Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เมย์แบงก์ : AT THE OPEN

21

 

AT THE OPEN (#ATO)

SET Index กดดันจากความเสี่ยงตะวันออกกลาง
หุ้นเด่นเลือก BCP PTTEP

Market Strategy

SET Index วันนี้คาดพักมาที่ 1500/1510 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคจากแรงกดดันความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ถูกยกระดับ โดยหุ้นเด่นวันนี้เลือก PTTEP BCP
สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. จนผู้นำสูงสุด Khamenei เสียชีวิต และอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วอ่าวเปอร์เซีย สถานการณ์ข้างต้นหนุนต่อราคาน้ำมันดิบ Brent เช้านี้ปรับขึ้นราว 10% มาที่บริเวณ 80 เหรียญฯ ซึ่งคาดว่าตอบรับกับความเสี่ยงการส่งออกน้ำมันของอิหร่านที่จะชะงัก (อิหร่านกำลังการผลิต 3.3mbd และส่งออก 1.8-2 mbd) ทั้งนี้หากสงครามยังยกระดับขยายตัวไปทั่วภูมิภาคหรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ คาดว่าราคาน้ำมันดิบมีโอกาสขึ้นไปในช่วง 80-120 เหรียญฯได้เช่นกัน ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวเรามองกลุ่มพลังงาน (Oil&Gas) จะเป็นกลุ่มได้ประโยชน์สูงสุด นำโดย PTTEP ที่หากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับขึ้นทุกๆ 5 เหรียญฯต่อบาร์เรลจากสมมติฐาน 65 เหรียญฯ จะเป็น Upside ต่อ EPS ราว 10% และ BCP ราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นบวกต่อธุรกิจ E&P ส่วนธุรกิจโรงกลั่นพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางไม่มาก

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มักจะสร้างความผันผวนให้ตลาดหุ้น หากพิจารณาจากสถิติตั้งแต่ปี 1990 พบว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางและรัสเซีย-ยูเครนรวม 8 ครั้งที่ผ่านมา ดำเนินไปในรูปแบบ “Short term Pain Long term Gain” ที่ SET Index มักเผชิญแรงขายลดความเสี่ยงในช่วง 1-3 สัปดาห์แรกปรับลงเฉลี่ย 2.7% - 4.8% โดยคาดกลุ่มสายการบินเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น กลุ่มโรงแรมและ AOT อาจกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะสั้น โรงไฟฟ้า SPP ความเสี่ยงต่อการบีบตัวของ Spark Spread เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติมักดีดตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อตลาดซึมซับข่าวร้ายและสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย SET Index มีแนวโน้มที่จะค่อยๆ ฟื้นตัวและพลิกกลับมาสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้สะสมถึง 2.6% - 9.5% ในช่วง 6-12 เดือนถัดมา ดังนั้นถ้าราคาหุ้นที่ลง Panic เกินไป มองเป็นจังหวะ Buy on Dip สำหรับการลงทุนในระยะกลาง-ยาว

 

 

Market Summary
SET Index ปิดที่ 1528.3 จุด ลบ 5.4 จุด (-0.4%) จากแรงกดดันหลักมาจาก XD ของ ADVANC ที่กดดันดัชนี -5.7 จุด และความผันผวนจากการปรับน้ำหนักของ MSCI ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นๆ บวกลบผสมผสาน โดยกลุ่มที่ปรับขึ้นKBANK (+1.3%) BBL (+0.6%) ประกาศจ่ายเงินปันผลทั้งปี 68 ที่ 14 บาทและ 10 บาทต่อหุ้น สูงกว่าเราคาดที่ 12 บาท และ 9 บาทตามลำดับ TOP (+3.8%) PTTEP (+2.2%) BCP (+1.3%) ฟื้นตัวตามราคาน้ำมัน BRENT+1.7% หลังปากีสถานประกาศทำสงครามกับอัฟกานิสถาน สวนทางหุ้นสายการบิน AAV (-3.7%) BA (-3.2%) หุ้นที่รายงานกำไรต่ำคาดเช่น TLI (-4.4%) CCET (-2.6%) และ CHG (-5.2%) ถูกกดดันจากปรับคาดการณ์รายได้ของประกันสังคม 26 โรคเรื้อรัง และตั้งสำรองลูกค้าองค์กร


DAILY Stock Pick
PTTEP
หุ้นผู้ชนะจากความตึงเครียดใน M.E.
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 160.00 บาท
ความตึงเครียดตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ หนุนต่อราคาน้ำมันดิบ หากความรุนแรงกระจายในภูมิภาคหรือลามไปถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ คาดเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาน้ำมันดิบยืนเหนือ 80 เหรียญฯ
โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับขึ้นทุกๆ 5 เหรียญฯต่อบาร์เรลจากสมมติฐาน 65 เหรียญฯ จะเป็น Upside ต่อ EPS ราว 10% ทั้งนี้ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย PBV 0.93x ปันผลปี 69 สูงราว 5% ต่อปี

Technical View
แนวรับ : 140.00 บาท
แนวต้าน : 160.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 132.00 บาท


WEEKLY Stock Pick
BCP
ได้เวลา outperform
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 54.00 บาท
ราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นบวกต่อธุรกิจ E&P เนื่องจากมีการผลิตน้ำมันและก๊าซในนอร์เวย์ ส่วนธุรกิจโรงกลั่นพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางต่ำ แต่ใช้วัตถุดิบจากภูมิภาค Far East และสหรัฐฯ เป็นหลักจึงเป็นโรงกลั่นที่มีความเสี่ยงจาก Operation Risk ต่ำสุด ในทางตรงข้ามยังได้ประโยชน์จากโอกาสบันทึก Stock Gain เพิ่มเข้ามาอีกด้วย
Valuation ถูกเพราะซื้อขายบน PBV 0.68x ต่ำกว่ากลุ่ม 0.9x ขณะที่ Dividend Yield สูง 6.6% มากกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 3.0%

Technical View
แนวรับ : 38.50 บาท
แนวต้าน : 41.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 36.00บาท

 

KEY FACTOR
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในสัปดาห์นี้จะสะท้อนภาพการชะลอตัวเชิง????แต่อย่างไรก็ตามเป็นสาเหตุจากปัจจัยทางฤดูกาล มากกว่าการอ่อนแอเชิงโครงสร้าง โดย 1) การจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือนก.พ. Consensus คาด +6 หมื่นตำแหน่ง ชะลอลงจาก +1.3 แสนตำแหน่ง ในเดือนก่อนหน้า จากผลกระทบของสภาพอากาศที่หนาวจัด 2) อัตราการว่างงานคาดทรงตัวที่ 4.3% สะท้อนเสถียรภาพของตลาดแรงงานโดยรวม 3) ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนตัวลงตามฤดูกาลและปัจจัยสภาพอากาศ
ภาพเศรษฐกิจที่อ่อนตัวจากปัจจัยชั่วคราวมีแนวโน้มไม่เพียงพอที่จะเร่งให้ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น ส่งผลให้ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงน่าจะเคลื่อนไหวในลักษณะ selective


EYES ON
2 มี.ค. S&P Global ภาคการผลิตของสหรัฐฯ
4 มี.ค. ISM ภาคบริการของสหรัฐฯ, S&P Global ภาคบริการของสหรัฐฯ, การจ้างงานเอกชน ADP ของสหรัฐฯ
5 มี.ค. เงินเฟ้อของไทย
6 มี.ค. การจ้างงานนอกภาคเกษตร/อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ, ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ


นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ
โทร. 02 658 5000

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้