Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

105

 


เลือกตั้งญี่ปุ่น-ไทย หนุน FLOW เข้าเอเชีย

HORIZON MARKET VIEW
• ศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นโลกดีดตัวขึ้นแรง โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ ขยับขึ้นราว 2.0% -3.6% หลังมีแรงส่งจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ด้วยการเรียกความเชื่อมั่นจาก JENSEN HUANG (CEO ของ NVIDIA) เผยว่าความต้องการ AI (DEMAND) ยังสูงมาก และโครงสร้างพื้นฐาน AI จะถูกสร้างต่อเนื่อง 7–8 ปีข้างหน้า อีกทั้งกลุ่ม MEGATECH ยังทุ่ม CAPEX เพื่อ DATA CENTER และฮาร์ดแวร์ AI
• ขณะที่เช้านี้ตลาดหุ้นโซนเอเชียปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน นำโดยญี่ปุ่น +5.3% และเกาหลีใต้+4.2% พร้อมกับมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติม จากผลการเลือกตั้งในญี่ปุ่น ที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ภายใต้การนำของนายกฯ SANAE TAKAICHI คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายแบบแลนด์สไลด์ด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ส่งผลให้มีความเชื่อว่านายกฯ หญิงคนใหม่จะมีอำนาจเต็มที่ในการเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหญ่

 

REGION RADAR
• จากการที่พรรค LDP นำโดย SANAE TAKAICHI ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มถลายในการเลือกตั้งของญี่ปุ่น ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นแรงจากความคาดหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แนะนำเก็งกำไร DR: MUFG19
• POP MART (9992 HK) เป็นหนึ่งในหุ้นจีนที่เข้ากับธีม GLOBALREBALANCE ได้ชัดเจน จากเดิมที่พึ่งพาการเติบโตจากDOMESTIC DEMAND เป็นหลัก ปัจจุบันบริษัทขยายสาขาและรายได้ไปยังเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง


THAI FOCUS
•การเลือกตั้งปี 2569 คือ จุดเปลี่ยนสำคัญที่พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นสู่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ด้วยจำนวน 194 ที่นั่ง(เพิ่มขึ้นจากปี 66 ถึง123 ที่นั่ง) ตามด้วยพรรคประชาชนได้ 116 ที่นั่ง (ลดลง 35 ที่นั่ง)
• 5 นโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทย (งบประมาณรวม 1.48 แสนล้านบาท) ได้แก่ 1.ค่าไฟหน่วยละ 3 บาท 2.คนละครึ่ง พลัส 3.ทหารอาสา4.พยาบาลอาสาดูแลผู้สูงวัย 5.มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (ผ่อน 300 บาทต่องวด) ซึ่งอาจส่งผลต่อภาระงบประมาณที่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดินโดยตรง ทำให้หนี้สาธารณะอาจทะลุเพดาน 70% ของ GDP ได้

 

SYNAPSE STRATEGY
• เลือกตั้งเสร็จ ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเดินหน้าต่อ จากเสถียรภาพทางการเมืองที่แข็งแรงขึ้น บวกกับความต่อเนื่องของนโยบาย และในอดีต 1 สัปดาห์หลังเลือกตั้งหุ้นมักบวก 2.5% รวมถึงเช้านี้เห็นค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาถึง 0.3% หวัง FUND FLOW มีโอกาสทยอยไหลเข้าต่อเนื่อง
• หุ้นเด่นรับนโยบายหลังเลือกตั้ง, FUND FLOW ไหลเข้า, รับนักท่องเที่ยวจีนตรุษจีน แนะนำ BDMS, PR9, STECON, CPALL,CPAXT, BJC, CENTEL, ERW, TIDLOR, MTC, GULF


HORIZON MARKET VIEW
มีปัจจุยหนุนตลาดหุ้น-ทองคำ
ศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นโลกดีดตัวขึ้นแรง โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ ขยับขึ้นราว 2.0% - 3.6% หลังมีแรงส่งจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ด้วยการเรียกความเชื่อมั่นจาก JENSEN HUANG (CEO ของ NVIDIA) เผยว่าความต้องการ AI (DEMAND) ยังสูงมาก และโครงสร้างพื้นฐาน AI จะถูกสร้างต่อเนื่อง 7–8 ปีข้างหน้า อีกทั้งกลุ่มMEGA TECH ยังทุ่ม CAPEX เพื่อ DATA CENTER และฮาร์ดแวร์ AI (ALPHABET, AMAZON, META,MICROSOFT คาด CAPEX รวมราว 650 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026)


ขณะที่เช้านี้ตลาดหุ้นโซนเอเชียปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน นำโดยญี่ปุ่น +5.3% และเกาหลีใต้ +4.2% พร้อมกับมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติม จากผลการเลือกตั้งในญี่ปุ่น ที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ภายใต้การนำของนายกฯ SANAETAKAICHI คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายแบบแลนด์สไลด์ด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ส่งผลให้มีความเชื่อว่านายกฯหญิงคนใหม่จะมีอำนาจเต็มที่ในการเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหญ่ (PRO‑STIMULUS) ซึ่งอาจหนุนตลาดหุ้นเข้าสู่โหมด RISK ON อย่างไรก็ตาม การใช้นโยบายการคลังเชิงรุกเกินไป เสี่ยงกดดันเงินเยนอ่อนค่า และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ BOJได

 

สำหรับราคาทองคำพุ่งขึ้นทะลุ 5,000 เหรียญฯ อีกครั้ง ท่ามกลางความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่ออิหร่านในวันศุกร์ ซึ่งประกอบด้วย 15 หน่วยงาน บุคคล 2 ราย และเรือในกองเรือเงา 14 ลำ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของอิหร่านอย่างผิดกฎหมาย อีกทั้ง ปธน.ทรัมป์ ยังมีคำสั่งเก็บภาษีสูงสุด25% กับประเทศที่ค้าขายกับอิหร่าน อย่างไรก็ดี การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ความเห็นตรงกันว่าการเจรจารอบใหม่ควรจัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ขณะที่ ปธน.ทรัมป์ชี้การเจรจากับอิหร่านเป็นไปอย่างราบรื่น วางแผนหารือต่อสัปดาห์นี้


REGION RADAR
ญี่ปุ่นได้นายกรัฐมนตรีหญิงหนุนการขยายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ
จากการที่พรรค LDP นำโดย SANAE TAKAICHI ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มถลายในการเลือกตั้งของญี่ปุ่นส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นแรงจากความคาดหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยหุ้นที่น่าสนใจ อาทิMITSUBISHI UFJ(8306 JP) เป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นครอบคลุมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ วาณิชธนกิจ การบริหารสินทรัพย์ และธุรกิจหลักทรัพย์ โดยบริษัทกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งจากการเปลี่ยนผ่านนโยบายการเงินของญี่ปุ่นสู่ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ช่วยหนุน NET INTEREST MARGIN และความสามารถในการทำกำไรของธนาคารโดยตรง ในช่วงระยะสั้นด้าน SENTIMENT ได้แรงหนุนจากแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และ VALUATION ถูกกว่าหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว แนะนำเก็งกำไรDR: MUFG19

GLOBAL REBALANCE เป็นอีกธีมที่น่าสนใจในช่วงนี้
GLOBAL REBALANCE เป็นธีมที่กล่าวถึงเศรษฐกิจ เงินทุน และอำนาจการเติบโตกำลัง “กระจายตัวใหม่” จาก
การพึ่งพาศูนย์กลางเดียว ไปสู่หลายภูมิภาคและหลายโมเดลการเติบโตพร้อมกัน ภายใต้แรงกดดันจากGEOPOLITICS โดย POP MART (9992 HK) เป็นหนึ่งในหุ้นจีนที่เข้ากับธีม GLOBAL REBALANCE ได้ชัดเจนเพราะสะท้อนการส่งออก SOFT POWER และแบรนด์ของจีนไปสู่ตลาดโลก จากเดิมที่บริษัทพึ่งพาการเติบโตจากDOMESTIC DEMAND เป็นหลัก ปัจจุบัน POP MART ขยายสาขาและรายได้ไปยังเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง


THAI FOCUS
เจาะลึกภูมิทัศน์การเมืองใหม่ 2569 หลังภูมิใจไทยครองคะแนนเสียงอันดับ 1
ภายหลังการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งปี 2569 (อย่างไม่เป็นทางการ) ซึ่งนับไปแล้วกว่า 92.83% ข้อมูลจากTHAIPBS เผยให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลด้วยคะแนนเสียงที่ทิ้งห่างคู่แข่งแบบ"แลนด์สไลด์" กว่า194 ที่นั่ง (แบ่งเป็นเขต 175 และบัญชีรายชื่อ 19) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 123 ที่นั่ง อันดับ 2
คือ พรรคประชาชน (เดิมก้าวไกล) ได้รับ 116 ที่นั่ง (ลดลง 35 ที่นั่ง) อันดับ 3 คือ พรรคเพื่อไทย ตกมาอยู่อันดับ 3ได้เพียง 76 ที่นั่ง เป็นต้นซึ่งสมการจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคพรรคภูมิใจไทย พบว่าไม่ว่าจะจับมือกับขั้วใด รัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพสูงมาก เช่น จับมือเพื่อไทย รวมกันได้ 270+ ที่นั่ง หรือ จับมือพรรคประชาชน รวมกันได้สูงถึง 327+ ที่นั่ง ซึ่งต้องติดตามว่าทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นแบบที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ส่วนนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่ใช้ในการประกาศโฆษณาผ่าน กกต. พ.ศ. 2568 มีมูลค่าสูงถึง 1.48 แสนล้านบาท โดยมีนโยบายเรือธงที่ต้องจับตา ดังนี้
• ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท (63,360 ล้านบาท) : นโยบายที่ใช้งบประมาณสูงสุด มุ่งเป้าลดภาระค่าครองชีพโดยตรง ให้สิทธิ์ 200 หน่วยแรก ซึ่งเป็นนโยบายที่ส่งผลภาคประชาชนในวงกว้าง
• คนละครึ่ง พลัส (44,000 ล้านบาท) : การปัดฝุ่นและต่อยอดโครงการยอดฮิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ
• ทหารอาสา (22,700 ล้านบาท) : การปฏิรูปกองทัพโดยใช้งบประมาณจูงใจแทนการเกณฑ์ทหารในปัจจุบัน
• พยาบาลอาสาดูแลผู้สูงวัย (13,500 ล้านบาท) : รองรับสังคมสูงวัย (AGING SOCIETY) อย่างเต็มรูปแบบ
• มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท (3,200 ล้านบาท) : สนับสนุนพลังงานสะอาดและช่วยกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยใช้กลไกร่วมทุน (PPP) และกองทุนพลังงานฯ เข้ามาช่วยซัพพอร์ตงบประมาณรัฐ

ซึ่งความท้าทายของรัฐบาลใหม่คือ ภาระงบประมาณ: จากยอดรวม 148,326 ล้านบาท พบว่าต้องใช้ งบประมาณแผ่นดิน โดยตรงถึง 145,126 ล้านบาท (คิดเป็น 97.8% ของวงเงินนโยบาย) รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของภูมิใจไทยจะต้องบริหารจัดการรายรับของประเทศให้เพียงพอ โดยไม่กระทบต่อหนี้สาธารณะจนเกินเพดาน 70%

 


SYNAPSE STRATEGY
หวังหุ้นไทย ได้ ELECTOIN RALLY ต่อ
▪ ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเดินหน้าต่อ (POST-ELECTION RALLY) : หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ RISK PREMIUM ของตลาดปรับลด นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศกล้ากลับเข้าลงทุนมากขึ้น
▪ เสถียรภาพ + ความต่อเนื่องของนโยบาย : ตลาดให้น้ำหนักกับรัฐบาลที่เดินหน้าได้เร็ว โดยเฉพาะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ (คนละครึ่งพลัส) มาตรการดูแลค่าครองชีพ (ค่าไฟหน่วยละ 3 บาท ใน 200หน่วยแรก) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ ซึ่งช่วยหนุนทั้งกำไรบริษัทจดทะเบียนและ SENTIMENTตลาด
▪ สถิติในอดีตหนุน UPSIDE ระยะสั้น : ในอดีต SET INDEX มักปรับขึ้นเฉลี่ยราว +2.5% ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเลือกตั้ง สะท้อนแรงเก็งกำไรเชิงบวกและการ RE-RISKING ของนักลงทุน
▪ ค่าเงินบาทแข็งค่า : เช้านี้ค่าเงินบาทแข็งค่าประมาณ +0.3% สะท้อนแรงซื้อสุทธิฝั่งต่างชาติ มีโอกาสเห็นFUND FLOW ทยอยไหลเข้าตลาดหุ้นและตราสารหนี้ไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ สภาพคล่องสูงนอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีกระแสอื่นๆ ผลักดัน คือ MSCI อาจไม่ลดน้ำหนักหุ้นไทยในรอบนี้เหมือนรอบอื่นๆเพราะ ตลาดหุ้นไทยเริ่ม OUTPERFORM ได้ดี อีกทั้งใกล้ช่วงตุษจีน + มีกระแส BANGKOK CITY กลยุทธ์แนะนำหุ้นเด่นรับนโยบายหลังเลือกตั้ง, FUND FLOW ไหลเข้า, รับนักท่องเที่ยวจีนช่วงตรุษจีน แนะนำ BDMS, PR9,STECON, CPALL, CPAXT, BJC, CENTEL, ERW, TIDLOR, MTC, GULF

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ไต่เส้น By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง แต่เกมหุ้นไทย ไต่เส้น เส้นกราฟ เคลื่อนไหว ตามแรงเก็งกำไร แรงขาย แรงซื้อ ซื้อมากกว่าขาย ...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้