Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

63

 

 

หวังเดินหน้าต่อ ท่ามกลางความผันผวน

 

HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดย WTI วิ่งขึ้นไปยืนเหนือ 81เหรียญฯ/บาเรล ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย ทำให้การสู้รบเข้าสู่วันที่ 6 แล้ว โดยล่าสุดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบจะเป็นศูนย์
• ในฝั่งของจีนยังมีความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ หลังรัฐบาลจีนประกาศปรับเป้าหมาย GDP GROWTH ปี 2026 ลดลงเหลือ 4.5% - 5% ซึ่งถือเป็นการลดเป้าครั้งแรกตั้งแต่ปี 2023 และต่ำสุดตั้งแต่ปี 1991 ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจเติบโตช้าลงและการขึ้นเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโมเดลแบบเดิมเริ่มมีปัญหา

REGION RADAR
• COSTCO (COST US) รายได้รวมอยู่ที่ $6.96 หมื่นล้าน +9% YOY(สูงกว่าคาด 0.5%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $4.58 +14% YOY (สูงกว่าคาด 0.7%) โดยได้แรงหนุนจากยอดขายสาขาเดิม (SAME-STORESALES) เพิ่มขึ้น 6.7% YOY
• BILIBILI (9626 HK) รายได้รวมอยู่ที่ 8.3 พันล้านหยวน +8% YOY(สูงกว่าคาด 2%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 1.94 หยวน +81% YOY (สูงกว่าคาด 6%) หนุนจากรายได้จากธุรกิจโฆษณาที่มีอัตรากำไรสูงมีการเติบโตแตะระดับ 3 พันล้านหยวน


THAI FOCUS
•สหรัฐฯ เตรียมใช้ภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 15% ภายในสัปดาห์นี้มุมมองต่อไทย เป็นข่าวดีในเชิงเปรียบเทียบ เพราะเดิมไทยเสี่ยงโดนเพดานภาษีสูงถึง19% การปรับมาอยู่ที่ 15% จึงถือว่าเบาลง
• อีกทั้งศาลการค้าระหว่างประเทศ (CIT) สั่งให้สหรัฐฯ คืนเงินภาษีพร้อมดอกเบี้ยกว่า 1.3 แสนล้านเหรียญฯ แก่ผู้นำเข้า กดดันให้DOLLAR INDEX อ่อนค่า ส่งผลให้ ค่าเงินบาทแข็งค่า และอาจดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FLOW) ให้ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย



SYNAPSE STRATEGY

• ในมุมการลงทุน ดอกเบี้ยที่ยืนระดับต่ำ 1% หวังเม็ดเงินจากตลาดเงิน และตลาดตราสารหนี้ทยอยเข้ามาหลอเลี้ยงตลาดหุ้นไทยบ้าง?สังเกตปัจจุบันขนาดตลาดตราสารหนี้ไทยใหญ่กว่าตลาดหุ้น ตลาดหุ้นไทยมีปันผลสูงกว่าผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ราว 1.9%
• มีหุ้นหลายบริษัทที่มี CREDIT RATING จ่ายปันผลสูงกว่าดอกเบี้ยระยะยาว (3-5 ปี) หนุนเม็ดเงินบางส่วนน่าสลับมาซื้อหุ้นมากขึ้น อาทิADVANC, GULF, SCB, CPALL, CPAXT, CRC, BEM, SCGP,BANPU, CENTEL ฯลฯ (บางบริษัทรวมปันผลพิเศษ)

HORIZON MARKET VIEW
แรงกดดันยังคุกรุ่น
วานนี้ ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดย WTI วิ่งขึ้นไปยืนเหนือ 81 เหรียญฯ/บาเรล ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย ทำให้การสู้รบเข้าสู่วันที่ 6 แล้ว โดยล่าสุดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบจะเป็นศูนย์

ในฝั่งของจีนยังมีความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ หลังรัฐบาลจีนประกาศปรับเป้าหมาย GDP GRWOTHปี 2026 ลดลงเหลือ 4.5% -5% ซึ่งถือเป็นการลดเป้าครั้งแรกตั้งแต่ปี 2023และต่ำสุดตั้งแต่ปี 1991 ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจเติบโตช้าลงและการขึ้นเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโมเดลแบบเดิมเริ่มมีปัญหาทั้งนี้มาตรการกระตุ้นผู้บริโภคยังน้อยมาก ทำให้การใช้จ่ายยังอ่อนแรง อีกทั้งภาคอสังหาฯ ยังไม่ฟื้น กำลังสร้างปัญหาความมั่งคั่งต่อครัวเรือน พร้อมกันนี้ยังมีปัญหาหนี้สาธารณะสูง ทำให้จีนใม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เหมือนกับปี 2008 ได้อีก นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการถูกกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯสำหรับแนวทางการเดินหน้านโยบายของรัฐบาลจีน กำลังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี AI และการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่มากกว่าการผลักดันภาคการบริโภค

 

REGION RADAR
COSTCO รายงานผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง
COSTCO (COST US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2026 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ $6.96 หมื่นล้าน +9% YOY (สูงกว่าคาด 0.5%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ $4.58 +14% YOY (สูงกว่าคาด 0.7%) โดยได้แรงหนุนจากยอดขายสาขาเดิม (SAME-STORE SALES) เพิ่มขึ้น 6.7% YOY แนวโน้มรายได้
ในไตรมาส 3 ปีบัญชี 2026 ดูดีต่อ หนุนจากยอดขายสาขาเดิมของบริษัทเพิ่มขึ้น 7.9% ในเดือนกุมภาพันธ์, 7.1%ในเดือนมกราคม และ 7%

BILIBILI งบออกมาดีกว่าคาด เตรียมโตต่อในปีนี้
BILIBILI (9626 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมาสูงกว่าคาด โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 8.3 พันล้านหยวน +8% YOY (สูงกว่าคาด 2%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 1.94 หยวน +81% YOY (สูงกว่าคาด 6%) หนุนจากรายได้จากธุรกิจโฆษณาที่มีอัตรากำไรสูงมีการเติบโตแตะระดับ 3 พันล้านหยวน อีกทั้งรายได้จากธุรกิจเกมเติบโต 60%YOY

THAI FOCUS
ภาษี TRUMP 15% และจุดเปลี่ยนเงินเฟ้อไทย
แม้ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีRECIPROCAL TARIFF ไปก่อนหน้านี้ แต่อัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯจะกลับมาในไม่ช้า โดยสหรัฐฯ เตรียมงัดมาตรการใหม่ใช้เพื่อรีดภาษีนำเข้าจากทั่วโลก(GLOBAL TARIFF) ในอัตรา 15% ภายในสัปดาห์นี้อย่างไรก็ตามในมุมไทย ถือว่าผ่อนคลาลง เนื่องจากเดิมถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ต้องเผชิญเพดานภาษีระดับสูงราว 19% อีกทั้งต้นเดือน มี.ค. 2569 ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (CIT) ได้มีคำสั่งเด็ดขาดให้หน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯ (CBP) ต้องดำเนินการคืนเงินภาษีพร้อมดอกเบี้ย ให้แก่ผู้นำเข้าและภาคธุรกิจ ซึ่งเม็ดเงินที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องคืนสูงถึง 1.3 แสนล้านเหรียญฯผลกระทบต่อตลาดการเงินจะหนุนให้ DOLLAR INDEX อ่อนค่า ตามกลไกหนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง และลุ้นเป็นปัจจัยให้ FLOW ต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไปได้

ส่วนอีก 1 ประเด็นที่ควรทราบ คือ วานนี้มีประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของไทยในเดือน ก.พ.2569 หดตัวที่ -0.88%YOY(ต่ำคาด) ซึ่งถือเป็นการติดลบต่อเนื่องลากยาวมาถึง 11 เดือน สาเหตุมาจากมาตรการอุดหนุนราคาพลังงานของภาครัฐ และกำลังซื้อในประเทศที่เปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่ในระยะถัดไป คาดว่า CPI ของไทยจะเริ่มทยอยปรับตัวสูงขึ้น เหตุเพราะฐานของ CPI INDEX ปีที่แล้วอยู่ในระดับต่ำมากประกอบกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น หากเกิด SUPPLY SHOCK ในตลาดพลังงาน ต้นทุนค่าขนส่งและวัตถุดิบจะพุ่งทะยาน ทำให้ผู้ประกอบการในไทยต้องส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

 

จากเหตุการณ์ความขัดแย้งดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ประเมินไว้ 3 ฉากทัศน์ ดังนี้
• กรณีที่ 1 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก อยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1-2% โดยคาดการณ์ว่าราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้นราว 10% ใน 10% ของพื้นที่ทั่วประเทศ
• กรณีที่ 2ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก อยู่ที่ระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2-3% โดยคาดการณ์ว่าราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้นราว 10% ใน 20% ของพื้นที่ทั่วประเทศ
• กรณีที่ 3ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก สูงกว่าระดับ 120 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดว่าเงินเฟ้อจะมากกว่า 3%โดยคาดการณ์ว่าราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้นราว 10% ใน 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศSYNAPSE STRATEGYหวังเม็ดเงินที่ซื้อตราสารหนี้ สลับมาซื้อหุ้นมากขึ้น
ในมุมการลงทุน ดอกเบี้ยที่ยืนระดับต่ำ 1% หวังเม็ดเงินจากตลาดเงิน และตลาดตราสารหนี้ ทยอยเข้ามาหลอเลี้ยงตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น ด้วยปะจจัยสนับสนุนดังนี้
▪ ปัจจุบันขนาดตลาดตราสารหนี้ไทย 18.1 ล้านล้านบาท ใหญ่กว่าตลาดหุ้น 17.9 ล้านล้านบาท ปกติตลาดตราสารหนี้จะจะเล็กกว่า
▪ ตลาดหุ้นไทยมีปันผลสูงกว่าผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ราว 1.9% และถือเป็นระดับที่สูงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลก
▪ เริ่มมีหุ้นขนาดใหญ่หลายบริษัท ที่มี CREDIT RATING แล้วจ่ายปันผลสูง กว่าดอกเบี้ยจากการออกตราสารหนี้ระยะยาว (3-5 ปี) หนุนเม็ดเงินบางส่วนน่าสลับมาซื้อหุ้นมากขึ้นโดยฝ่ายวิจัยทำการค้นหาข้อมูล 1 ปีที่ผ่านมา มีหุ้นที่มี CREDIT RATING แล้วจ่ายปันผลสูง กว่าดอกเบี้ยจากการออกตราสารหนี้ระยะยาว (3-5 ปี)33 บริษัท อาทิ ADVANC, GULF, SCB, CPALL, CPAXT, CRC, BEM,SCGP, BANPU, CENTEL ฯลฯ (บางบริษัทมีการจ่ายปันผลพิเศษช่วงที่ผ่านมา) และหุ้นอื่นๆ รายละเอียดตาม


จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้