Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

22

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 26 ก.พ.69 ปิด +17.63 จุด อยู่ที่ 1,533.64 จุด มูลค่าการซื้อขาย 77,692 ลบ.ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 68 ลบ. รายย่อยซื้อ 285 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,342 ลบ.และสถาบันขาย 1,695 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 1,935 ลบ. ซื้อ CPALL,BH,TRUE,BDMS,KBANK และขาย PTT,DELTA,SCC,GULF,WHA มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,827 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,ITC,TVO โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 9,171 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 81,499 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 4,861 ลบ.

Market View

  • DJIA -1.05%, S&P500 -0.43%, Nasdaq -0.92% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี -2.1% นำโดย Nvidia -4.1% แม้ว่าจะรายงานกำไรดีกว่าคาด แต่นักลงทุนกังวลต่อเม็ดเงินลงทุน $1 แสน ล. ใน OpenAI และกลุ่มการเงิน -1.99% จากแรงขายหุ้น Barclays,Jefferies,Wells Fargo อาจมีผลเสียหายจาก Market Financial Solution (MFS) เป็นบริษัทเงินกู้จำนองใน UK ล้มละลาย สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -1.3%, S&P500 -0.44%, Nasdaq -0.95% WoW จากแรงขายผู้ให้บริการซอฟต์แวร์อาจถูก AI ดิสรัปต์ กอปรกับมีความไม่แน่นอนต่อนโยบายภาษีของ ปธน.ทรัมป์ และการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์สหรัฐ -อิหร่านที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ส่วนข้อมูล US Core PPI ม.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 6% & ธ.ค. 3.3% YoY ส่งผลให้เฟดอาจคงดอกเบี้ยในการประชุม มี.ค. สัปดาห์นี้ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตึอิหร่าน และ 6 มี.ค.ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.พ. คาด 58,000 & ม.ค.130,000 ราย
  • Stoxx600 ยุโรป +0.11% ได้แรงหนุนจากกลุ่มปลอดภัย เช่น บริการสุขภาพ +1%, อาหาร & เครื่องดื่ม +1.5% โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา Stoxx600 +0.5% WoW ทำจุดสูงสุดใหม่ ได้แรงหนุนจากผลประกอบการ บจ. เช่น HSBC, Nestle, Capgemini ดีกว่าคาด แม้ว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะปรับลดลงจากความกังวลต่อภาวะ AI ดิสรัปชั่น และกลุ่มธนาคาร -1.7% หลัง Barclays -4.2% จากความกังวลต่อข่าว MFS บริษัทสินเชื่อจำนองในอังกฤษล้มละลาย สัปดาห์นี้วันศุกร์ติดตาม GDP ยูโรโซน Q4/68
  • MSCI Asia Pacific X Japan +2.98% WoW นำโดย Kospi เกาหลีใต้ +7.5% WoW ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Samsung Electronics, SK Hynix และ Hyundai Motor ปรับขึ้นรับข่าวการลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์, รถยนต์ไร้คนขับ และพลังงานสะอาด ส่วนนิเกอิ +3.5% WoW จากความหวังเชิงบวกต่อการใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กอปรกับข้อมูล Core CPI โตเกียว ก.พ. ชะลอตัวอยู่ที่ 8% & ม.ค. 2.0% ช่วยลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.98% ได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยี AI กอปรกับยอดใช้ด้านการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนผ่านวีแชต เปย์ +20% YoY สัปดาห์นี้ 4 มี.ค. ติดตาม PMI ภาคผลิต & บริการจีน ก.พ.และการประชุม NPC จีน วันที่ 4 – 5 มี.ค.
  • SET +3.28% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 87 หมื่น ลบ. +2.0% WoW ต่างชาติซื้อ 1,398 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,303 ลบ. รายย่อยซื้อ 5,750 ลบ. และสถาบันขาย 8,451 ลบ. WoW โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ +18.6% WoW ฟื้นตัวตามกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชียเหนือ กอปรกับตัวเลขส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ ก.พ. +161% YoY ขณะที่กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง +12.9% WoW คาดจะได้ประโยชน์จากงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลใหม่ ส่วนกลุ่มอสังหา, ไอซีที ก็ปรับขึ้นหลัง กนง.มีมติลดดอกเบี้ย 0.25% อยู่ที่ 1.0% ส่วนประเด็นสำคัญที่สุด คือ สถานการณ์อิสราเอลกับสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต ซึ่งอิหร่านได้ตอบโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังจุดยุทธศาสตร์ทางทหารของสหรัฐทั่วตะวันออกกลาง เช่น กาตาร์, บาร์เรน, UAE, ซาอุ ฯ, คูเวต และโอมาน พร้อมประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุชที่เป็นเส้นทางผ่านส่งออกน้ำมันดิบคิดเป็น 20% ของอุปทานตลาดโลก ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป อาจส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกปรับสูงขึ้น โดยล่าสุด WTI Futures เช้านี้ +3.4% อยู่ที่ $70.38/บาร์เรล และ Dow Jones Futures เช้านี้ -0.7% และดัชนีนิกอิ -1.2% ซึ่งหากเทียบกับสถิติในช่วงเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลาง ตลาดหุ้นในกลุ่ม EM มีโอกาสปรับลดลง -1.5% ถึง -3.5% ในช่วงเปิดทำการวันแรก,

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับของดัชนี SET 1,474 – 1,505 อ้างอิงจากสถิติที่ดัชนีมีโอกาสปรับลดลง -1.5% ถึง  -3.5% ในช่วงวันแรกของการเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง กลยุทธ์การลงเน้น Wait & See เพื่อรอประเมินสถานการณ์ หรือพักเงินในกลุ่มปลอดภัย เช่น CPF,BH,BDMS,MEGA,BLA / เก็งกำไรกลุ่มพลังงาน PTT,PTTEP,TOP,BCP,SPRC จากสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุช        
  • THANI* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 1.99 บาท) ในปี 69 บริษัทตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อใหม่ 7-1.9 หมื่นล้านบาท สูงจากสิ้นปีก่อนที่ 1.43 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวม +10-15%YoY การฟื้นตัวหลักมาจากกลุ่มรถบรรทุกมือสอง (67%) และอุปสงส์ของกลุ่มรถยนต์หรู (24%) ขณะที่ภาพรวมคุณภาพสินเชื่อปรับตัวดีขึ้น โดย ณ สิ้นปี 68 NPL อยู่ที่ 2.56% แนวโน้มต้นทุนทางการเงินในปี 69 จะลดลงต่ำกว่า 3% จากดอกเบี้ยขาลงและแผนการออกหุ้นกู้ใหม่ทดแทนเงินกู้ระยะสั้นจากธนาคาร รวมถึงคาดว่าผลขาดทุนด้านเครดิตจะลดลงจากสถานการณ์รถยึดที่ดีขึ้น ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 1.18 พันล้านบาท +3%YoY และ 1.26 พันล้านบาท +7%YoY

PTTEP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 137.00 บาท) ได้รับ Sentiment บวกจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ  ที่สูงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในส่วนของ PTTEP กำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 1.75 หมื่นล้านบาท (+38%QoQ, -4%YoY) ฟื้นตัวเด่น QoQ จากปริมาณขายเฉลี่ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ลดลงด้วยผลของ Volume Effect รวมถึงการรับรู้กำไรรายการ non-recurring จำนวนมาก แนวโน้มกำไรปกติปี 69 ยังแข็งแกร่ง ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดในมือสูง สามารถคาดหวังต่อ Dividend Yield ในระดับสูงราว 6-7% ต่อปี

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI มี.ค. +$1.81 อยู่ที่ $67.02 / บาร์เรล, Brent เม.ย. +$1.73 อยู่ที่ $72.48/บาร์เรล ขณะที่เช้านี้ WTI Futures +3.34% อยู่ที่ $70.42/บาร์เรล หลังอิสราเอล & สหรัฐปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุช

 

Gold Update(+)Comex Gold เม.ย.+$53.70 อยู่ที่ $5,247.90 /ออนซ์ ขณะที่เช้านี้ Gold Futures +1.62% อยู่ที่ $5,332/ออนซ์ หลังอิสราเอล & สหรัฐปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ซื้อสุทธิ +424.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +44.93 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ +291.73 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +87.88 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 31.16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 3.955 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +23 จุด อยู่ที่ 2,140

(-) BitCoin เช้านี้ -1.23% อยู่ที่ 66,442 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

สัปดาห์ที่1 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย

 

ต่างประเทศ

02 มี.ค.     US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (ก.พ.)

04 มี.ค.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ก.พ.)

04 มี.ค.     CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน (ก.พ.)

US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)(ก.พ.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (ก.พ.)

US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

05 มี.ค.     US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

06 มี.ค.     US ดัชนียอดขายปลีก (ม.ค.)

US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (ก.พ.)

US อัตราการว่างงาน (ก.พ.)

US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (ก.พ.)

               

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, GPSC*, PTTEP, KLINIQ

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้