย 6,629 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 957 ลบ. สถาบันซื้อ 2,866 ลบ. และรายย่อยซื้อ 4,721 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 6,031 ลบ. ซื้อ PTT,PTTGC,STA,STGT,MTC และขาย AOT,SCB,DELTA,KTB,KBANK มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,406 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น JAPAN1001,MEGA,BCP โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 3,950 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 3,325 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,809 ลบ.
Market View
- DJIA -0.95%, S&P500 -1.33%, Nasdaq -1.59% จากแรงขายกลุ่มธนาคาร -2.03%, สายการบิน -4.07% หลังราคาน้ำมันดิบ WTI +12%, Brent +8.5% จากสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุช ส่งผลให้เฟดอาจจะยังไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ในเร็วๆ นี้ กอปรกับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.พ. ลดลง 92,000 & คาดจะเพิ่มขึ้น 53,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานปรับขึ้นอยู่ที่ 4% สาเหตุมาจากการหยุดงานของพนักงงานในภาคบริการสุขภาพ และฤดูหนาวที่รุนแรง โดย DJIA -3.01%, S&P500 -2.02%, Nasdaq -1.24% WoW จากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ สัปดาห์นี้วันพุธติดตาม US CPI ก.พ. คาด 2.5% & ม.ค. 2.4% YoY และวันศุกร์ US GDP Q4/68 คาด +1.4% QoQ , US PCE ม.ค. ที่ดัชนีที่เฟดใช้วัดเงินเฟ้อ รวมถึงข่าว Blackrock จำกัดการถอนเงินลงทุนจากกองทุน HLEND (Private Credit) ซึ่งอาจมีปัญหาขาดสภาพคล่อง
- Stoxx600 ยุโรป -1.20% และ -5.5% WoW นำโดยดัชนี IBEX สเปน -7.0% WoW ลดลงมากสุดในรอบ 4 ปี จากแรงขายหุ้นธนาคาร -1.7%, บริการสุขภาพ -1.6% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +0.8%, กลาโหม +1% หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุช ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent +8.5% WoW โดยยุโรปจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน & ก๊าซจากตะวันออกกลาง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจก่อให้เกิดภาวะ Stagflation สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูล CPI เยอรมัน, ฝรั่งเศส ก.พ.
- MSCI Asia Pacific X Japan -6.3% WoW นำโดย Kospi เกาหลีใต้ -10.5%, นิเกอิ -5.5% WoW เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางคิดเป็น 75% และ 70% ตามลำดับ ซึ่งอาจส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.9% WoW ถูกกระทบจากน้อยกว่า เนื่องจากจีนนำเข้าน้ำมัน & ก๊าซ LNG จากตะวันออกกลางคิดเป็น 40% และ 30% ตามลำดับ ส่วนผลการประชุม NPC จีนได้ปรับลดเป้าหมาย GDP จีนปีนี้ลงอยู่ที่ 5 – 5.0% โดยจีนจะมุ่งเน้นการพัฒนาอุต ฯ High Tech, วิฉัยทางวิทยาศาสตร์ และ ม.กระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูล CPI, PPI, ส่งออก - นำเข้าจีน ก.พ.
- SET -7.71% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 1 แสน ลบ. +2.45% WoW ต่างชาติขาย 12,503 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 12,906 ลบ. สถาบันขาย 9,531 ลบ. และรายย่อยซื้อ 34,940 ลบ. WoW โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงชายหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว, ปิโตรเคมี , รพ., และรับเหมาก่อสร้าง หลังสหรัฐ – อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้กลับด้วยการโจมตีกลับอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง รวมถึงประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุชที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน & ก๊าซคิดเป็น 20% ของอุปทานน้ำมันตลาดโลก ซึ่งผลกระทบลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากต้องพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 80% โดยประเทศไทยพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางคิดเป็น 58% ของอุปสงค์ในประเทศ ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดมีแนวโน้มยืดเยื้อ หลังอิสราเอลได้โจมตีคลังน้ำมันของอิหร่าน และอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงกลั่นน้ำทะเลในบาห์เรน, โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและท่าเรือหลายแห่งใน UAE, ซาอุฯ, กาตาร์, โอมาน และจอร์แดน ส่งผลให้เกิดภาวะ Regional War เต็มรูปแบบ และ WTI Futures เช้านี้ +17% อยู่ที่ $107.9 /บาร์เรล ซึ่งส่งผลลบต่อภาวะเศรษฐกิจไทยเพราะมีสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันสุทธิสูงถึง 4.7% ต่อ GDP และทุกการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน 10% จะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดไทยลดลงราว 0.5% ของ GDP สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดสภา ฯ และเลือก ปธ.สภาผู้แทนฯ
Daily Strategy
- ดัชนี SET เช้านี้มีโอกาสปรับลดลงสู่ระดับ 1,320 – 1,340 ถูกกดดันจากราคาน้ำมัน WTI Futures เช้านี้ปรับขึ้นอยู่ที่ $108/บาร์เรล และ Dow Jones Futures เช้านี้ -1.78% และดัชนีนิเกอิ , Kospi ลดลง -6% กว่า ซึงทาง สศช.คาดหากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตได้เพียง 1.3% แนะนำ Wait & See หรือเก็งกำไร PTTEP, BCP ,BCPG, BBGI
- BCPG* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.95 บาท) รายงานกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 728 ล้านบาท +16%QoQ, +344%YoY หนุนจากการรับรู้ผลประกอบการของโรงไฟฟ้า Monsoon เข้ามาเต็มไตรมาส รวมถึงเป็นช่วง high season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม ช่วยชดเชยกลุ่มโรงไฟฟ้า Hydro ในลาวและโรงไฟฟ้า Gas ในสหรัฐฯ ที่เข้าช่วง low season ไปได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 68 อยู่ที่ 855 ล้านบาท -53%YoY ส่วน outlook ในงวด 1Q69 คาดกำไรปกติอาจจะชะลอตัว QoQ เพราะจะเป็น low season ของ Wind และ Hydro ในลาว แต่ YoY จะเติบโตขึ้นจากที่ปีก่อน Wind ในลาวยังไม่เริ่มเปิดดำเนินการและโรงไฟฟ้า Gas ในสหรัฐฯ มีค่าความพร้อมจ่าย CP ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามการเติบโตของธุรกิจ Data center ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 13 พันล้านบาท +149%YoY และ 2.46 พันล้านบาท +16%YoY ตามลำดับ
TFM* (ทะยอยซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.48 บาท) กำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 184 ลบ. (+22%YoY, -17%QoQ) การอ่อนตัว QoQ เป็นไปตามผลกระทบตามฤดูกาล ขณะที่ภาพ YoY สามารถเติบโตได้ดีหนุนจากยอดขายอาหารกุ้งและอาหารปลากะพงในประเทศ ส่วนการดำเนินงานปกติช่วง 1Q69 คาดว่า QoQ จะอ่อนตัวตามฤดูกาลต่อ แต่ YoY ยังจะเติบโตได้ และภาพรวมปี69 เห็นการเติบโตจากการแย่งส่วนแบ่งการตลาดในประเทศ รวมถึงการขยายตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิของ TFM ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 788 ลบ.(+7%YoY) และ 891 ลบ.(+13%YoY) มี Dividend Yield สูงที่ 9-10% ต่อปี เป็นหุ้นกึ่ง Defensive ป้องกันความผันผวนของตลาด
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI เม.ย. +$9.89 อยู่ที่ $90.90 / บาร์เรล, Brent พ.ค. +$7.28 อยู่ที่ $92.69/บาร์เรล สัปดาห์ที่ผ่านมา WTI +35.6%, Brent +28.3% WoW หลัง รมว.พลังงานกาตาร์เผยอาจต้องหยุดผลิตจากภาวะสุดวิสัย ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นไปที่ $150/บาร์เรล และการปิดช่องแคบฮอร์มุชส่งผลให้น้ำมันดิบหายไปจากตลาดราว 140 ล.บาร์เรล คิดเป็น 1.4 วันของความต้องการใช้ทั่วโลก ล่าสุดเช้านี้ WTI Futures +18% อยู่ที่ $108.8/บาร์เรล หลังอิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันของอิหร่าน
Gold Update(+)Comex Gold เม.ย.+$80.00 อยู่ที่ $5,158.70 /ออนซ์ หลัง ก.แรงงานสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.พ.ลดลง 92,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ Dollar Index อ่อนค่า -0.34% อยู่ที่ 98.982 กอปรกับทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ขายสุทธิ -277.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -393.34 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ +131.99 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -16.03 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 32.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.183 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -128 จุด อยู่ที่ 2,010
(-) BitCoin เช้านี้ -1.22% อยู่ที่ 66,378 ดอลลาร์สหรัฐ
(0)CPI จีน ก.พ. คาด 0.9% & ม.ค. 0.2% YoY, PPI จีน ก.พ. คาด -1.1% & ม.ค. -1.4% YoY
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่2 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน
ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์
ต่างประเทศ
10 มี.ค. US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) (ก.พ.)
11 มี.ค. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ก.พ.)
12 มี.ค. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
13 มี.ค. US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index (ม.ค.)
US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (ม.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio March 2026: TFM*, CRC, GPSC*, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th