Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews: NER กำไรติดลมบน โบรกฯ อัพเป้าสู่ 12 บาท

2,633

 

สำนักข่าวอินไซด์(17 พฤศจิกายน 2564)------บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คงคำแนะนำซื้อ NER ชี้ราคายังไม่สะท้อนธุรกิจใหม่ที่จะช่วยหนุนกำไรในระยะยาว อัพราคาเป้าหมายเป็น 12.00 บาท ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง  ปรับประมาณการกำไรปี 2565 ขึ้น 12% แนะซื้อ เคาะเป้า 10.70 บาท

 

 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์เปิดเผยว่า คาดปริมาณขาย 4Q64 บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)NER ชะลอลงราว 15 – 20%QoQ เป็นราว 1.1 – 1.2 แสนตัน เพราะมีการส่งมอบสินค้าจำนวนมากไปแล้วใน 3Q64 เนื่องจากการสต๊อกของลูกค้าเพื่อรับการคลายตัวของการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ 4Q64 อาจมีสินค้ารอส่งมอบตามสัญญาชะลอลงบ้าง แต่ด้วยราคาขายต่อชิ้นที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 5 – 10%QoQ ทำให้รายได้จะลดลงน้อยกว่าปริมาณขาย และมี GPM ที่สูงขึ้นได้อีกจาก 13.2% ใน 3Q64 จึงคาดว่ากำไรปกติจะทรงตัวได้ในระดับใกล้เคียงกับ 3Q64 ในกรอบ 580 –600 ลบ. เติบโตราว 50%YoY ซึ่งหากเป็นไปตามคาดจะทำให้กำไรปกติทั้งปี 2564 อยู่ที่ 2,079 – 2,099 ลบ. สูงกว่าประมาณการกำไรของเราที่ 1,907 ลบ. อยู่ราว 10%

 

ธุรกิจแผ่นรองนอนสัตว์อาจมีการส่งมอบและติดตั้งเครื่องจักรเฟสแรก (กำลังการผลิต 270,000 แผ่นต่อปี) แล้วเสร็จใน 1Q65 แต่ในช่วงแรกจะใช้วิธีการ OEM บางส่วนจากโรงงานพันธมิตร เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศก่อนตั้งแต่ 1Q65ราว 10,500แผ่น และจะทยอยส่งออกด้วยโรงงานตัวเองภายใน 2Q65ซึ่งจะทำให้ธุรกิจนี้มี GPM สูงขึ้นมากกว่าการจ้าง OEM เรารวมรายได้จากธุรกิจนี้ในปี 2565 ไว้ที่ 500 ลบ. ตามแผนงานของบริษัทที่มีออเดอร์จากลูกค้ารองรับแล้ว หากสามารถทำได้มากกว่าเป้าจะเป็น Upside ต่อประมาณการ เรายัง Conservative ต่อ NPM ในปีแรกที่เพียง 12% เทียบกับ Guidance ของบริษัทที่ 20% ได้กำไรจากธุรกิจนี้ในปี 2565 ขั้นต ่าที่ 60 ลบ. ทำให้ประมาณการกำไรปกติปี 2565 เพิ่มขึ้นจากเดิม 3% เป็น 2,095 ลบ. (+9.8%YoY) ซึ่งยังมี Upside gain จากธุรกิจหลักที่เรายังคาดการณ์ปริมาณขายที่เพียง 484,664 ตัน เทียบกับเป้าหมายของบริษัทที่ 500,000 ตันในปี 2565 และASP คาดที่เพียง 56.3 บาท/ก.ก.

 

ปรับใช้วิธีประเมินมูลค่าแบบ SOTP คงคำแนะนำ ซื้อ เราคาดการณ์กำไรจากธุรกิจแผ่นปูนอนสัตว์ที่ 60 ลบ. ในปี 2565 เทียบเท่า EPS ที่ 0.03 บาท (Fully dilution จาก NER-W1) และใช้PER ในการประเมินมูลค่าที่ 15 เท่า เป็นพรีเมี่ยมจากธุรกิจหลักที่ใช้ 10 เท่า เนื่องจากเป็นสินค้าปลายน้ำที่มีความเป็น Commodity น้อยกว่า มีอัตรากำไรสูง และมีเสถียรภาพสูงกว่า ได้ราคาเหมาะสมจากธุรกิจนี้ในปี 2565 ที่ 0.50 บาท เมื่อรวมกับราคาเหมาะสมปี 2565 ของธุรกิจยางพาราเดิมที่เราให้ไว้ที่11.50 บาท ได้ราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 12.00 บาท ราคาปัจจุบันซื้อขายด้วย PER2565 ต่ำเพียง 6.3 เท่า มี Upside gain 62.2% คงคำแนะนำซื้อ และคาดเงินปันผลสำหรับ 2H64 ที่ 0.36 บาท ให้ผลตอบแทนสูงถึง 4.9%

 

 


บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำ บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)NER ปรับประมาณการกำไรปี 2565 ขึ้น 12% หลังพบสัญญาณอัตรากำไรขั้นต้นจะยืนสูงได้อีกอย่างน้อย 3 ไตรมาส สะท้อนมาจากทิศทางราคายางพาราที่เริ่มกลับมาเดินหน้า +9.6% แล้วจาก 3Q64 ขณะที่กำลังการผลิตใหม่จะเข้ามาอีก 11% ในขณะที่บริษัทเข้าโหมด economies of scale ไปแล้วอีกด้วย ซึ่งเมื่อรวมกับแผนธุรกิจปลายน้ำล่าสุดที่ชัดเจน เราจึงปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปีหน้าขึ้น 18% เป็น 10.70 บาท (fully diluted) หนุนด้วยการยก P/E เป้าหมายขึ้นจาก 8.0 เป็น 8.5 เท่า จากธุรกิจปลายน้ำที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น ปัจจุบันเทรด P/E22F เพียง 5.9x เมื่อเทียบกับ EPS growth +30.0% YoY เรามองว่าตลาดทำประมาณการต่ำไป 13%

แผนธุรกิจปลายน้ำที่ชัดเจนเผยออกมาแล้ว
แผนธุรกิจปลายน้ำ “แผ่นรองนอนปศุสัตว์ แบรนด์ CATTLE FLEX” จะมี 3 รุ่นเพื่อใช้เจาะตลาดต่างกัน, คุณสมบัติเทียบเคียงได้กับคู่แข่งด้วยราคาขายที่ถูกกว่า, เทอมการค้าที่ไม่เป็นภาระต่อเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจหลัก และมีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศซึ่งเป็นผู้มีฐานลูกค้าเกษตร/สหกรณ์/บริษัทจดทะเบียน ผู้เลี้ยงวัวกว่า 8 ล้านตัว นอกจากนี้ยังวางเป้าส่งออกไป 28 ประเทศผ่าน 11 ตัวแทนจำหน่าย โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีหน้า 504 ลบ. เริ่มขายตั้งแต่ ม.ค. 2565 ซึ่งเป้าหมายนี้สูงกว่าประมาณการปี 2565-66 เดิมของเราเฉลี่ย 37% อีกด้วย

สถานการณ์ยางปัจจุบันเริ่มชี้ว่า สมมติฐานปี 2565 ของเราอาจต่ำไป
ราคายางแผ่น RSS3 วานนี้อยู่ที่ 57.35 บาท/ กก. ฟื้นกลับมาต่อเนื่อง +9.6% จากสิ้น 3Q64 ผลักดันจาก (1) สถานการณ์ chip semiconductor ขาดแคลน และ ระวางเรือราคาสูง เริ่มผ่อนคลายบ้างแล้ว ทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ ยางรถยนต์ เริ่มเพิ่มการผลิตอีกครั้งแล้วทั่วโลก (2) เดือน ต.ค. ฝนตกชุกภาคอีสาน เดือน พ.ย. ภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกเช่นกัน ขณะที่ประเทศจีนก็เข้าสู่ฤดูปิดกรีดยางแล้วอีกด้วย ทำให้อุปทานยางจะเข้าสู่ตลาดน้อยลง (3) น้ำมันดิบที่ยังยืนในระดับสูงจากการที่กลุ่มโอเปกยังควบคุมอุปทานไว้ ทำให้เป็นการหนุนราคายางธรรมชาติในทางอ้อมไม่ให้ลดลง เป็นต้น สถานการณ์เหล่านี้จะส่งผลดีต่อการเจรจากำหนดราคาขายและส่งมอบยางล่วงหน้าของ NER ในช่วง 1H65 ดังนั้นเราคาดว่า อัตรากำไรขั้นต้นจะยืนเหนือ 13% ได้อีกอย่างน้อย 3 ไตรมาส เทียบกับ 3Q64 ที่ 13.2%, เฉลี่ย 10.6% ในงวดปี 2563 และสมมติฐานของเราปี 2565 ที่ 12.6%

ปรับประมาณการกำไรปีหน้าขึ้น 12%
เราปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นขึ้น 60bps เป็น 13.2% จากทิศทางข้างต้น และใช้ต้นทุนบริหารต่อตันที่ 1,604 บาท/ ตัน ซึ่งเป็นระดับ economies of scale ใน 3Q64 เป็นจุดอ้างอิงขณะที่กำลังการผลิตใหม่ 5 หมื่นตัน และสมมติฐานปริมาณขายปี 2565 คงไว้ตามเดิม 5 แสนตัน ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2565 ถูกปรับขึ้น 12% เป็น 2.3 พัน ลบ. ขยายตัวแกร่ง +30% YoY

 

 

---NER กำไร 9 เดือนพุ่ง 184.97%---



นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และยางผสม เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ และกลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงาน สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนว่า บริษัทมีกำไรสุทธิที่ 440.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 287.99 ล้านบาท คิดเป็น 189.07% โดยมีรายได้จากการขายรวม7,153.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,816.27 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 64.94% โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 4,172.20 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 58.33% ของยอดขายรวม และรายได้จากการขายต่างประเทศ 2,980.87 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 41.67% ของยอดขายรวม

สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนว่า บริษัทมีกำไรสุทธิที่ 1,245.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 808.52 ล้านบาท คิดเป็น 184.97% คิดเป็นกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.76 บาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.28 บาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 18,405.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,422.16 ล้านบาท หรือคิดเป็น 84.36% โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 11,741.08 ล้านบาท หรือคิดเป็น 63.79% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 5,692.86 ล้านบาท คิดเป็น 94.12% และรายได้จากการขายต่างประเทศ 6,664.63 ล้านบาท หรือคิดเป็น 36.21% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 2,729.30 ล้านบาท คิดเป็น 69.35%

ด้านปริมาณขายสินค้าเพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิตในส่วนโรงงานยางแท่ง แห่งที่ 2 ส่งผลให้มีปริมาณการขายสำหรับงวด 9 เดือนอยู่ที่ 345,474 ตัน เพิ่มขึ้น 111,849 ตัน คิดเป็น 47.88% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 3/2564 สูงขึ้น

สำหรับภาพรวมธุรกิจของปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท และปริมาณขายที่ 4.4 แสนตัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และรองรับกลุ่มลูกค้าจาก จีน สิงคโปร์ อินเดีย และ กำลังซื้อจากภายในประเทศ อีกทั้งปัจจุบันบริษัทมีออเดอร์ล่วงหน้าไปถึงปี 2565 แล้ว

 


----จบ-----

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: SCB CIO ชี้ช่องปรับกลยุทธ์ รับมือโอไมครอน

SCB CIO แนะปรับกลยุทธ์การลงทุน เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงตลาดผันผวน หาจังหวะเข้าลงทุนหุ้นกลุ่ม Healthcare ......

"NER" รุกธุรกิจปลายน้ำ เตรียมงบ 240 ลบ. ลงทุนโซลาร์-วิจัยผลิตภัณฑ์

"NER" รุกธุรกิจปลายน้ำ เตรียมงบ 240 ลบ. ลงทุนโซลาร์-วิจัยผลิตภัณฑ์

ผันผวนแบบน่ารัก By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ วันนี้ ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบเล็กๆ การเล่น การเทรดเป็นไปอย่างระมัดระวังทั่วโลกยังคงจับตา...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้