26 ก.พ. 2569 16:55:34 458
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 26 กุมภาพันธ์ 2569 )-----บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ ซื้อกิจการบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ใช้เงิน 374.56 ลบ. ชี้ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และ การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน พร้อมสร้างการเติบโตในธุรกิจหลักทรัพย์ของบริษัทฯ คาดเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 2/69 บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) BYD เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “BYD” หรือ “ผู้ซื้อ”) ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 (“ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น”) เพื่อพิจารณาอนุมัติการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์โดยการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) (“KFS” หรือ “กิจการเป้าหมาย”) จำนวน 850.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 90.00 ของ จำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของ KFS ในราคาหุ้นละ 0.04404 บาท รวมเป็นจำนวนเงินประมาณ 37.46 ล้านบาท จากบริษัท คิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (“KFH”) ซึ่งไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ซึ่งการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวจะทำให้ KFS มีสถานะเป็น “บริษัทย่อย” ของบริษัทฯ (“ธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS”)ทั้งนี้ภายหลังจากการได้มาซึ่งหุ้นสามัญเดิมของ KFS จนส่งผลให้ KFS เป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ บริษัทฯ จะลงทุน เพิ่มเติมโดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่ของ KFS โดยเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่ตามสัดส่วนการถือหุ้นจำนวน 7,654.50 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.04404 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 337.10 ล้านบาท (“การลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญ เพิ่มทุน”) โดยบริษัทฯ จะชำระค่าตอบแทนสำหรับธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS และสำหรับการลงทุนเพิ่มเติมในหุ้น สามัญเพิ่มทุน รวมเป็นจำนวนเงินประมาณ 374.56 ล้านบาท ด้วยเงินสด ซึ่งมาจากกระแสเงินสดในธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้ ราคาซื้อขายหุ้นสามัญที่กำหนดไว้ในอัตราหุ้นละ 0.04404 บาทดังกล่าว ยังไม่ใช่ราคาซื้อขายสุดท้าย โดยราคาซื้อ ขายสุดท้ายจะต้องมีการปรับ (Price Adjustment) ตามกลไกการปรับราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น รวมถึงการปรับปรุงจาก ข้อมูลทางการเงินตามงบการเงินประจ าปี 2568 ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของ KFS และต้องดำเนินการ ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่มีผลสมบูรณ์ของธุรกรรม (Closing Date) นอกจากนี้ ธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS และการลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว ยังมีเงื่อนไขสำคัญที่ บริษัทฯ จะเข้าถือหุ้นต่อเมื่อ KFS ได้ดำเนินการตั้งสำรองรายการต่าง ๆ แล้วเสร็จ และงบการเงินของ KFS ไม่มีเงื่อนไข (Unqualified Opinion) เพื่อป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อฐานะการเงินและงบการเงินรวมของบริษัทฯ ธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS และการลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว เข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่ง สินทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 20/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยส าคัญที่เข้าข่ายเป็น การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ. 2547 (รวมทั้งที่ได้มี การแก้ไขเพิ่มเติม) (รวมเรียกว่า “ประกาศรายการได้มาหรือจ าหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์”) โดยเมื่อพิจารณาผลรวมของขนาดรายการ สำหรับธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS และการลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญเพิ่มทุน ตามประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไป ซึ่งสินทรัพย์แล้ว จะมีขนาดรายการรวมสูงสุดเท่ากับร้อยละ 9.83 ตามเกณฑ์มูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ (NTA) อ้างอิงจากงบ การเงินที่สอบทานแล้วของบริษัทฯ สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 และบริษัทฯ ไม่มีรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์อื่น ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เมื่อนำมาคำนวณรวมแล้วมีขนาดรายการไม่เกินร้อยละ 15.00 จึงไม่เข้าข่ายต้องเปิดเผยสารสนเทศต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามประกาศดังกล่าว อีกทั้ง KFH ในฐานะผู้ขายไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ฯ และบริษัทย่อยของบริษัทฯ ดังนั้น การเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวจึงไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการ กำกับตลาดทุนที่ ทจ.21/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยว โยงกัน พ.ศ.2546 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) อย่างไรก็ตาม รายการดังกล่าวเป็นรายการได้มาซึ่งเงินลงทุนในบริษัทอื่นอันเป็นผลให้บริษัทนั้นมีสภาพเป็นบริษัทย่อยของ บริษัทฯ ตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการ เปิดเผยสารสนเทศและ การปฏิบัติการใดๆ ของบริษัทจดทะเบียน พ.ศ. 2560 บริษัทจึงมีหน้าที่ในการเปิดเผยสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย เนื่องจากธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS ถือเป็นการซื้อหรือรับโอนกิจการของบริษัทอื่นหรือบริษัทเอกชนมาเป็น ของบริษัทฯ ตามมาตรา 107(2) แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) บริษัทฯ จึงมี หน้าที่ต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการเข้าทำรายการดังกล่าว โดยต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน บริษัทฯ จะเข้าทำธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS ภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือ หุ้น และภายหลังจากที่เงื่อนไขบังคับก่อนภายใต้สัญญาซื้อขายหุ้นของกิจการเป้าหมายเป็นผลสำเร็จ และ/หรือได้รับการผ่อนผันจาก คู่สัญญา หรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS จะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ภายหลังจากการได้มาซึ่งหุ้นสามัญเดิมของ KFS จนส่งผลให้ KFS เป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ บริษัทฯ จะเข้าทำการ ลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญเพิ่มทุนออกใหม่ของ KFS ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าธุรกรรมการลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญเพิ่มทุนจะเสร็จ สมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 เช่นกัน โดยสามารถขยายเวลาการดำเนินการเข้าทำธุรกรรมได้ เว้นแต่ก่อนบริษัทฯ เข้าทำ การลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญเพิ่มทุนออกใหม่ของ KFS เกิดเหตุการณ์และข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ เข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS โดยการซื้อหุ้นสามัญ KFS จากบริษัท คิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในจำนวน 850.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 90.00 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของ KFS รวมเป็นมูลค่าลงทุนประมาณ 37.46 ล้านบาท โดย KFS มีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.65 บาท บริษัทฯ จะชำระ ค่าตอบแทนสำหรับการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS ด้วยเงินสดจากกระแสเงินสดภายในกิจการของบริษัทฯ ภายหลังจากการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าว KFS จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ภายหลังจากบริษัทฯ ได้เข้าทำธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS เสร็จสมบูรณ์แล้ว KFS ซึ่งมี สถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ จะเพิ่มทุนจดทะเบียนโดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้น เดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งสิ้นจำนวน 8,505.00 ล้านหุ้น มูลที่ตราไว้หุ้นละ 0.65 บาท โดยบริษัทฯ จะใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนถือหุ้นที่ร้อยละ 90 คิดเป็นจำนวนหุ้น 7,654.50 ล้านหุ้น รวมเป็นมูลค่าลงทุนประมาณ 337.10 ล้านบาท บริษัทฯ จะชำระค่าตอบแทนสำหรับการ ลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญเพิ่มทุน KFS ด้วยเงินสดจากกระแสเงินสดภายในกิจการเมื่อธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS เสร็จสมบูรณ์ บริษัทฯจะเข้าถือหุ้นสามัญใน KFS จำนวน 850.50 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 90.00 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของ KFS และเมื่อการลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสร็จ สมบูรณ์ บริษัทฯ จะเข้าถือหุ้นสามัญใน KFS รวมทั้งสิ้นจำนวน 8,505.00 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 90.00 ของจำนวนหุ้นที่ ออกและชำระแล้วของ KFS ภายหลังการเพิ่มทุน ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับบริษัทฯ บริษัทฯ คาดว่าการเข้าทำธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS และการลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญเพิ่มทุนนั้นจะ ก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่บริษัทฯ ดังนี้ 1) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การเข้าซื้อกิจการของ KFS ซึ่งประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ จนมีอำนาจควบคุม และการโอนทรัพยากรในการ ดำเนินงานในธุรกิจหลักทรัพย์ของ BYD ไปไว้รวมกันที่ KFS ในฐานะบริษัทย่อย จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันทางธุรกิจหลักทรัพย์ของกลุ่มบริษัทฯ จากการขยายฐานลูกค้าให้มีจำนวนมากขึ้น ทั้งลูกค้ากลุ่ม สถาบัน ลูกค้ารายย่อย และลูกค้ากลุ่มอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญา ซื้อขายล่วงหน้า ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจ หลักทรัพย์ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ค่านายหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการให้ เติบโตมากขึ้นในอนาคต2) การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การเข้าทำรายการในครั้งนี้และการโอนทรัพยากรในการดำเนินงานในธุรกิจหลักทรัพย์ของกลุ่มบริษัทฯ ไปไว้ รวมกันที่ KFS ในฐานะบริษัทย่อย จะทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนในการดำเนินงานให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยลดต้นทุนจากการดำเนินธุรกิจซ้พซ้อนกัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการรวมการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงมีโอกาสเพิ่มอัตราการ ทำกำไรเนื่องจาก Economy of scale ในธุรกิจในระยะยาว รวมถึงเป็นลดจำนวนคู่แข่งในตลาดที่มีการ แข่งขันในระดับสูง 3) สร้างการเติบโตในธุรกิจหลักทรัพย์ของบริษัทฯ การเข้าทำรายการในครั้งนี้ช่วยสร้างการเติบโตในธุรกิจให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ของกลุ่มบริษัทฯ ทำให้ สามารถขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้นและสร้างการเติบโตของมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์ฯ โดยการเพิ่มมูลค่าการ ซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลอดจนการขยายธุรกิจในฝ่ายงานบริหารความมั่งคั่ง(Wealth Management) ผ่านฐานธุรกิจของ KFS รวมถึงการให้บริการที่เกี่ยวข้องต่างๆ ทำให้รายได้ค่านายหน้า รายได้ ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ รายได้ดอกเบี้ยของกลุ่มบริษัทฯ มีโอกาสเติบโตเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นการ เพิ่มรายได้และความสามารถในการทำกำไรให้แก่กลุ่มบริษัทฯ เพื่อสร้างการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มทาง ธุรกิจหลักทรัพย์ของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงสร้างผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในอนาคตธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS และการลงทุนส่วนเพิ่มเติมในครั้งนี้ บริษัทฯ จะชำระด้วยเงินสดจากกระแสเงิน สดในธุรกิจของบริษัทฯ ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติการทำรายการในครั้งนี้ เนื่องจาก พิจารณาแล้วเห็นว่า ธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS และการลงทุนส่วนเพิ่มเติมในครั้งนี้ มีความสมเหตุสมผลและเป็น ประโยชน์ต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เนื่องจากจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจหลักทรัพย์ของกลุ่ม บริษัท ฯ เพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจ เพิ่มความสามารถในการให้บริการและผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาด เพิ่มขึ้น และสร้างการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างการดำเนินงานของบริษัทฯเกี่ยวกับการ ประกอบกิจการอื่นของบริษัทหลักทรัพย์ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม จึงมีมติให้นำเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
----จบ---
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
ทีทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Ecosystem ด้วยแนวคิด Holistic Wealth Solutions พร้อมผนึกกำลังกับ Schroders..
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นใหญ่ หน้าเดิม อย่าง DELTA ก็นำพา SET ทะลุ ทะลวง บวกไป 20 บาท .....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์