Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : JWD มั่นใจปั้มรายได้ปีนี้โต 15%

1,645

HotNews : JWD  มั่นใจปั้มรายได้ปีนี้โต 15%

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 5 มีนาคม 2564)  "ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา" บิ๊ก JWD มั่นใจกำไร-รายได้ปี64 ดีกว่าปีก่อน หลังธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์-บริหารคลังสินค้าอันตรายฟื้นตัว พร้อมวางงบลงทุนปีนี้ 1 พันลบ. ด้น 2 เทพหุ้น ลั่นไกซื้อ เคทีบีเอสที เคาะเป้า 11.70 บาท/หุ้น -หยวนต้า เล็ง 13.20 บาท/หุ้น

 

 

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD เปิดเผยว่า มั่นใจว่าผลประกอบการปี 2564 จะเติบโตดีดว่าปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 290.0 ล้านบาท และมีรายได้อยู่ที่ 3,922.4 ล้านบาท โดยบริษัทฯ คาดการณ์ว่ารายได้ปีนี้จะเติบโต 2564 ขณะที่อัตราการทำกำไรจะสูงกว่าปีก่อน เนื่องจากธุรกิจมีการฟื้นตัวทั้งในกลุ่มของ ธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ รวมถึงธุรกิจรับฝากและบริหารคลังสินค้าอันตราย มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน

 

 


ขณะที่ในปีนี้ บริษัทฯ มีแผนเจาะตลาดหลุ่มอาหาร ,ดิสทริบิวชั่นอาหาร ,ยา โดยกำลังวางแผนเข้าไปเจาะตลาดกลุ่มดังกล่าวอย่างจริงจังในปีนี้ ขณะเดี่ยวกันก็ยังสนใจลงทุนเทคโนโลยี รวมทั้งStart Up ที่สามารถเพิ่มฐานลูกค้าของบริษัทฯ ได้ ซึ่งบริษัทฯ จะดำเนินการควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุน และค่าใช้จ่ายการบริหารให้มีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

 



สำหรับปีนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หรือหากมีดีลซื้อกิจการ อาจจะใช้เงินลงทุนมากกว่านี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อ บริษัท ออริจิ้น เจดับเบิ้ลยูดี อินดัสเทรียล แอสเซท จำกัด กับบมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เพื่อประกอบกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งเน้นที่เกี่ยวกับธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งพร้อมจะดำเนินการในปีนี้

 

 

ด้านดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 3,922.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 3,660.2 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิปี 2563 รวม 290.0 ล้านบาท เทียบกับปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ 362.8 ล้านบาท

 

 

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ แนะนำ ซื้อ JWD ราคาเป้าหมาย 13.20 บาท/หุ้น คาดแนวโน้มกำไร 1Q64 กลับมาสู่ระดับปกติที่ 80 -90 ลบ. โตสูง 20 -30% QoQ เนื่องจากรายได้คลังสินค้าทั่วไปจากกำลังการผลิตใหม่เริ่มรับรู้เต็มไตรมาสทำให้ GPM ฟื้นตัวจาก 4Q63 อีกทั้งการระบาดระรอก 2 ในเดือน ม.ค.ทำให้สินค้าบางกลุ่มส่งออกไม่ได้จึงต้องใช้คลังสินค้ามากขึ้น และ Barge terminal มีจำนวนตู่เพิ่มขึ้นแบบมีนัยยะ

 

 

ภาพปี 2564 ธุรกิจหลักทุกธุรกิจกลับมาเติบโต YoY จากการเข้าสู่ภาวะปกติ

 

 

COVID-19 ที่คลี่คลายทำให้การขนส่งสินค้าในประเทศ ขนส่งข้ามพรมแดนจะฟื้นตัวเด่น ขณะที่กลุ่มยานยนต์มีการขนส่งคึกคัก และอาจจะดีกว่าปกติ

 

 

คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิยังเติบโตต่อจากตลาดยังเติบโต มีกำลังการผลิตใหม่ และมีลูกค้าใหม่คือ MPC ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อให้บริการกับ MPC โดยเฉพาะ จะเริ่มมีรายได้ใน 3Q64 ยังไม่รวมในประมาณการ

 

 

เวียดนาม: TMS เติบโตดีในปีที่ผ่านมา คาดว่าจะเติบโตต่อในปี 2564

 

 

กัมพูชา: ปี 2563 ผลประกอบการได้รับผลกระทบโดยเฉพาะธุรกิจนิคมฯ ของ PPSP(ถือ 14.7%) ไม่สามารถส่งมอบที่ดินได้จากการระบาดของ COVID-19 ทำให้การเดินทางของนักลงทุนทำได้ยาก ปี 2564 จึงจะเป็นปีที่ดีมากของ PPSP เพราะมีของเก่าที่รอโอน และของใหม่ที่คาดว่าจะขายได้เพิ่มเติมหากมีการเปิดประเทศ

 



ร่วมทุนกับ ORI ในการสร้างคลังสินค้าทั้งคลังทั่วไป และคลังควบคุมอุณหภูมิ ที่บางนาถือสัดส่วน 50% ขนาด 62,000 ตร.ม. งบลงทุนทั้งโครงการ 1,000 ลบ. เป็น Upside ต่อประมาณการ

 

 

ปีนี้คาดว่ามีการ M&A อย่างน้อย 2 ดีล ยังคงเป็นกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ และท่าเรือเพื่อเพิ่มศักยภาพในธุรกิจขนส่งสินค้าผ่านบริษัทย่อย JWD Transport เรามองว่าบริษัทนี้มีโอกาสนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในอนาคต

 

 


คงประมาณการกำไรปี 2564 ที่ 405 ลบ. (+39.6% YoY) ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PER64 ต่ำเพียง 21.3 เท่าคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 13.20 บาท ยังคงเป็น Top pick ปี 2564

 

 

 

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) แนะนำซื้อ JWD ราคาเป้าหมาย 11.70 บาท/หุ้น อิง 2021E PER ที่ 31 เท่า (+0.5SD above 3-yr average PER) JWD รายงานกำไรปกติ 4Q20 ที่ 81 ล้านบาท (-32% YoY, +11% QoQ) ฟื้นตัว QoQ ได้ดีและใกล้เคียงกับที่เราคาด โดยเป็นผลจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากธุรกิจคลังสินค้าอันตราย, ยานยนต์, อาหาร ขณะที่ธุรกิจห้องเย็นและคลังสินค้าทั่วไปชะลอตัวเล็กน้อยจากฐานสูงในไตรมาสก่อน ดังนั้น ส่งผลให้กำไรสุทธิ 2020 อยู่ที่ 290 ล้านบาท -20% YoY

 



สำหรับปี 2021E ยังคงประเมินกำไรสุทธิจะกลับมาฟื้นตัวโดดเด่นเป็น 383 ล้านบาท +32% YoY จาก 1) ธุรกิจยานยนต์จะกลับมาฟื้นตัวโดดเด่นสุด โดยเราประเมินยอดผลิตรถยนต์ปี 2021E ที่ 1.6 ล้านคัน +12% YoY, 2) ธุรกิจคลังห้องเย็น จะได้ผลบวกจากคลังห้องเย็นใหม่อาคาร 9, 3) ธุรกิจคลังสินค้าอันตราย จะดีขึ้นต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และ 4) ธุรกิจใหม่ barge terminal ที่จะมีการรับรู้รายได้เต็มปี

 



ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแต่ยัง underperform SET -4% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จากความกังวลผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกใหม่ ซึ่งเราประเมินผลกระทบจำกัดและปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ทั้งนี้ เรายังคงแนะนำ ซื้อ จากกำไรปี 2021E ที่จะกลับมาเติบโตโดดเด่นจากทุกกลุ่มธุรกิจ นอกจากนั้น คาดว่าจะมีกำไรพิเศษราว 5-10 ล้านบาท จากการขายโครงการ built-to-suit ที่นิคมฯ นวนคร เข้ากอง REIT ภายในต้นปี 2021E ซึ่งเรายังไม่ได้รวมในประมาณการ

 

 


กำไรปกติ 4Q20 ฟื้นตัว QoQ ดีตามคาด JWD รายงานกำไรสุทธิ 4Q20 ที่ 76 ล้านบาท (-36% YoY, +5% YoY) ต่ำกว่าที่เราคาด -9% โดยมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการเปิดโครงการ built-to-suit ใหม่ที่นิคมฯ นวนคร ซึ่งเป็น ซึ่งมีค่าใช้จ่าย one time เกี่ยวกับการทดสอบระบบราว 5 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าว จะมีกำไรปกติ 81 ล้านบาท (-32% YoY, +11% QoQ) ยังคงฟื้นตัว QoQ ได้ดีและใกล้เคียงกับที่เราคาด ทั้งนี้ ธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ได้แก่ 1) ธุรกิจคลังสินค้าอันตราย จากปริมาณ throughput ที่ฟื้นตัว และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น, 2) ธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารรถยนต์ ฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องตามทิศทางยอดผลิตรถยนต์ที่ฟื้นตัว และ 3) ธุรกิจอาหาร มีรายได้เพิ่มขึ้นจากงานสินค้าผักตัดสำเร็จรูป ส่วนธุรกิจห้องเย็นชะลอตัวเล็กน้อยจากฐานสูงในไตรมาสก่อน โดย occupancy rate คาดว่าจะลดลงเหลือ 75% จาก 3Q20 ที่ 79% ดังนั้น สำหรับกำไรสุทธิ 2020 อยู่ที่ 290 ล้านบาท -20% YoY

 



ยังคงประเมินกำไรปี 21E ฟื้นตัวโดดเด่น +32% YoY เรายังคงประเมินกำไรสุทธิปี 21E ที่ 383 ล้านบาท +32% YoY จาก 1) ธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารรถยนต์ รายได้จะกลับมาฟื้นตัวโดดเด่นมากสุด +16% YoY จากยอดผลิตรถยนต์ปี 21E ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.6 ล้านคัน +12% YoY และมีโอกาสที่จะได้ลูกค้ารายใหม่ที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนเพิ่ม, 2) ธุรกิจคลังห้องเย็นจะเติบโต +15% YoY จากการรับรู้รายได้จากคลังห้องเย็นใหม่อาคาร 9, 3) ธุรกิจคลังสินค้าอันตรายจะกลับมาเติบราว +8% YoY จากฐานต่ำในปีก่อน และ 4) ธุรกิจใหม่ barge terminal จะปรับตัวดีขึ้นมากจากการรับรู้รายได้เต็มปี โดยประเมินปริมาณการขนตู้คอนเทนเนอร์จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.5-1.6 แสนตู้ เพิ่มจากปี 20E ที่ประมาณ 6 หมื่นตู้ นอกจากนั้น จะมีกำไรพิเศษจากการขายโครงการ built-to-suit ที่นิคมฯนวนคร เข้ากอง REIT ไม่เกินต้นปี 2021 ซึ่งคาดว่าจะมีกำไรราว 5-10 ล้านบาท ซึ่งเรายังไม่ได้รวมในประมาณการ

 

 


ยังคงราคาเป้าหมายขึ้นที่ 11.70 บาท อิง 2021E PER ที่ 31 เท่า (+0.5SD above 3-yr average PER) โดยมี key catalyst จากกำไรปี 2021E ที่กลับมาฟื้นตัวได้โดดเด่น

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ทางรอด By: แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ อัพเดทข่าวการเมือง ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้กกต. ในฐานะผู้ร้องขอให้ยุบพรรคก้าวไกล ....

FTI ต้อนรับนักลงทุน สมาชิก Stock focus on Tour เยี่ยมชมกิจการ โชว์ศักยภาพธุรกิจ

FTI ต้อนรับนักลงทุน สมาชิก Stock focus on Tour เยี่ยมชมกิจการ โชว์ศักยภาพธุรกิจ

มัลติมีเดีย

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้