Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เมย์แบงก์ : AT THE OPEN

73

 


AT THE OPEN (#ATO)


SET Index ตั้งฐาน 1400+/-
หุ้นเด่นเลือก KTB BCP


Market Strategy
SET Index คาดพักตามกรอบ 1400-1430 จุด ความผันผวนจากสงครามยังมีอยู่ แต่ระดับ Valuation ที่น่าสนใจ มองการย่อเป็นจังหวะสะสมถือกลาง-ยาว หุ้นเด่นเ KTB BCP
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดำเนินต่อกระทบต่อการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ หนุนต่อราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ปรับขึ้นแรง 5% มายืนที่ 85.4 เหรียญฯ กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯติดลบในช่วง -0.6% ถึง -1.6% ด้าน U.S. Bond Yield 10 ปีเพิ่มขึ้น 4 bps มาที่ 4.14% จากความกังวลต่อเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงทำให้การลดดอกเบี้ยของ FED ทำได้ยากขึ้น ซึ่งล่าสุด FED Watch Tool คาด FED จะลดดอกเบี้ยฯครั้งแรกในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบกับก่อนเกิดสงครามที่คาดในเดือน มิ.ย. สถานการณ์ข้างต้นทำให้ตลาดกลับมา Risk off หนุน Dollar Index แข็งค่า 0.3% มายืนที่ 99 เหรียญฯ คาดว่าจะเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดบ้านเราวันนี้
แต่อย่างไรก็ตาม SET Index ex DELTA ที่ปัจจุบันอยู่ระดับ PER 12.5x ต่ำสุดเป็นอันดับ 2 ของ ASEAN หลังเจอแรง Panic Sell ในช่วงระหว่างสัปดาห์ -7.3%WTD สะท้อนตลาดตอบรับความกังวลต่อประเด็นนี้ไปพอสมควร อีกทั้งจากสถิติของการเกิด Circuit Breaker ในตลาดหุ้นไทยและการสงครามในอดีตที่ผ่านมา บ่งชี่ในทางเดียวกันว่าช่วง 1-3 สัปดาห์แรกจะเป็นช่วงเวลาของความผันผวน แต่หลังจากนั้นตลาดค่อยๆฟื้นตัวกลับขึ้นไปในระยะยาว 6-12 เดือนเป็นต้นไป จึงมองจังหวะการย่อลงมาบรืเวณ 1380-1400 เป็นจุดทยอยสะสมแรกสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว โดยหุ้นแถวแรกที่น่าสะสม คือ กลุ่มที่ผลกระทบต่อสงครามต่อธุรกิจจำกัด เช่น ICT (TRUE) กลุ่มนิคม (AMATA WHA) กลุ่มปันผลสูง (KKP KTB AP)
รายงานเงินเฟ้อทั่วไปไทยเดือน ก.พ. หดตัว -0.9%YoY ต่ำกว่าตลาดคาด -0.6% จากแรงกดดันของราคาพลังงานและราคาอาหารสด ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานขยาย 0.6% ตามคาด ขณะที่ในระยะถัดไปเงินเฟ้อมีโอกาสปรับขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่ยืนระดับสูงหากสงครามยืดเยื้อ ทั้งนี้เราคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไป/พื้นฐานปี 69 ขยายตัว 0/0.8% และดอกเบี้ยฯนโยบายคงที่ 1% ภายใต้สมมติฐานสงครามกินระยะเวลา ไม่เกิน 1 เดือน

Market Summary
SET Index ปิดที่ 1417.29 จุด เพิ่มขึ้น 32.68 จุด หรือ 2.4% การฟื้นตัวเป็นในทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคและแรงซื้อกลับหลังวานนี้มี Panic Sell ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงอยู่ กลุ่มบวกเด่นส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ลงแรงวันก่อนอย่าง อิเล็คฯ HANA (+10.4) DELTA (+8.0%) KCE (7.3%) ฟื้นตามหุ้นเทคฯ ภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้นแรงจากแรงขายเมื่อต้นสัปดาห์ กลุ่มขนส่ง (+4.2%) หนุนจาก AOT กลุ่มโรงกลั่น BCP (+3.6%) TOP (+2.1%) หลังจีนสั่งโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลและเบนซินชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงการขาดแคลนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่คาดว่าเป็นปัจจัยกระทบ Supply ตึงตัว หนุนต่อ GRM กลุ่มที่ลงกลุ้ม F&B CBG (-3.9%) OSP (-1.3%) ความกังวลการแข่งขันในอุตสาหกรรมหลังกระทิงแดงประกาศลดราคา กระทิงแดงคลาสสิค จาก 12 บาท เหลือ 10 บาท


DAILY Stock Pick
KTB
เปันผลสูง = เกราะป้องกันภัยสงคราม
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 34.00 บาท
อยู่ในสถานะที่ดีในการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล และรักษาระดับ ROE ให้อยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่ง ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่งจากพอร์ตสินเชื่อมีความเสี่ยงต่ำ จึงมีโอกาสลด Credit Cost เพื่อชดเชย NIM ที่ต่ำลง
ในระยะสั้นจะมีการจ่ายปันผลรอบปี 2H68 ช่วยจำกัด Downside ของราคา โดย KTB ประกาศจ่ายปันผล 2.24 บาท/หุ้น (รวมปันผลพิเศษ 0.6 บาท) คิดเป็น Dividend Yield 6.6% ขึ้น XD 10 เม.ย.69

Technical View
แนวรับ : 33.00 บาท
แนวต้าน : 35.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 31.00 บาท



WEEKLY Stock Pick
BCP
ได้เวลา outperform
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 54.00 บาท
ราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นบวกต่อธุรกิจ E&P เนื่องจากมีการผลิตน้ำมันและก๊าซในนอร์เวย์ ส่วนธุรกิจโรงกลั่นพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางต่ำ แต่ใช้วัตถุดิบจากภูมิภาค Far East และสหรัฐฯ เป็นหลักจึงเป็นโรงกลั่นที่มีความเสี่ยงจาก Operation Risk ต่ำสุด ในทางตรงข้ามยังได้ประโยชน์จากโอกาสบันทึก Stock Gain เพิ่มเข้ามาอีกด้วย
Valuation ถูกเพราะซื้อขายบน PBV 0.68x ต่ำกว่ากลุ่ม 0.9x ขณะที่ Dividend Yield สูง 6.6% มากกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 3.0%

Technical View
แนวรับ : 34.00บาท
แนวต้าน : 36.50 บาท
จุดตัดขาดทุน : 32.50บาท


KEY FACTOR
เงินเฟ้อเดือน ก.พ. ของไทย 1) เงินเฟ้อทั่วไป -0.88% YoY และ -0.24% MoM (ต่ำกว่าคาด -0.6% YoY และ +0.15% MoM) ยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีส่วนหนึ่งมาจากการอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านกองทุนน้ำมัน และการตรึงค่าไฟฟ้า 2) Core CPI ที่ยังบวกอ่อนๆ +0.56% YoY ใกล้เคียงกับคาด +0.51% YoY เมื่อหักความผันผวนของราคาอาหารสดและพลังงานออกยังคงสามารถรักษาระดับการขยายตัว บ่งชี้ว่า อุปสงค์และต้นทุนในหมวดสินค้าและบริการพื้นฐานยังคงฟื้นตัวได้แบบค่อยเป็นค่อยไป
สภาวะเงินเฟ้อที่ทรงตัวสอดรับกับโมเมนตัมเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังฟื้นตัว สะท้อนจากตัวเลข GDP 4Q68 ที่ขยายตัวเหนือความคาดหมาย ทำให้ช่วยจำกัด Downside ของตลาด แม้บรรยากาศการลงทุนภายนอกจะเผชิญความท้าทายจากแนวโน้มดอกเบี้ยของ FED มีความเสี่ยงจะทรงตัวสูงนานกว่าเดิม จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นก็ตาม


EYES ON
6 มี.ค. การจ้างงานนอกภาคเกษตร/อัตรการว่างงานของสหรัฐฯ, ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ

 

 

นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ
โทร. 02 658 5000

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้