เตรียมรับแรงกระแทก หลังหยุด 1 วัน
HORIZON MARKET VIEW
• ความตึงเครียดตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ซึ่งผลกระทบขยายวงกว้างมากกว่า 10ประเทศแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่ใกล้กับอิหร่าน อาทิ ซาอุฯ, กาตาร์, โอมาน, UAE เป็นต้นขณะที่ความเสี่ยงด้านพลังงานสูงขึ้นจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ
• ความเสียหายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรุนแรงและต่อเนื่อง โดย ARAMCO หยุดการทำงานที่ โรงกลั่นใหญ่ที่สุดของซาอุฯ หลังเกิดไฟไหม้จากการโจมตี รวมถึงกาตาร์ต้องระงับการผลิต ที่โรงงาน LNG ใหญ่ที่สุดในโลก
• การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดสนิท โดยน้ำมัน 20% ของโลกผ่านช่องแคบนี้ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก อย่างไรก็ดี แม้ ปธน.ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯจะจัดให้มีประกันภัยการเดินเรือ สำหรับเรือบรรทุกน้ำมันและเรือการค้าผ่าน GULF แต่ความเสี่ยง SUPPLY SHOCK ยังคงอยู่ในระดับสูง
REGION RADAR
• ON HOLDING (ONON US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4ออกมาแข็งแกร่ง มีรายได้รวมอยู่ที่ 743 ล้านฟรังก์สวิส (สูงกว่าคาด2.4%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.25 ฟรังก์สวิส (สูงกว่าคาด 21%) มองราคาหุ้นปรับตัวลงเป็นโอกาสที่ดีในการเก็งกำไร DR: ONON03
• CROWDSTRIKE (CRWD US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4มีรายได้อยู่ที่ $1.30 พันล้าน +23%YOY (สูงกว่าคาด 0.6%)ขณะที่EPS อยู่ที่ $1.12 +9% YOY (สูงกว่าคาด 1.5%) หลังได้แรงหนุนจากรายได้ SUBSCRIPTION อยู่ที่$1.24 พันล้าน
THAI FOCUS
•ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจลามสู่สงครามโดยตรงในระยะถัดไป จะฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะ STAGFLATION จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและเงินเฟ้อรุนแรง เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและขาดดุลการค้ากับภูมิภาคนี้ 15,584 ล้านเหรียญฯ
• ประเด็นนี้ ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลง จนกระทบต่อกำลังซื้อและการส่งออกในระยะยาว ซึ่งกลายเป็นแรงบีบให้รัฐบาลไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จึงทำให้งบประมาณที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจมีจำกัด
SYNAPSE STRATEGY
• เช้านี้ตลาดหุ้นในแถบเอเชียเหนือยังตกหนักระดับ 3% ถึง 6%สอดคล้องกับ FUND FLOW วานนี้ที่ต่างชาติขายสุทธิในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ซื้อสุทธิในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
• หุ้นไทยวันจันทร์ปรับฐานแรงกว่า 4% แรงขายหลักเกือบ 6 พันล้านบาทมาจากสถาบันในประเทศ ส่วนต่างชาติขายเล็กน้อยเพียง 6ร้อยล้านบาท แม้ความผันผวนและความไม่ชัดเจนยังมี แต่หากดูชื่อหุ้นที่ต่างชาติทยอยสะสมยังเป็นหุ้นพลังงาน PTT, PTTEP, IVL,PTTGC, BCP และหุ้นใหญ่ปรับฐานแรงเกินไป AOT, BH, BDMS
HORIZON MARKET VIEW
สงครามตะวันออกกลางยังเดือดทั่วโลก PANIC
ความตึงเครียดตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ซึ่งผลกระทบขยายวงกว้างมากกว่า 10 ประเทศแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่ใกล้กับอิหร่าน อาทิ ซาอุฯ, กาตาร์, โอมาน, UAE เป็นต้น ขณะที่ความเสี่ยงด้านพลังงานสูงขึ้นจาก 2สาเหตุหลักๆ คือ
1. ความเสียหายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรุนแรงและต่อเนื่อง โดย ARAMCO หยุดการทำงานที่ โรงกลั่นใหญ่ที่สุดของซาอุฯ หลังเกิดไฟไหม้จากการโจมตีรวมถึงกาตาร์ต้องระงับการผลิต ที่โรงงาน LNG ใหญ่ที่สุดในโลก
2. การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดสนิท โดยน้ำมัน 20% ของโลกผ่านช่องแคบนี้ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก อย่างไรก็ดี แม้ ปธน.ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ จะจัดให้มีประกันภัยการเดินเรือ สำหรับเรือบรรทุกน้ำมันและเรือการค้าผ่าน GULFแต่ความเสี่ยง SUPPLY SHOCK ยังคงอยู่ในระดับสูง
ผลกระทบที่ตามมายังคงกดดันสินทรัพย์ทั่วโลกผันผวนหนัก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ WTI เฉลี่ยเดือน มี.ค. 69พุ่ง 9.1%YOY เพิ่มความเสี่ยงผลักดันเงินเฟ้อ โดยเฉพาะเงินเฟ้อสหรัฐฯ และราคาน้ำมันดิบ WTI เฉลี่ย มีค่าCORRELATION สูงถึง 81%
เมื่อประเมินผลกระทบหาก OIL SHOCK เพิ่มขึ้น 20 $/BARREL อาจทำให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ใน 1Q69 ขยับขึ้นเป็น2.5% และชะลอตัวลงสู่กรอบเป้าหมาย 2% ได้ยากขึ้น เพิ่มระดับความกังวลว่าการเดินหน้าลดดอกเบี้ยของ FEDล่าช้าออกไป สังเกตจาก DOLLAR ที่แข็งค่าใกล้แตะ 100 รวมถึง BOND YIELD 10Y สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเกิน
4%
สรุป สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน แต่จุดชี้ชะตาที่แท้จริงของเศรษฐกิจโลกในรอบนี้ จะอยู่ที่ว่าความขัดแย้งนี้จะลุกลามจนกระทบต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันหลักของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนและกระจายความเสี่ยงให้เหมาะสมในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้
REGION RADAR
ON HOLDING เผยผลประกอบการไตรมาส 4 ทำสถิติสูงสุดใหม่
ON HOLDING (ONON US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมาแข็งแกร่งและสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 743 ล้านฟรังก์สวิส +23% YOY (สูงกว่าคาด 2.4%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.25 ฟรังก์สวิส -24% YOY (สูงกว่าคาด 21%) โดยได้แรงหนุนจากยอดขายที่แข็งแกร่งในฝั่งยุโรป +24% YOY และในฝั่งเอเชีย+71% YOY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวอย่างต่อเนื่องสู่ระดับ 63.9% สำหรับสิ่งที่ตลาดกังวลคือแนวโน้มการเติบโตในปี 2026 ซึ่งผู้บริหารคาดการณ์รายได้จะเติบโต 23% YOY (ต่ำกว่าตลาดคาดที่ระดับ 26%)
อย่างไรก็ตาม เรามองว่าการให้ GUIDANCE ในครั้งนี้ค่อนข้าง CONSERVATIVE จากสถิติในอดีตผู้บริหารได้ให้GUIDANCE ปี 2025 ที่ค่อนข้าง CONSERVATIVE และสามารถทำผลประกอบการออกมาดีกว่าคาดทุกไตรมาส นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์สูงถึง 3 ครั้ง ด้านเทคนิคราคาหุ้นมีแนวรับสำคัญที่บริเวณ $40 หากราคามีการย่อตัวลงมามองเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยสะสม แต่หากราคาหลุดบริเวณ $40แนะนำตัดขาดทุนออกไปก่อน
CROWDSTRIKE เผยผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมาแข็งแกร่ง
CROWDSTRIKE (CRWD US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีรายได้อยู่ที่ $1.30 พันล้าน +23%YOY (สูงกว่าคาด 0.6%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $1.12 +9% YOY (สูงกว่าคาด 1.5%)หลังได้แรงหนุนจากรายได้ SUBSCRIPTION อยู่ที่ $1.24 พันล้าน และมีรายได้ประจำต่อปี (ARR) เพิ่มใหม่อีก$330 ล้าน ด้านผู้บริหารระบุว่า “ผลประกอบการที่ทำสถิติสูงสุดของเรา แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของการเติบโตและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด เมื่อองค์กรต่าง ๆ เร่งนำ AI มาใช้ CROWDSTRIKE กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อภารกิจ (MISSION-CRITICAL) โดยรักษาความปลอดภัยให้ AI ในทุกระดับ ตั้งแต่GPU ไปจนถึงเอเจนต์และพรอมต์” นอกจากนี้ บริษัทคาดรายได้ไตรมาส 1 จะอยู่ที่ $1.36 พันล้าน (สูงกว่าตลาดคาดที่ $1.35 พันล้าน)
THAI FOCUS
ผ่าวิกฤตความขัดแย้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน ท้าทายเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานไทยอย่างไร
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหากบานปลายไปสู่ความขัดแย้งโดยตรงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสูงสุดต่อเศรษฐกิจโลกรวมถึงไทย โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ(STRAIT OF HORMUZ) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างมหาศาล วิกฤตการณ์นี้จะสร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยไทยนำเข้าจากตะวันออกกลางมากกว่าส่งออกถึง 2.25 เท่า ส่งผลให้ขาดดุลการค้าสูงถึง 15,584 ล้านเหรียญฯ ซึ่งกว่า 72.4% ของมูลค่าการนำเข้าจากตะวันออกกลาง คือ พลังงาน แบ่งเป็น น้ำมันดิบ (57.8%),น้ำมันสำเร็จรูป (7.4%) และก๊าซธรรมชาติ (7.2%)ผลกระทบระยะสั้นจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันภายใน 1-3 เดือน ได้แก่
• ราคาน้ำมันพุ่งฉับพลัน : ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอาจพุ่งทะลุ 100-120 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ (โดยเฉพาะดีเซลและเบนซิน) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับขึ้นมาแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
• เงินเฟ้อพุ่ง ต้นทุนพุ่ง : ต้นทุนโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าจะเพิ่มขึ้นทันที ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจะขยับขึ้น กดดันกำลังซื้อของประชาชนในประเทศ
ผลกระทบระยะยาว หากสงครามยืดเยื้อ จะนำไปสู่ปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจได้แก่
• ความเสี่ยงภาวะ STAGFLATION : เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญภาวะเงินเฟ้อสูง แต่เศรษฐกิจชะลอตัว"เนื่องจากต้นทุนแพงขึ้นแต่กำลังซื้อหดหาย การส่งออก (ซึ่งมีสัดส่วนไปตะวันออกกลาง 4%) อาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง
• ดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบ : การต้องจ่ายเงินซื้อน้ำมันแพงขึ้นในปริมาณเท่าเดิม จะทำให้เงินทุนไหลออกกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งจะยิ่งทำให้ต้นทุนการนำเข้าพลังงานและสินค้าอื่นๆ แพงขึ้นไปอีก
• เร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน : จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ภาครัฐและเอกชนต้องหันไปลงทุนในพลังงานหมุนเวียน (RENEWABLE ENERGY) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เร็วกว่ากำหนด เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล ซึ่งเป็นภาระต่องบประมาณประจำปีที่ตอนแรกจะใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตามในมุมของตลาดหุ้นไทย ภาคพลังงานและปิโตรเคมี (ENERG + PETRO) มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดในตลาดถึง 31% ดังนั้น ความผันผวนของราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวขึ้น จึงส่งให้ดัชนีดังกล่าวดันตลาดหุ้นไทย และทำให้ภาพรวมดัชนีไม่ปรับตัวลงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในเอเชีย ส่วน VALUATION หุ้นกลุ่มโรงกลั่นในไทยถือว่าดี ทั้งในมุมของ PE -PBV ที่ต่ำ อีกทั้งมี DIV YIELD ค่อนข้างสูง อาทิ PTT PTTEP BCP SPRC และ TOP
SYNAPSE STRATEGY
ช่วงตลาดหุ้นโลกและไทยปรับฐานแรง ต่างชาติเข้าสะสมอะไร?
เช้านี้ตลาดหุ้นในแถบเอเชียเหนือยังตกหนักระดับ 3% ถึง 6% สอดคล้องกับ FUND FLOW วานนี้ที่ขายสุทธิในตลาดหุ้นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ จากความกังวลต่อราคาพลังงานแพงขึ้นกดดันอัตราส่วนกำไรภาคการผลิต และเงินเฟ้อที่เร่งขึ้นกดดันทิศทางนโยบายการเงินเปลี่ยน หุ้น GROWTH มีอาสผันผวนแรงกว่าปกติอย่างไรก็ตามแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติสลับมาสะสมหุ้นในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ คือ ความขัดแย้งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจขยายวงกว้างตามการตอบโต้ของอิหร่านหรือไม่? ทั้งราคา COMMODITY ขยับขึ้นเร็ว และถ้ายืนระดับสูงนานจะกดดันให้เงินเฟ้อเร่งขึ้น และนโยบายการเงินโลกจะกลับทิศเป็นแบบเข้มข้นขึ้นจากผ่อนคลายมาระยะ 2 – 3 ปีและต้องดูว่าจะนำไปสู่การเกิดสงครามโลกใหม่หรือไม่?อย่างไรก็ตาม เห็นปธน. ทรัมป์แก้เกมโดยการโพสใน TRUTH ว่าจะเข้าคุ้มครองเรือที่ผ่านช่องแคบฮอมุซแล้ว หากแก้ไขสถานการณ์ได้เร็ว ความเชื่อมั่นเพิ่ม ตลาดหุ้นก็อาจค่อยๆ ทยอยฟื้นจากที่ปรับฐานลงมาแรงได้
กลับมาที่ตลาดหุ้นไทยวันจันทร์ปรับฐานแรงกว่า 4% แรงขายหลักเกือบ 6 พันล้านบาทมาจากสถาบันในประเทศส่วนต่างชาติขายเล็กน้อยเพียง 6 ร้อยล้านบาท แม้ความผันผวนและความไม่ชัดเจนยังมี แต่หากดูชื่อหุ้นที่ต่างชาติทยอยสะสมยังเป็นหุ้นพลังงาน PTT, PTTEP, IVL, PTTGC, BCP และหุ้นใหญ่ปรับฐานแรงเกินไป AOT,
BH, BDMS, CENTELและหุ้นอื่นๆ
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์