สรุปภาพตลาดวานนี้
SET พักแป๊ปเดียว ก็บวก โดยเป็นแรงซื้อกลับในหุ้นพลังงาน GULF PTTEP PTT TOP ไอซีที ADVANC TRUE และหุ้นเชื่อมโยงการเมือง STECON STPI PTG ATLAS เป็นต้น ส่วนแรงขายอยู่ในกลุ่มท่องเที่ยว และคอมเมิร์ช
แนวโน้มตลาดวันนี้
หุ้นย่อ-ต้องมีเรา
เรายังคงย้ำกลยุทธ์ 1500 จุด ควรแบ่งขายทำกำไร หุ้นบางกลุ่ม(ตัว)ที่ขึ้นแรง เช่น ธนาคาร สื่อสาร ฯลฯ ที่...ราคาหุ้นทำนิวไฮท์นับจากกลางปีที่แล้ว, เริ่มนึกหา Catalyst ใหม่ๆบวกต่อราคาหุ้นไม่ได้ ส่วนข่าวดีก็ออกหมดแล้ว เช่น ปันผลพิเศษ กำไรดีเกินคาด, เทคนิคคอล Overbough ทั้งรายวันและรายสัปดาห์ และเริ่มส่งสัญญาณกลับตัวลง:
*แล้วนำส่วนของกำไรที่ขายได้มาต่อ ยอดหุ้นต้นรอบ ที่เรามองว่าน่าสนใจเก็บเข้าพอร์ต โดยสามารถเริ่มจากธีมการลงทุนหลักๆ ที่เรา แนะนำไปก่อนหน้านี้ ยกตัวอย่าง เช่น
หุ้นอิงการหมุนกลุ่มตามแนวทางที่กลยุทธ์ย้ำ เรื่อง Flows Rotation เช่น
1.) ดักวัฎจักรเศรษฐกิจ แถมภัยสงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ผลักดันราคาพลังงาน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เรือเทกอง, เรือตู้, การผลักต้นทุนไปเป็นรายได้: PTT PTTEP TOP EGCO PSL RCL PTTGC IVL
2.) การอ่อนค่าของเงินบาท, ความไม่แน่นอนของราคาหุ้นอุปโภคบริโภคในประเทศ เห็นได้จากราคาหุ้นกลุ่มนี้เริ่มหมดแรงส่ง (CPAXT CPALL DOHOME MTC SAWAD ฯลฯ) คาดการหมุนแบบนี้ ส่งผลดีต่อหุ้น HANA KCE CCET SCGP รายได้อิงตามต่างประเทศ และ
3.) การส่งออกไทยเดือน มค.ที่โตดีเกินคาด โดยตลาดส่งออกที่ขยายตัวแรง คือ โอเชียเนีย จากการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวาเพื่อส่งออก ฯลฯ เราเห็นว่าภาคส่งออกที่ขยายตัวสูงนี้ จะส่งผลดีต่อ Upside ของธุรกิจขายน้ำ ขายไฟ ขยายพื้นที่ผลิต ของกลุ่มหุ้นเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม: WHA WHAUP AMATA GPSC BGRIM
ด้านปัจจัยควรติดตาม (คาดเป็นกลาง) กนง.คงดอกเบี้ย / (+) รอลุ้นผลรับรองเลือกตั้ง 69 และเส้นตาย กกต.ซึ่งทาง สตง.ไต่สวนสุดท้ายวัน ศุกร์ 27 ก.พ.นี้ หากผ่านไปได้และมีการรับรองผลฯ จับตาหุ้นการเมืองที่จะกลับมาคึกคักอีกรอบ...
กลยุทธ์การลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง, หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการ เก็งกำไร
วิเคราะห์ทางเทคนิค
ดัชนี SET กำลังอยู่ในสภาวะ "ย่อเพื่อยืด" หลังจากที่พุ่งขึ้นมาแรงจนทำจุดสูงสุดในรอบ 14 เดือน (14-Month High) จับตาโครงสร้างราคา (Market Structure) ยังคงเดินหน้า "Higher High – Higher Low" ที่ชัดเจน โดยดัชนีพยายามประคองตัวเหนือระดับ 1,450-1,470 จุด (เส้น EMA 5 วัน) และมีแนวต้านจิตวิทยา 1,500 จุด และเป้าหมายระยะกลาง 1550 จุด / สัญญาณเตือน: อาจมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้างเมื่อเข้าใกล้ด่าน 1,500 จุด ประกอบกับความร้อนแรงของเครื่องมือทางเทคนิคที่ทำให้ต้องเกิดการพักฐานสั้นๆ (Healthy Correction) หรือการย่อตัวลดความร้อนแรงของเครื่องมือทางเทคนิค (ย่อไม่ลึก) ซึ่งเป็นจุดเด่นของ "Bull Market Momentum"
กลยุทธ์ทางเทคนิค: ต้นทุนต่ำแนะนำ "ถือหุ้น run trend" หรือ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" (Buy on Weakness) ในโซน 1,460-1,470 จุด เพื่อรอรับการทดสอบแนวต้านใหญ่ที่ 1,500-1,550 จุด ในช่วงเดือนมีนาคมครับ (อ่านต่อหน้า 11)
What to watch
"ทรัมป์" ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากทุกประเทศเป็น 15% จากเดิม 10% ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ (21 ก.พ.) ว่าจะปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกเป็น 15% โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่เขาเพิ่งประกาศตั้งกำแพงภาษี 10% ทั่วโลก หลังเผชิญความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่จากคำวินิจฉัยของศาลฎีกา
รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องจ่ายคืนรายได้ภาษี 1.75 แสนล้านดอลลาร์ หลังศาลเบรกภาษีทรัมป์ คำวินิจฉัยดังกล่าวเปิดทางให้มีการเรียกร้องขอคืนเงินได้อย่างชัดเจน และมีแนวโน้มว่าบริษัทส่วนใหญ่จะยื่นขอคืนภาษี ซึ่งจะทำให้กระทรวงการ คลังสหรัฐฯ ต้องเป็นผู้จ่ายเงินคืน
การเมืองในประเทศ: การจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลคู่ขนานไปกับการรอ กกต.รับรองผลเลือกตั้ง สส. ส่วนเรื่องคดีร้องเรียนเลือกตั้งปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการซึ่งอาจรบกวนตลาดในระยะสั้นๆ
ส่งออกไทยแกร่ง! ม.ค. โตพุ่ง 24.4% มูลค่าทะลุ 31,000 ล้านดอลล์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในแง่มูลค่าถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนในแง่อัตราการขยายตัว ถือว่าสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 29.4% ส่งผลให้ในเดือนม.ค.นี้ ไทยยังขาดดุลการค้า 3,303.4 ล้านดอลลาร์
กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่า 26,950.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29.8% โดยสินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, แผงสวิตช์ และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า, หม้อแปลงไฟฟ้า และส่วนประกอบ, แผงวงจรไฟฟ้า, รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
โดยตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวได้ดี ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ทวีปออสเตรเลีย ขยายตัว 97.8% อันดับ 2 สวิตเซอร์แลนด์ ขยายตัว 52.5% อันดับ 3 สหรัฐฯ ขยายตัว 43.1% อันดับ 4 จีน ขยายตัว 35.1% และอันดับ 5 อาเซียน 5 ขยายตัว 29.8% ขณะที่ตลาดสำคัญที่หดตัว ได้แก่ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) หดตัว 8.7% และแอฟริกา หดตัว 3.6
หุ้นแนะนำวันนี้
WHA
อานิสงส์เงินลงทุนโดยตรงไหลเข้าต่อเนื่อง จากมาตรการทะลวงท่อ BOI สะท้อนอุตสาหกรรมเชื่อมโยง เช่น นิคม ขายน้ำ ขายไฟฟ้ามี Upside ตามตัวเลข ส่งออก และส่งเสริมการลงทุนที่ดีเกินคาด
แนวรับ 4.3 ต้าน 4.7 Stop loss 4
รายงานพื้นฐานวันนี้
ADVICE
(Tactical Stock)
รับอานิสงส์แรมแพงขึ้น แต่มีต้นทุนที่ยังต่ำ
เราเริ่มต้นคำแนะนำซื้อในเชิงกลยุทธ์ (TACTICAL BUY) สำหรับ ADVICE โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 7 บาท (สอดคล้องกับพื้นฐาน) อิง PER 14 เท่า (PEG 1 เท่า) โดยราคาปัจจุบันซื้อขายเพียง PER ราว 12 เท่า แต่ ADVICE กำลังเข้าสู่ช่วง “sweet spot” ของกำไรที่พบได้ไม่บ่อย จาก
1) วัฏจักร RAM เร่งตัวแรง ใน 3Q25 ราคา DRAM ขึ้นเพียง 8–13% แต่จุดเปลี่ยนเกิดใน 4Q25 เมื่อราคา DRAM กระโดดขึ้น 38–43% ขณะที่ Graphics DRAM เพิ่ม 25–35% และใน 1Q26 คาดว่า DRAM จะพุ่ง 105–110% YoY และ Graphics DRAM เกือบ 100% YoY สะท้อนรอบขาขึ้นที่ เร่งตัวชัดเจน
2) นโยบายการสต็อคสินค้าคงหนุนกำไร เกิดจาก Lead time ในการสั่งสินค้าโดยเฉลี่ยของโลกนานขึ้นจากราว 8-12 สัปดาห์ เป็น 20-34 สัปดาห์ ทำให้ OEM ต้องมีการล็อคต้นทุนล่วงหน้า หนุนราคาขาย (ASP) ปรับขึ้น ขณะที่ ADVICE จะมีสต็อกราว 60 วัน ทำให้ยังขายสินค้าที่ต้นทุนเดิมได้ จึงเกิด “low-cost in, high-price out”
3) แนวโน้มกำไรเข้าสู่รอบเร่งตัว ด้วยเหตุการณ์ข้างต้น ส่งผลให้ GM มีโอกาสขยายอีก 100–200bps จากราว 10.5% ไปแตะใกล้ 11% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดใหม่ ใน 1Q26 ประกอบกับค่าใช้จ่ายกิจกรรมพิเศษใน 4Q25 ที่จะไม่เกิดซ้ำ หนุนกำไร 1Q26 มีโอกาสแตะ 80 ล้านบาท เติบโตทั้ง +30% YoY และ +30% QoQ ทำสถิติใหม่
NER
(Visit Note)
นอร์ทอีส รับเบอร์
มุ่งรักษามาร์จิ้นในปี 2026
NER รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 395 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรจากปกติที่ 293 ล้านบาท ลด 18% YoY และ 10% QoQ ถูกกดดันจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายลดลง อัตรากำไรขั้นต้น (GM) อยู่ที่ 8.4% เทียบ 8.8% ใน 4Q24 และ 8.9% ใน 3Q25 สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานใน 1Q26 มีโอกาสดีขึ้น QoQ จากราคาขายยาง SICOM ที่ดีขึ้น ขณะที่คาดปริมาณการขายทรงตัว
ปี 2026 ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตรายได้จากทั้งปริมาณการขาย 500,000 ตัน เติบโต 5% YoY ซึ่งเต็มกำลังการผลิตแล้ว และจากราคาขายที่เพิ่มตามต้นทุนราคายางที่อาจเพิ่มตามสภาวะแล้ง ขณะที่การเปิดโรงงานแปรรูปแห่งที่ 3 ขยับจาก 2H26 ไปเป็น 1Q27 ทำให้ปี 2026 เป็นปีแห่งการรักษา มาร์จิ้น ก่อนเติบโตจากกำลังการผลิตขึ้นปี 2027
Our view: ตามประมาณการของ Settrade consensus พบ PER ปี 2026 เพียง 4.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม และมีเงินปันผลสูงถึง 8.4% ต่อปี Consensus คาดกำไรปี 2026 ทรงตัว เราจึงไม่คาดว่าจะมีการปรับประมาณการขึ้นและลง อย่างมีนัยยะ สำหรับแนวโน้มใน 1Q26
รายงานผลประกอบการวันนี้
วันนี้ มีรายงานผลประกอบการทั้งหมด 9 บริษัท แบ่งเป็น
(+) กำไรดีกว่าคาด (Beat) จำนวน 4 บริษัท ได้แก่ CENTEL ERW SPALI BGRIM
(0) กำไรตามคาด (In-line) จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ BJC COM7 BTG
(-) กำไรต่ำกว่าคาด (Missed) จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ AAV SYNEX
(+) CENTEL รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 974 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 783 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY และ 309% QoQ สูงกว่าที่เราและตลาดคาด 15% และ 13% ตามลำดับ เกิดจากทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารที่ดีกว่าคาด แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก เพิ่มขึ้น YoY (โรงแรมในมัลดีฟดีขึ้น) และ QoQ (จากทั้งโรงแรมไทยและมัลดีฟ) เราปรับกำไรปี 2026 ขึ้น 13% ราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มเป็น 42 บาท (จาก 38.7 บาท) คงคำแนะนำซื้อ
(+) ERW รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 373 ล้านบาท ลดลง 1% YoY แต่เพิ่มขึ้น 565% QoQ เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด โดยการเพิ่มขึ้นแรง QoQ มาจากรายได้เพิ่ม 26% QoQ และ Margin ดีขึ้นจากฐานต่ำกว่าปกติ แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก เพิ่มขึ้น YoY (จาก RevPar) และ QoQ (ตามฤดูกาล) เราปรับกำไรปี 2026 ขึ้น 7% จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ราคาเป้าหมายใหม่เป็น 3.50 บาท (จาก 3.30 บาท) และคงคำแนะนำซื้อ
(-) AAV รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1,610 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 1,025 ล้านบาท ลดลง 2% YoY (จากราคาตั๋วเฉลี่ย และรายได้เกี่ยวเนื่อง) แต่ Turnaround QoQ ผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่เรา 17% (จากรายการพิเศษ) แต่ดีกว่าตลาดคาด 10% แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก อ่อนตัวลง YoY แต่เพิ่ม QoQ (เป็นไตรมาส Peak ปกติ) เราคงคำแนะนำซื้อ (ราคาเป้าหมาย 1.50 บาท) รับอานิสงส์การท่องเที่ยวใน 1Q26
(0) BJC รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1,293 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักอยู่ที่ 1,289 ล้านบาท (-13% YoY แต่ +105% QoQ) ใกล้เคียงเราและตลาดคาด โดย YoY กดดันจากกำไรที่ลดลงของธุรกิจ BigC และธุรกิจขายสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ BJC มีประกาศจ่ายปันผลงวด 2H25 ที่ 0.36 บาท คิดเป็น Div yield 2.3% ขึ้น XD 29 เม.ย. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก ลดลง YoY, QoQ แรงกดดันหลักจาก BigC และการไม่มีมาตรการ Easy e-receipt สนับสนุน อย่างไรก็ดี คาดว่า SSSG ที่ต่ำจะผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q26 ช่วงที่เหลือจะมีแรงหนุนกลับ เราแนะนำซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 16.50 บาท
(0) COM7 รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1,208 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ (+10% YoY, +11% QoQ) ใกล้เคียงที่เราและตลาดคาด โดย YoY โตตามกระแสไอโฟน 17, สัดส่วนรายได้ธุรกิจY และ คุม SG&A/sales อีกทั้งประกาศจ่ายปันผล 1.1 บาท คิดเป็น Div yield 4.4% ขึ้น XD 10 มี.ค. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก จะเติบโต YoY จากรายได้ แต่ลดลง QoQ ตามฤดูกาล เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 30 บาท
(-) SYNEX รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 193 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักอยู่ที่ 161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY แต่ลดลง 10% QoQ และต่ำกว่าเราคาด 8% และตลาดคาด 13% จาก GM ต่ำกว่าคาด (เหลือ 3.6%) ทั้งนี้ SYNEX มีประกาศจ่ายปันผลงวด 2H25 ที่ 0.38 บาท ขึ้น XD 30 เม.ย. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก เพิ่มขึ้น YoY แต่ทรงตัว QoQ ซึ่งทิศทางรายได้เป็นไปตามกลุ่ม Smart Device และการส่งมอบงานโครงการรัฐ กำไรที่ต่ำคาดมี Downside ประมาณการทั้งปี 2026 กดดันราคาหุ้นในระยะสั้น ในกลุ่มนี้ เราชอบ COM7 ADVICE มากกว่า
(+) SPALI รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.34 ล้านบาท ลดลง 33% YoY (จากรายได้และ GM) แต่เพิ่มขึ้น 15% QoQ (จากรายได้เพิ่ม และคุมค่าใช้จ่าย) กำไรสูงกว่าที่เราและตลาดคาด จากค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคาด พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับ 2H25 ที่ 0.70 บาท คิดเป็น Div yields 3.8% ขึ้น XD วันที่ 6 พ.ค. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลักเพิ่ม YoY (ฐานต่ำ) แต่ลดลง QoQ (ตามฤดูกาล) เรายังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 19 บาท
(0) BTG รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1,026 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 913 ล้านบาท ลดลง 5% YoY และ 26% QoQ เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก จะลดลง YoY ตามราคาหมูลดจากฐานเดิม แต่เพิ่มขึ้น QoQ จากราคาหมูฟื้นเช่นกัน หนุน GM เราปรับกำไรขึ้นเพียงเล็กน้อย 1.1% ราคาเป้าหมายใหม่ 20.50 บาท (จาก 20 บาท) แนะนำซื้อเก็งกำไร
(+) BGRIM รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 491 ล้านบาท หักรายการพิเศษ กำไรหลักจะอยู่ที่ 505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% YoY และ 22% QoQ ดีกว่าที่เราคาดจากรายได้อื่น (แต่เป็นไปตามตลาดคาด) พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 2H25 ที่ 0.232 บาท คิดเป็น Div yields 1.5% ขึ้น XD วันที่ 10 มี.ค. แนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรหลัก เพิ่มขึ้น YoY, QoQ จากต้นทุนก๊าศที่ลงอีก เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 20 บาท
สรุปประเด็นจาก Quick take
GULF
กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
PDP ใหม่มี upside ต่อกำลังผลิตก๊าซจาก draft เดิมราว 4-5GW เพื่อรองรับ demand ที่เร่งตัวจาก data center กำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
View from fundamental: เรายังมอง GULF เป็นหุ้นหลักในธีม PDP ใหม่จากแนวโน้ม upside จากโรงไฟฟ้าก๊าซ และ พลังงานหมุนเวียน