2 มี.ค. 2569 17:11:27 724
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (2 มีนาคม 2569 )-----บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เดินเกมรุกปี 69 ตั้งเป้ารายได้โตต่อเนื่อง 10-15% เร่งเครื่องโมเดล Market Driven เต็มรูปแบบ ขยาย Thai Foods Fresh Market แตะ 850 สาขา เสริมซัพพลายเชนครบวงจร เพิ่มฐานการผลิตโซนอีสาน ฟากผู้บริหาร "เพชร นันทวิสัย" ปักหมุดเวียดนามเป็น Growth Engine แห่งใหม่ หลังปี 68 สร้างสถิติกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โต 136% บอร์ดเคาะปันผลรวมทั้งปี 0.70 บาทต่อหุ้น นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรจากธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต (Production Driven) ไปสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยตลาด (Market Driven) อย่างชัดเจน ผ่านการขยายธุรกิจค้าปลีกของตนเอง ควบคู่การลงทุนเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจต้นน้ำ เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านรายได้และความสามารถทำกำไรในระยะยาว สำหรับแผนปี 2569 โดยเน้นการขยายสาขา Thai Foods Fresh Market จาก 615 สาขาในปี 2568 เป็น 850 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 ถือเป็น S-Curve สำคัญของกลุ่มไทยฟู้ดส์ เนื่องจากช่องทางค้าปลีกช่วยให้บริษัทเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ และเพิ่ม SKU เพื่อเพิ่มสินค้าให้ตอบสนองผู้บริโภค เพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว นอกจากนี้ เงินลงทุนส่วนหนึ่งจะใช้ในธุรกิจต้นน้ำ เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของร้านค้าปลีกของบริษัทเอง เสริมความครบวงจรตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสุกรและไก่ จนถึงหน้าร้านค้าปลีก ในส่วนต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญและมีศักยภาพเติบโตสูง บริษัทฯเตรียมก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ และขยายธุรกิจไก่เพิ่มเติมจากฐานธุรกิจสุกรเดิม พร้อมขยายฟาร์มสุกรอย่างต่อเนื่อง คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 และเริ่มส่งผลเชิงบวกต่อรายได้รวมและต้นทุนการผลิตตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบในปี 2569 อยู่ในทิศทางปรับตัวลดลง โดยบริษัทฯได้ทำสัญญาล็อกราคาวัตถุดิบไว้แล้วประมาณ 60–70% ช่วยบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุน และเพิ่มความชัดเจนต่อประมาณการกำไร ผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2568 มีรายได้รวม 73,358.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,277.04 ล้านบาท หรือ 11.01% และมีกำไรสุทธิ 7,440.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,297.03 ล้านบาท หรือ 136.68% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มธุรกิจไม่ว่าจะเป็นสุกรทั้งในและต่างประเทศ ไก่ อาหารสัตว์ รวมถึงธุรกิจค้าปลีก ผ่าน Thai Foods Fresh Market ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ทั้งนี้ รายได้รวมดังกล่าวมาจากธุรกิจร้านค้าปลีกราว 37.34% , ธุรกิจไก่ 27.23%, ธุรกิจสุกร 19.27% และธุรกิจอาหารสัตว์ 14.85% ตามลำดับ "ภาพรวมการดำเนินงานในปี 2569 ถือเป็นปีที่เห็นการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต (Production Driven) ไปสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยตลาด (Market Driven) อย่างชัดเจน ผ่านการขยายช่องทางค้าปลีกของตนเอง ซึ่งช่วยให้บริษัทฯเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ลดความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ ทำให้ธุรกิจภาพรวมของกลุ่มไทยฟู้ดส์ มีความยั่งยืน" ในส่วนของ ธุรกิจค้าปลีก ผ่านร้าน Thai Foods Fresh Market ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต (S-Curve) บริษัทฯตั้งเป้าขยายสาขาจาก 615 สาขาในปี 2568 เป็น 850 สาขาในปี 2569 สำหรับธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ยังคงเป็น Growth Engine สำคัญ โดยในปี 2569 บริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงอาหารสัตว์ และขยายธุรกิจไก่ เพิ่มเติมจากธุรกิจสุกรที่มีอยู่แล้ว ซึ่งธุรกิจสุกรก็ยังมีการขยายฟาร์มเพิ่มด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 ส่งผลให้รายได้และต้นทุนการผลิตโดยรวมจะดีขึ้นตั้งแต่ในช่วงปี 2570 สำหรับแผนการลงทุน ตั้งงบประมาณไว้ที่ 4,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้สำหรับการขยายสาขาธุรกิจค้าปลีก การลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของร้านค้าปลีกของบริษัทเอง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบในปี 2569 มีแนวโน้มลดลง ซึ่งได้ทำการล็อกราคาวัตถุดิบไว้แล้วประมาณ 60 - 70% นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯยังมีมติอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.30 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 มีนาคม 2569 กำหนดจ่าย 24 เมษายน 2569 ซึ่งหากรวมการจ่ายปันผลระหว่างกาลในรอบปีนี้ทั้งหมด เท่ากับ 0.70 บาท/หุ้น (มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลจำนวน 3 ครั้ง) และมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายเพชร นันทวิสัย ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.30 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยเมื่อรวมการจ่ายปันผลระหว่างกาลทั้งปี 2568 จำนวน 3 ครั้ง คิดเป็นเงินรวม 0.70 บาทต่อหุ้น สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง รองรับแผนขยายธุรกิจเชิงรุกในปีถัดไป---จบ---
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์