Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

28

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 19 ก.พ.69 ปิด +27.24 จุด อยู่ที่ 1,493.91 จุด มูลค่าการซื้อขาย 94,763 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 4,872 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,638 ลบ. สถาบันขาย 600 ลบ.และรายย่อยขาย 5,910 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,279 ลบ. ซื้อ PTT,PTTEP,DELTA,TOP,BH และขาย CPALL,AOT,ADVANC,SCB,TRUE มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,525 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CBG,TISCO,ADVANC โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 2,175 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 62,836 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,951 ลบ

 Market View

  • DJIA -0.54%, S&P500 -0.28%, Nasdaq -0.31% นำโดยกลุ่มการเงิน -9% หลังหุ้นกลุ่ม Private Credit Blue Owl Capital -6% รับข่าวการขายสินทรัพย์ $4 พัน ล. และระงับการไถ่ถอนในกองทุนแห่งหนึ่งของบริษัท เพื่อบริหารจัดการหนี้และคืนทุนให้กับนักลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกังวลต่อคุณภาพหนี้ของกลุ่ม Private Credit และความเสี่ยงของสถาบันการเงินที่ลงทุนในหุ้นซอฟต์แวร์ ขณะที่ Walmart -1.4% หลังรายงานกำไรต่ำกว่าคาด และคาดการณ์รายได้ปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัว ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้นจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 23,000 อยู่ที่ 206,000 ต่ำกว่าคาดที่ 225,000 ราย ส่วนค่ำวันนี้ติดตาม US PMI ภาคผลิต & บริการ ก.พ., US PCE ธ.ค.คาด 2.9% & พ.ย.ที่ 2.8% YoY และ US GDP Q4/68 คาด 3.2% & Q3/68 ที่ 3.7% QoQ
  • Stoxx600 ยุโรป -0.53% จากแรงขายกลุ่มเหมืองแร่ -2.1% นำโดย Rio Tinto ผู้ผลิตแร่เหล็ก -3.7% หลังรายงานกำไรปีก่อนต่ำกว่าคาด สาเหตุมาจากราคาแร่เหล็กที่ปรับลดลง ขณะที่กลุ่มสาธารณูปโภค -1.8% หลังอิตาลีอนุมัติขึ้นภาษีนิติบุคคลต่อบริษัทพลังงานเพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้า ส่วนกลุ่มพลังงาน +0.9% ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ +1.86% จากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทางด้านการรายงานกำไร บจ. Q4/68 ใน Stoxx600 ทาง LSEG คาด -0.6% ดีกว่าเดิมคาด -4.0%YoY
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ +0.57% ได้แรงหนุนจากกลุ่มโลหะที่ไม่ส่วนผสมของเหล็ก, ผลิตภัณฑ์ยาง และเหมืองแร่ และ SoftBank ปรับขึ้นรับข่าว OpenAI ที่บริษัทลงทุนอยู่ มีแนวโน้มจะระดมทุนได้กว่า 1 แสน ล.ดอลลาร์ ขณะที่ Toyota Motor ก็ได้ประโยชน์จากค่าเงินเยนอ่อนค่า ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +3.09% ผ่านระดับ 5,600 จุด ได้แรงหนุนจาก Samsung Electronics +4.8%, SK Hynix +1.6% ,กลุ่มยานยนต์ Hyundai Motor +2.8% และกลุ่มอุต ฯ ต่อเรือ Hyundai Heavy Industries +5.7% รับข่าวรัฐบาลสหรัฐเปิดแผนฟื้นฟูอุต ฯ ต่อเรือของสหรัฐ และพร้อมร่วมมือกับเกาหลึใต้ & ญี่ปุ่น
  • SET +1.86% ปริมาณการซื้อขาย 4 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 4,872 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,638 ลบ.สถาบันขาย 600 ลบ. และรายย่อยขาย 5,910 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ +5.3% ซึ่งเป็นการฟื้นตัวตามกลุ่มเทค ฯ ของสหรัฐ และกลุ่มพลังงาน +2.4% ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ หลังสหรัฐ – อิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ และรัสเซีย – ยูเครนยุติการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่กลุ่ม Domestic Play อื่น ๆ เช่น ค้าปลีก, ไฟแนนท์, อสังหา ฯ และ รพ. ก็มีแรงซื้อสะสม หลังนักลงทุนมีความเชิงบวกต่อ ม.กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ โดยภาพรวมดัชนีในกลุ่ม TIP ได้ปัจจัยหนุนจาก Fund Flow วานนี้มียอดซื้อสุทธิรวม $177.2 ล. ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่ไหลออกจากตลาดกลุ่ม DM มายังตลาด EM เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน จากเดิมที่เน้นการลงทุนในกลุ่ม Tech สลับมายังกลุ่ม Value ที่เทรดบน P/E ที่ต่ำกว่าและมีอัตราเงินปันผลสูง ส่วนการรายงานกำไร บจ.วานนี้ PTT มีกำไร Q4/68 อยู่ที่ 2.55 หมื่น ลบ. +29%QoQ, +174% YoY ดีกว่าคาด +20% ได้ปัจจัยหนุนจากกำไรพิเศษ 9.3 พัน ลบ. ของรายการเปลี่ยนแปลงเงินลงทุนใน Lotus Pharmaceutical Co. ขณะที่ TRUE รายงานกำไร Q4/68 อยู่ที่ 4.0 พัน ลบ.+154% QoQ และฟื้นจากผลขาดทุน YoY ต่ำกว่าคาดที่ 5.0 พัน ลบ. พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 3 เดือน (ต.ค. – ธ.ค.68) ที่ 0.12 บาท ส่งผลให้เงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่ 0.31 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราจ่ายเงินปันผล 116% ของกำไรสุทธิ โดยภาพรวม บจ.129 แห่งที่ส่งงบแล้วมีกำไร Q4/68 +12% YoY และมีกำไรดีกว่าคาด 3.5%

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,470 – 1,480 แนวต้าน 1,507 – 1,515 โดยดัชนียังได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่มีมุมมองบวกต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย แต่ต้องระวัง Upside ที่เริ่มจำกัด หลัง SET เทรดบน F/PE ที่ 15.9 เท่า แนะนำเก็งกำไร PTT, PTTEP,BCP,TOP,IRPC ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ +2% หลังสหรัฐ – อิหร่านยุติการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ / ทยอยซื้อกลุ่ม Value เช่น CRC,HMPRO,CHG,SIRI,AP,SPALI,GPSC          
  • TOA* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 17.70 บาท)แนวโน้มกำไร 4Q68 คาดว่าจะเติบโตสูง YoY ยังได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงอยู่ (TiO2, Oil Linked) ส่วนรายได้คาดเติบโตได้ QoQ, YoY จากตลาดเมียนมาและเวียดนาม ส่วนประเทศไทยคาดมี demand ซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม ช่วยชดเชยภาพรวมตลาดในประเทศที่ชะลอตัว สำหรับแนวโน้มปี 69 บริษัทตั้งเป้ารายได้ในไทย +2%YoY และต่างประเทศ +10%YoY ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 68-69 ที่7 พันล้านบาท +39%YoY และ 2.9 พันล้านบาท +9%YoY
  • KLINIQ (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) คาดกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 108ลบ. (+9%YoY , +37%QoQ) โดย รายได้ยังคงโตได้ดีต่อเนื่องทั้งจากจำนวนสาขาที่สูงขึ้นและ SSSG ที่คาดว่าจะเป็นบวก YoY(high single digit ถึง low teens) ส่งผลให้ปัจจัยบวกมีน้ำหนักมากกว่า ปัจจัยกดดันในด้านค่าใช้จ่ายจากการเปิดสาขาใหม่และ Impairment จากการปิดสาขา ส่วนปี69 ทาง KLINIQ ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ต่างชาติปี69 ที่ 15-20%(จากเป้าปี68 ที่ 10%) Format/ใหม่ๆ เช่น Acne Lab จะช่วยหนุนมาร์จิ้น ส่วนการขยายสาขาปี69 คาด 10-15 สาขา(จาก สิ้นปี68 ที่ 82 สาขา) โดย 1Q69 จะเปิด L’Clinicราว 3 แห่ง ปัจจุบัน ประมาณการณ์กำไรสุทธิ ปี68 และ ปี69 อยู่ที่ 361 ลบ.( +12%YoY)  และ 426ลบ.(+18%YoY)

 

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI มี.ค. +$1.24 อยู่ที่ $66.43 / บาร์เรล, Brent เม.ย. +$1.31 อยู่ที่ $71.66/บาร์เรล กังวลสถานการณ์สหรัฐ – อิหร่าน หลังสหรัฐขีดเส้นตาย 10 วันการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน ขณะที่อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุชบางช่วงในการซ้อมรบร่วมกับรัสเซีย

 

Gold Update(-)Comex Gold เม.ย.-$12.10 อยู่ที่ $4,997.40 /ออนซ์ รอดูสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน และค่ำวันนี้ติดตาม US PCE ธ.ค. ที่จะมีผลต่อการตัดสินใจลดดอกเบี้ยของเฟด

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +177.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +156.05 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ +22.87 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -1.67 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 31.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.063 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -44 จุด อยู่ที่ 2,019

(+) BitCoin เช้านี้ +0.45% อยู่ที่ 67,160 ดอลลาร์สหรัฐ

(+)National Core CPI ญี่ปุ่น ม.ค. อยู่ที่ 2.0% & ธ.ค. 2.4% YoY

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

16 ก.พ.     สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 4/68

18 ก.พ.     ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 

25 ก.พ.     ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/256

27 ก.พ.     ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วน

ยานยนต์

สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

 

ต่างประเทศ

16 ก.พ.     JP ดัชนีจีดีพี (GDP) ญี่ปุ่น (ไตรมาส 4)

19 ก.พ.     US รายงานการประชุมของ FOMC

US ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย (ก.พ.)

US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

20 ก.พ.     US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) (ธ.ค.)

                US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาส 4)

                US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (ก.พ.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (ก.พ.)

US ยอดขายบ้านใหม่ (ธ.ค.)

 

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, ERW*, PTTEP, KLINIQ

 

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

DELTAพาSETทะลวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นใหญ่ หน้าเดิม อย่าง DELTA ก็นำพา SET ทะลุ ทะลวง บวกไป 20 บาท .....

ฝ่า1,600จุด By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองหุ้นไทย คงใช้หุ้นใหญ่ ไม่กี่ตัว ตีฝ่า วงล้อม ให้ ฝ่าดัชนีตลาดไปที่ 1,600 จุด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้