Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : VGI เข้า MSCI / โบรกฯ เคาะซื้อ เป้าใหม่ 9 บาท

1,875

HotNews : VGI เข้า MSCI / โบรกฯ เคาะซื้อ เป้าใหม่ 9 บาท 

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (1 ธันวาคม 2563) "เนลสัน เหลียง" บิ๊กVGIชี้เข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Small Capเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนทั่วโลกสนใจมากขึ้น ด้านบล.เคทีบี (ประเทศไทย) คงคำแนะนำ ซื้อ แต่ rollover ราคาเป้าหมายเป็น 2022 ที่ 9.00 บาท จากเดิมราคาเป้าหมาย 2021 ที่ 7.80 บาท หลังคาดผลการดำเนินงานของ VGI จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องใน 2H/21 -มี upside จากส่วนแบ่งกำไร KEX ที่ดีกว่าคาด

 

 

 

VGI ได้เฮรับข่าวดีอีกครั้ง หลังจากที่บริษัทฯ ถูกดึงเข้าคำนวณดัชนี Morgan Stanley Capital International หรือ MSCI ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่นักลงทุนต่างชาติ โดยเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ได้ถูกคำนวณเข้ารวมในดัชนี MSCI Global Small Cap ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังตลาดปิดในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างพื้นฐานและกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 แพลตฟอร์มธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งจนทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

คุณเนลสัน เหลียง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่แม้ว่าปี 2563 นี้ บริษัทฯ จะต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน ทั้งจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ โรค COVID-19 และสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ที่ส่งผลกระทบให้นักการตลาดและแบรนด์สินค้าต่างๆ ลดการใช้จ่ายงบโฆษณาลงจนทำให้เกิดภาวะชะลอตัว แต่จากการปรับตัวที่รวดเร็วของ VGI ในก่อนหน้า ที่ได้พลิกรูปแบบธุรกิจจากผู้ให้บริการด้านสื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว ไปสู่กลยุทธ์ทางการตลาดแบบ Offline-to-Online (O2O) Solutions ผสานการทำงานร่วมกันบนทุกแพลตฟอร์มในเครือข่าย 3 ธุรกิจหลัก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสื่อโฆษณา ธุรกิจบริการชำระเงิน และธุรกิจโลจิสติกส์ ทำให้บริษัทฯ สามารถลดความเสี่ยงจากการที่ต้องพึ่งพาธุรกิจโฆษณาเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต

 

 


เราเชื่อมั่นว่าจากการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางธุรกิจดังกล่าวและผลการดำเนินงานที่ผ่านมานั้น ทำให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสทางธุรกิจของ VGI ที่มีทิศทางการเติบโตได้อย่างมั่นคงแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งให้ VGI ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในดัชนี MSCI Global Small Cap และนับเป็นประตูบานสำคัญให้ VGI ได้ก้าวไปสู่สายตานานาชาติ เพิ่มโอกาสให้นักลงทุนทั่วโลกได้เข้ามาสนใจในหุ้นของบริษัทฯ ได้มากยิ่งขึ้น กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวเพิ่มเติม

 

 

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์ เปิดเผยว่า คงคำแนะนำ ซื้อ EPG แต่ rollover ราคาเป้าหมายเป็น FY2022E ที่ 9.00 บาท อิง SOTP (เดิมราคาเป้าหมาย FY2021E ที่ 7.80 บาท) ผลการดำเนินงานของ VGI จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องใน 2HFY21E โดยเราประเมินกำไรสุทธิ 2HFY21E (Oct 20 Mar 21) ที่ 310 ล้านบาท (ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ1QFY21 ที่ -104 ล้านบาท และ 2QFY21 ที่มีกำไร 12 ล้านบาท) โดยการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน 2HFY21E มีปัจจัยหนุนจาก 1) รายได้รวมขยายตัว +30% HoH จากเม็ดเงินโฆษณาที่ฟื้นตัว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ช้อปดีมีคืน ทำให้ผู้ประกอบการใช้สื่อโฆษณามากขึ้นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ, 2) gross profit margin ขยายตัว HoH จาก utilization rate ที่ขยายตัว และ 3) equity income ฟื้นตัว HoH จากส่วนแบ่งกำไรจาก Kerry Express Thailand (KEX) ขยายตัวต่อเนื่อง ในขณะที่กำไร FY2022E (Apr 21 Mar 22) จะกลับคืนสู่ระดับปกติก่อนเกิด COVID-19 ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิ FY2021E (Apr 20 Mar 21) ที่ 218 ล้านบาท (-85% YoY) และ FY2022E ที่ 920 ล้านบาท (+323% YoY)

 

 

 

 

 

ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น และ outperform SET +11% ใน 1 เดือน จากแนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัว และปัจจัยบวกจากการ IPO ของ KEX แต่เรามองว่าราคาปัจจุบันยังน่าสนใจ โดย VGI เทรดอยู่ที่ FY2022E PE ที่ 72.0x (ใกล้เคียง 5-yr avg. PER) ซึ่งเรามองว่าเป็นจังหวะให้ เข้าซื้อสะสม หุ้น VGI จากผลประกอบการจะเติบโตตั้งแต่ 3QFY21E เป็นต้นไป และปี FY2022E ที่กำไรจะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง (+323% YoY) และยังมี upside จากส่วนแบ่งกำไร KEX ที่ดีกว่าคาด

 

 

แนวโน้มผลประกอบการ 2HFY21E ขยายตัว HoH เราประเมินกำไรสุทธิ 2HFY21E ที่ 310 ล้านบาท (-59% YoY) แต่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ HoH จากขาดทุนสุทธิใน 1HFY21 ที่ -92 ล้านบาท การฟื้นตัว HoH มีปัจจัยหนุนจาก 1) รายได้รวมขยายตัว +30% HoH จากเม็ดเงินโฆษณาที่ฟื้นตัว HoH ทั้งจาก high season โดยกลุ่ม FMCG ทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ๆเพิ่มขึ้นหลัง COVID-19 คลี่คลาย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ช้อปดีมีคืน ทำให้ผู้ประกอบการใช้สื่อโฆษณามากขึ้นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ เรามองว่าสื่อนอกบ้านยังคงเป็นหนึ่งในสื่อที่ได้รับประโยชน์จากประเด็นข้างต้น เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มกลับมาใช้ชีวิตนอกบ้านตามปกติ, 2) gross profit margin ขยายตัว HoH จาก utilization rate ที่ขยายตัว และ 3) equity income ฟื้นตัว HoH จาก high season ของ e-commerce หนุนส่วนแบ่งกำไรจาก KEX (Kerry Express Thailand) ขยายตัวต่อเนื่อง แม้สื่อโฆษณาในต่างประเทศ ยังคงได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ใน 3QFY21E แต่คาดว่าจะฟื้นตัวใน 4QFY21E

 

 

คงประมาณการกำไรสุทธิ FY2021E และ FY2022E เราเชื่อมั่นว่า ผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1QFY21 และฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยตั้งแต่ 2QFY21 (Jul 2020 Sep 2020) และจะเห็นการเติบโตในอัตราเร่งตัว HoH ในช่วง 2HFY21E (Oct 2020 Mar 2021) ดังนั้น เราคงประมาณการกำไรสุทธิ FY2021E ที่ 218 ล้านบาท (-85% YoY) บนสมมติฐาน 1) รายได้รวมอยู่ที่ 2,678 ล้านบาท (-33% YoY) โดยรายได้สื่อ OOH จากผลกระทบของ COVID-19 ในช่วง 1QFY21E และการประกาศใช้พรก. ฉุกเฉิน, 2) Gross profit margin ที่ปรับตัวลดลงเป็น 37.8% จาก 51.3% ใน FY2020 ส่งผลจาก Utilization rate ที่ลดลง และ 3) equity income ปรับตัวลดลง YoY แม้จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก Kerry ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก Kerry ได้ประโยชน์จาก new normal โดยเฉพาะช่วง COVID-19 ระบาด แต่ได้รับผลกระทบจากส่วนแบ่งกำไรจาก MACO และสื่อต่างประเทศที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

 

 

 


ประเมินกำไรสุทธิ FY2022E ที่ 920 ล้านบาท (+323% YoY) จาก 1) รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้น +35% YoY จากรายได้ OOH media (+43% YoY) จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหนุนเม็ดเงินโฆษณาขยายตัว โดยผู้ประกอบการ FMCG กลับมาใช้งบโฆษณามากขึ้นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ และรายได้จาก digital services +25% YoY, 2) gross profit margin ขยายตัวอยู่ที่ 47.4% และ 3) ส่วนแบ่งกำไรจาก Kerry ทีเพิ่มขึ้น ตามการเติบโตของ e-commerce

 

 

rollover ราคาเป้าหมายเป็น FY2022E ที่ 9.00 บาท อิง SOTP (เดิมราคาเป้าหมาย FY2021E ที่ 7.80 บาท อิง SOTP) แบ่งเป็นมูลค่าจากธุรกิจ VGI = 7.00 บาท (อิง DCF), มูลค่าจากการลงทุนใน PLANB = 0.70 บาท (อิง ราคาเป้าหมายปี 2021E PLANB = 8.00 บาท) และมูลค่าเงินลงทุนใน KERRY 1.30 บาท (อิง 2021E PER 33x) อย่างไรก็ตาม แม้ FY2021E ไม่ใช่ปีที่ดีของ VGI จากผลกระทบของ COVID-19 แต่เราเชื่อมั่นว่าผลประกอบการ VGI จะกลับมาฟื้นตัวโดดเด่นอีกครั้งในปี FY2022E (+323% YoY) จากความเป็นผู้นำสื่อ Transit media และการ Synergy กับ PLANB Key catalyst คือ กำไรมี upside จาก Kerry โดย COVID-19 New normal หนุน e-Commerce ขยายตัวดีต่อเนื่อง Key risks: เม็ดเงินโฆษณาที่ชะลอตัวกว่าคาด, COVID-19 ระบาดยาวนานกว่าคาด

 

 

 

 

 

 

 

 

VGI สเผย Q2 ปี 63/64 พลิกฟันกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท



บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ วีจีไอ (VGI) เผยผลการดำเนินงานล่าสุดในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563/64 สามารถพาธุรกิจฝ่าวิกฤต COVID-19 ด้วย Ecosystem ที่ครบวงจร นำพาบริษัทฯ พลิกมีกำไรสุทธิที่ 12 ล้านบาท ด้วยรายได้ที่ 717 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านมีรายได้ที่ 480 ล้านบาท และธุรกิจบริการด้านดิจิทัลมีรายได้ 237 ล้านบาท คุณ เนลสัน เหลียง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2563 ถือเป็นปีที่หลายธุรกิจ ทั่วโลก

 

รวมทั้งบริษัทฯ เองต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน ทั้งจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาและสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบทำให้หลายบริษัทลดความต้องการในการใช้จ่ายด้านโฆษณา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจสื่อโฆษณาของ VGI อีกทั้งวิกฤตดังกล่าวยังทำให้บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากการลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่มีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศของ บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) จากการบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดของภาครัฐ อาทิ การจำกัดเวลาออกนอกเคหะสถาน การรณรงค์ให้อยู่บ้าน รวมถึงการจำกัดการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 


อย่างไรก็ตาม VGI ได้มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วจากไตรมาสก่อนหน้านี้ ทำให้สามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มกลับสู่สภาวะปกติ อันเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของการจราจรและการที่ผู้คนเริ่มเดินทางกลับมาทำงานที่สำนักงาน ส่งผลทำให้ความต้องการใช้โฆษณาของแบรนด์และนักการตลาดเริ่มเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคเองก็มีแนวโน้มที่สูงขึ้นด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อตอบสนองต่อสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน บริษัทฯ มุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการต้นทุนและจัดสรรค่าใช้จ่ายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด เช่น การลดค่าใช้จ่ายด้านงานซ่อมบำรุงรักษา รวมถึงการเข้าเจรจาขอปรับลดค่าเช่ากับเจ้าของพื้นที่ จากเหตุผลข้างต้นส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสที่ 2 ปี 2563/64 พลิกกลับมาฟันกำไรสุทธิเป็นบวกได้ในที่สุด แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการควบคุมและบริหารจัดการของบริษัทฯ รวมทั้งความแข็งแรงของทุกหน่วยธุรกิจที่สามารถต่อยอดสร้าง Synergy ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ VGI สามารถก้าวข้ามผ่านจุดต่ำสุดของผลประกอบการทางการเงินได้เป็นที่เรียบร้อย พร้อมเดินหน้าพาองค์กรฝ่าวิกฤตที่ยากจะคาดการณ์ในครั้งนี้ได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

 


ด้านทิศทางดำเนินงานและพัฒนาการสำคัญของกลุ่มบริษัท ในไตรมาสนี้ ธุรกิจสื่อโฆษณา บริษัทฯ ร่วมมือกับลูกค้าแบรนด์น้ำแร่มิเนเร่ ปล่อยแคมเปญที่ผสมผสานการใช้สื่อแบบ O2O โซลูชั่นส์ คือออฟไลน์อย่างสื่อนอกบ้านร่วมกับเทคโนโลยีภาพเสมือน (AR Technology) ที่ไม่เพียงสร้าง Engagement เท่านั้น แต่ยังสร้าง Conversion ที่กลับมาเป็นยอดขายให้แก่แบรนด์ได้ด้วย ด้านธุรกิจบริการชำระเงิน แรบบิท ไลน์เพย์ ร่วมเป็นพันธมิตรกับ eLong International Travel (Hong Kong) Limited หรือ TravelGo.com ผู้นำด้านการจองการท่องเที่ยวผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของจีน

 

 

เพื่อให้บริการจองการเดินทางและที่พัก ผ่านแรบบิท ไลน์เพย์ ทั้งนี้บัตรแรบบิทยังได้รับรางวัลการันตีความสำเร็จจาก Superbrands Thailand ในฐานะผู้นำการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การบริโภค สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา Kerry Express ได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญครั้งแรก (IPO) จำนวน 300 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 0.50 บาท

 

 

 

 

 


บริษัทฯ ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการสร้างผลการดำเนินงานที่ดีเท่านั้น แต่เรายังได้ใส่ใจด้านการสร้างความยั่งยืนแก่สังคม โดยบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับ Pomelo แพลตฟอร์มแฟชั่นชั้นนำในรูปแบบ Omni-channel สัญชาติเอเชีย ในการสนับสนุนการสร้างความยั่งยืนให้แก่โลกผ่านโปรเจกต์ Trash to Treasure ผ่านการอัพไซเคิลไวนิลจากป้ายโฆษณาที่ใช้แล้วของ VGI นำมาเปลี่ยนใหม่เป็นบรรจุภัณฑ์ของ Pomelo ซึ่งการผสานความร่วมมือระหว่างกันครั้งนี้ ทำให้ VGI ลดปริมาณขยะไวนิลลงได้มากกว่า 3,500 ตารางเมตร หรือ 3.5 ตัน และ Pomelo สามารถลดการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้มากกว่า 200,000 ชิ้น

 

 

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในอนาคตต่อสถานการณ์ที่ท้ายทายเช่นนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างผลการดำเนินงานที่ดี จากการปรับแผนธุรกิจโดยเน้นการรักษาสภาพคล่องและสร้างเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเราเชื่อว่าโซลูชั่นส์ทางการตลาดที่ครบวงจรแบบ Offline-to-Online (O2O) คือกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ ผนวกกับแพลตฟอร์มที่หลากหลายของกลุ่มธุรกิจจะสามารถช่วยให้บริษัทฯ ยังคงอยู่ในจุดที่สามารถเติบโตทั้งด้านรายได้ และสร้างผลกำไร ให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมั่นคงทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้ต่อไปในอนาคต กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวเพิ่มเติม

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ฝากSETไว้กับDELTA By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง เห็นแนวต้านย่อยๆ ทั้งราคาหุ้น ทั้้งSET วันนี้ คงฝากความหวังไว้กับ หุ้นDELTA หากเขียวได้ต่อ คง

กลัวซะที่ไหน By : เจ๊เยเลน ณ Wall Street

กลัวซะที่ไหน!!ไม่ธรรมดาเจ้าค่ะ สำหรับตลาดหุ้นไทยวันนี้ ที่บวกสวนขึ้นกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่ตรวจพบ โดยวันนี้ตลาดหุ้น

HotNews : SAMART แผนปี 64 พลิกฟื้น - เจาะลึก 2 สายธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ 1.5 หมื่นลบ.

SAMART เปิดแผนธุรกิจปี 2021 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งโรคระบาด ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศ แต่ในความ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้