Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : JWD ลั่น H2/63 ฟื้นตัว รายได้ เด้งกลับเป็นทรงตัว จากคาดวูบ 10%

2,501

HotNews : JWD ลั่น H2/63 ฟื้นตัว รายได้เด้งกลับเป็นทรงตัว จากคาดวูบ 10%

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (24 สิงหาคม 2563) JWD มั่นใจผลงาน H2/63 ฟื้นตัว หลังผ่านจุดต่ำสุดในQ2/63 แล้ว พร้อมปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 63 เป็นทรงตัวจากปีก่อน ที่ทำได้ 3.77 พันลบ. จากเดิมคาดหดตัว 10% หลังธุรกิจอาหาร-ห้องเย็นหนุน

 

 

 

 

 

ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD เปิดเผยว่า บริษัทฯปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 2563 เป็นทรงตัวจากปีก่อนที่มีรายได้ 3,774.96 ล้านบาท จากเดิมคาดปรับตัวลดลง 10% เนื่องจาก ธุรกิจอาหารของบริษัทฯเริ่มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับธุรกิจห้องเย็นยังมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องจากทั้งดีมานด์หลังจากที่เกิดโรคระบาดโควิด-19 รวมถึงบริษัทฯยังสร้างห้องเย็นเพิ่มอีกด้วยเช่นกัน โดยช่วงครึ่งปีแรกบริษัทฯ มีรายได้ 1,853.4 ล้านบาท เติบโต 4.9% ขณะที่บริษัทฯยังมีความมั่นใจว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะสามารถได้ดีกว่าช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา หลังจากผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2563 ไปแล้ว โดยธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์เริ่มมีรายได้รวมถึงผลกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติได้ในปีหน้า ส่วนธุรกิจรับฝากและบริหารสินค้าอันตรายและธุรกิจขนส่งสินค้า คาดว่าจะได้รับผลดีจากภาพรวมเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มค่อย ๆ ฟื้นตัวจากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล จะส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่มีความต้องการใช้วัตถุดิบและบริการด้านโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น

 

 

นอกจากนี้บริษัทฯยังมีงานให้บริการขนย้ายตู้สินค้าที่ท่าเทียบเรือ ซึ่งเป็นงานใหม่ที่ได้รับมอบหมายจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เป็นต้นมามีตู้สินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าเดือนสิงหาคมนี้จะสามารถทำได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ตู้ และไปจนถึงสิ้นปีนี้จะสามารถทำได้ไม่กว่า 12,000 ตู้ต่อเดือน ส่วนปีหน้าคาดว่าจะมีการเติบโตอย่างจนสามารถขนส่งได้เต็มกำลังการผลิตอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 20,000 ตู้ต่อเดือน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สนับสนุนรายได้และกำไรของบริษัทฯให้มีความแข็งแกร่งท่ามกลางวิกฤต

 

 

ขณะเดียวกันบริษัทฯยังได้เน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งชะลอการลงทุนใหม่ๆที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน และเหลือเพียงการลงทุนเดิมที่เคยก่อสร้างไว้คือคลังสินค้าใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ คลังสินค้า Built-to-Suit ,คลังเก็บเอกสาร และคลังห้องเย็น

 

 

ดร.เอกพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้บริษัทฯมีแผนขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)เพิ่มเติม ซึ่งรูปแบบการขายจะเป็นในส่วนของสัญญาเช่า โดยปัจจุบันบริษัทฯมีโครงการBuilt-to-Suit ที่นวนคร ซึ่งได้สัญญากับลูกค้าระยะยาวถึง 15 ปี โดยเงินที่รับดังกล่าว บริษัทฯจะนำไปเสริมแกร่งธุรกิจในอนาคต

 

 

 

 


บล.ทิสโก้ แนะนำ ซื้อ JWD ราคาพื้นฐาน ที่ 10.00 บ.


บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ ออกบทวิเคราะห์ เปิดเผยว่า บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD แนะนำให้ "ซื้อ" จากแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวหนุน โดยธุรกิจที่หลากหลายในหลายประเทศ โดยที่การระบาดของ COVID-19 ทำให้อุปสงค์ของ Logistic เพิ่มขึ้น และคิดเป็นสัดส่วนรายได้กว่า 70% ของ JWD และเรามองว่า บริษัทมีอัพไซด์จากอุตสาหกรรมยานยนต์ และได้ประโยชน์จากการรวมธุรกิจในปี 2021F ผ่านการปรับโครงสร้างเทคโนโลยี

 

 

คาดผลประกอบการเพิ่มขึ้น QoQ ในช่วง 3Q20F และดีขึ้นต่อใน 4Q20F คาดการดำเนินงานของห้องเย็น, คลังสินค้า, การขนส่งและบริการอาหารที่ไต้หวันจะดีขึ้นต่อใน 2H20F โดยเฉพาะในช่วง Q3 ที่การดำเนินงานของกลุ่มยานยนต์เริ่มกลับมา ทำให้คลังสินค้าอัตรายและลานจัดสินค้ามีการใช้เพิ่มขึ้น และมีรายได้จากเรือจนสินค้าหนุนการเติบโตใน Q4 หนุนโดยการดำเนินงานของ ASRS#9 ที่มหาชัย แนะนำให้ "ซื้อ" โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 10.00 บาท (DCF) โดยมีความเสี่ยงคือ การสิ้นสุดสัมปทาน, ความล่าช้าในการทำ M&A

 

 

 

 

 


บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำซื้อ JWD ราคาเป้าหมาย 8.40 บาท/หุ้น

 

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ว่า บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD เริ่มกลับมาเติบโตรอบใหม่ ยังคงแนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับราคาเป้าหมายเป็น 8.40 บาท อิง 2021E PER ที่ 24 เท่า (3-yr average PER) จากเดิม 7.80 บาท อิง 2020E PER ที่ 24 เท่า (3-yr average PER) โดยเรามีมุมมองเป็นกลางจากการประชุม จาก

1) ธุรกิจรับฝากและบริหารรถยนต์ และธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารสินค้าอันตราย จะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q20E จาก 2Q20 ที่ลดลงมาก,

2) ธุรกิจคลังห้องเย็นและคลังสินค้าทั่วไปยังมีทิศทางดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง,

3) จะเริ่มรับรู้รายได้จากงานใหม่ ได้แก่ barge terminal ใน 3Q20E และคลังห้องเย็นใหม่อาคาร 9 ใน 4Q20E ซึ่งจะรับรู้รายได้เต็มที่ในปี 2021E และ

4) TFRS16 จะมีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายทางการเงินปีนี้ราว 60 ล้านบาท มากกว่าที่เราคาดเดิม 30 ล้านบาท ซึ่งจากผลกระทบจาก TFRS16 ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020E-21E ลงจากเดิมปีละ 10% เป็น 298 ล้านบาท (-18% YoY) และ 357 ล้านบาท (+20% YoY) ตามลำดับ แต่หากไม่รวมรายการดังกล่าวกำไรปีนี้จะลดลงเพียง -2% ทั้งนี้ เราประเมินกำไรสุทธิ 3Q-4Q20E จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 2Q20 ที่เป็นจุดต่ำสุด

 

 

ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นและ outperform SET +9% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จากยอดผลิตรถยนต์ที่ทยอยฟื้นตัว และประเทศคู่ค้ากลับมาเปิดประเทศส่งผลให้ภาคการขนส่งดีขึ้น รวมถึง JWD มีการกระจายธุรกิจที่หลากหลายส่งผลให้กำไรสุทธิ 2Q20 ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ไม่มาก ทั้งนี้ เรายังแนะนำ ซื้อ จากผลการดำเนินงาน 2H20E จะกลับมาฟื้นตัว และเติบโตโดดเด่นในปี 2021E

 

 

 

 

Event: Analyst meeting
ธุรกิจหลักมีแนวโน้มดีขึ้นตามคาด แต่ผลกระทบจาก TFRS16 มากกว่าคาด เรามีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ (20 ส.ค.) โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1) ธุรกิจรับฝากและบริหารรถยนต์เดือน ก.ค.20 มีกำไรแล้ว ทำให้ 3Q20E จะพลิกกลับมามีกำไรจาก 2Q20 ที่ขาดทุน หลังจากค่ายรถยนต์มีการผลิตเพิ่มขึ้น และจะดีขึ้นต่อเนื่องใน 4Q20E
2) ธุรกิจคลังห้องเย็นในงวด 2H20 จะยังโดดเด่นใกล้เคียง 1H20 โดยประเมิน occupancy rate จะใกล้เคียง 1H20 ที่ 78% โดยมีปริมาณปลาทูน่าเข้ามาจัดเก็บในคลังเพิ่มมากขึ้น
3) ธุรกิจใหม่ barge terminal จะเร่งรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นในงวด 2H20E ราว 30-40 ล้านบาท และในปี 2021E จะเพิ่มเป็น 120 ล้านบาท หลังการท่าเรือมีประกาศราชกิจจาฯ ในเดือน ก.ค.20 ให้เรือ barge ทุกลำต้องผ่านท่าเรือแห่งนี้เท่านั้น
4) คลังห้องเย็นใหม่อาคาร 9 เป็นไปตามแผน คาดก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มรับรู้รายได้ 4Q20
5) มาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS16 ที่เริ่มใช้ในปีนี้ จะมีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายทางการเงินปีนี้ราว 60 ล้านบาท มากกว่าที่เราคาดที่ 30 ล้านบาท

 

 

Implication
ปรับกำไรลงจาก TFRS16 แต่ยังคงมุมมองกำไร 2H20E ฟื้นตัว และเติบโตโดดเด่นปี 2021E เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2020E-21E ลงจากเดิมปีละ 10% เป็น 298 ล้านบาท (-18% YoY) และ 357 ล้านบาท (+20% YoY) ตามลำดับ จาก TFRS16 ที่มีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายทางการเงินที่มากกว่าคาด ซึ่งหากไม่รวมรายการดังกล่าวกำไรปีนี้จะลดลงเพียง -2% ทั้งนี้ เราประเมินกำไรสุทธิ 3Q-4Q20E จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จาก 2Q20 ที่เป็นจุดต่ำสุด โดยจะได้ผลบวกธุรกิจรับฝากและบริหารรถยนต์พลิกกลับมามีกำไร ตามทิศทางยอดผลิตรถยนต์ที่ดีขึ้น และธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารสินค้าอันตรายที่เริ่มฟื้นตัว หลังคลาย lock down ทำให้มีสินค้าผ่านทางเรือมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจคลังห้องเย็นจะยังคงมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องจากความต้องการจัดเก็บสินค้าทูน่าที่เพิ่มขึ้น และธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปและคลังเคมี JCS จะยังคงได้ผลบวกจากการที่มีลูกค้าทำสัญญาเช่าระยะยาว นอกจากนั้น รายได้จากธุรกิจใหม่ barge terminal จะเร่งตัวขึ้น และในงวด 4Q20E จะเริ่มมีการรับรู้รายได้เพิ่มจากคลังห้องเย็นใหม่อาคาร 9 ขณะที่เราประเมินกำไรปี 2021E จะเติบโตมากโดยเฉพาะจากธุรกิจรับฝากและบริหารรถยนต์ และธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารสินค้าอันตราย ที่จะปรับตัวดีขึ้นจากฐานต่ำ รวมถึงการรับรู้รายได้จากงานใหม่เต็มปี

 

 

Valuation/Catalyst/Risk
ประเมินราคาเป้าหมาย 8.40 บาท อิง 2021E PER ที่ 24 เท่า (3-yr average PER) จากเดิมที่ 7.80 บาท อิง 2020E PER ที่ 24 เท่า (3-yr average PER) โดยมี key catalyst จากกำไร 2H20E ที่จะกลับมาฟื้นตัว จากอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ทยอยฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดใน 2Q20, ประเทศคู่ค้ากลับมาเปิดประเทศทำให้ภาคการขนส่งสินค้ากลับสู่ภาวะปกติ รวมทั้งยังได้รับผลบวกจากธุรกิจที่เติบโตดี ได้แก่ คลังห้องเย็น คลังสินค้าทั่วไป และจะมีการรับรู้รายได้จากงานใหม่เพิ่ม ได้แก่ ธุรกิจใหม่ barge terminal และจะเริ่มรับรายได้จากคลังห้องเย็นใหม่อาคาร 9

 

 

JWD

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

SET ชะลอ By: แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้านี้หุ้นไทยพักตัว ด้วยนักลงทุนชะลอการลงทุนก่อนเข้าสู่วัยหยุดยาวในสุปสัปดาห์นี้ เนื่องใน....

TMILL จัดกิจกรรม "คาราวาน สร้างชุมชนยั่งยืน"

TMILL จัดกิจกรรม "คาราวาน สร้างชุมชนยั่งยืน"

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้