Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : GUNKUL ปังไม่หยุด!!! คว้างาน กฟภ. มูลค่า 144 ลบ.

1,493

HotNews : GUNKUL ปังไม่หยุด!!! คว้างาน กฟภ. มูลค่า 144 ลบ.

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 6 ธันวาคม 2562) GUNKUL เปิดสตอรี่เด็ด บ.ย่อย คว้างานรับงานจ้างเหมาปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมสถานีไฟฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์ (CSCS) ระยะที่ 3 จำนวน 8 สถานีไฟฟ้า จากจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมมูลค่า 144 ล้านบาท หนุนงานในมือเพิ่ม “สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย” เผยพร้อมเต็มที่กับโครงการนี้ ชี้เสริมศักยภาพด้านการแข่งขันและมีรายได้เพิ่มขึ้นให้กับ GUNKUL และลุยต่อยอดธุรกิจพลังงานทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มช่องทางธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

 

ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้พิจารณาตกลงให้ บริษัท กันกุล พาวเวอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (GPD) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ GUNKUL รับงานจ้างเหมาปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมสถานีไฟฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์ (CSCS) ระยะที่ 3 จำนวน 8 สถานีไฟฟ้า ตามงบประมาณลงทุนประจำปี 2562 ของ กฟภ. มูลค่างาน 144.4 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 400 วัน

 

 

ทั้งนี้ประโยชน์สำคัญของโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมสถานีไฟฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์ (CSCS) คือการเพิ่มความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพการทำงานของระบบไฟฟ้า รองรับการขยายตัว ปรับปรุงเพิ่มเติม ทั้งยังรับประกันการเข้ากันได้ของอุปกรณ์จากหลายผู้ผลิต ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน IEC 61850 ซึ่งเป็นการปรับปรุงสถานีไฟฟ้าเพื่อให้รองรับการทำงานในอนาคตได้เป็นอย่างดี

 

 

“ขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณ กฟภ. ที่ให้ความไว้วางใจบริษัทฯ ในการดำเนินปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมสถานีไฟฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์(CSCS) ระยะที่ 3 ในครั้งนี้ ซึ่งเชื่อว่าโครงการดังกล่าว จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่าย เพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยประสบการณ์และทีมงานของบริษัทฯ จึงมีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถทำให้โครงการสำเร็จและดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกประการ “ดร.สมบูรณ์ กล่าวในที่สุด

 

 

 

 

 

***GUNKUL ปีหน้ารายได้ทะยานสู่ 1 หมื่นลบ.***

 

 

นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ปี 2563 แตะระดับ 10,000 ล้านบาท หรือเติบโต 20-25% จากปีนี้คาดทำได้ 7,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง หลังบริษัทฯเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์(COD)โรงไฟฟ้าโซลาร์เพิ่มเข้ามาอีก 120 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ในประเทศเวียดนาม 50 เมกะวัตต์ โครงโซลาร์รูฟท็อปของภาคเอกชน 30 เมกะวัตต์ และโครงการโซลาร์ประเทศมาเลเซีย 37 เมกะวัตต์ รวมในปีหน้าจะมีการปรับแผน Power Development Plan (PDP)ใหม่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนเช่นกัน

 

 

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีงานในมือ (Backlog)รวมทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาท และขณะนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างรอผลประมูลงานโครงการสายเคเบิ้ลใต้น้ำที่เกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะหยี๋ มูลค่ารวม 3,500 ล้านบาทที่จะประกาศผลในเร็วๆนี้ ซึ่งบริษัทฯคาดว่าจะได้รับงานจากโครงการดังกล่าว และสนับสนุนให้สิ้นปี 2562 บริษัทฯมี Backlog ทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท โดยจะรับรู้เป็นรายได้ในปีหน้า 4,000 ล้านบาท

 

 

 

ทั้งนี้ บริษัทฯยังคงเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยปีหน้ามีแผนเข้าประมูลงานใหม่ มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงานการสถานีสายส่ง และสายไฟลงดิน 10,000 ล้านบาท และงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ) 5,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯคาดหวังที่จะได้รับงาน 5,000 ล้านบาท จากมูลค่างานทั้งหมด

 

 

ด้านความคืบหน้าโครงการพลังงานลมในประเทศเวียดนามปัจจุบันบริษัทฯอยู่ระหว่างเจรจาร่วมกับพันทมิตร 2-3 ราย ส่วนโครงการลมในประเทศไต้หวัน ปัจจุบันได้มีความคืบหน้าพอสมควรซึ่งบริษัทฯอยุ่ระหว่างศึกษาและพิจารณาว่าจะสามารถทำพลังงานลมนอกชายฝั่ง(ออฟชอร์ )ได้หรือไม่ หรือจะเปลี่ยนแผนมาทำบนชายฝั่นแทน ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบทันที

 

 

ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ประเทศเมียนมาร์ บริษัทฯยังไม่ได้โฟกัสมากนักในช่วง 1- 2 ปีที่ผ่านมา แต่หลังจากนี้ตะเริ่มทำการศึกษามากขึ้นหลังมองว่ารัฐบาลเมียนมาร์จะมีการทยอยปล่อยโครงการ ซึ่งเป็นโอกาสที่บริษัทฯจะเข้าไปลงทุนในอนาคต

 

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯคาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานในปี 2563 จะเหลือเพียง 60-65% จากปัจจุบัน 80% หลังมีงานในมือ(Backlog)จากธุรกิจก่อสร้างเข้ามาค่อนข้างมา

 

 

 

 

 


***กูรู บล.เคทีบี แนะนำ "ซื้อ" GUNKUL ราคาเป้าหมาย 3.60 บ./หุ้น***

 

 

 

เราคงคำแนะนำ "ซื้อ" และราคาเป้าหมายที่ 3.60 บาท (อิงวิธี SOTP) เรามีมุมมองเป็นบวกจากการงาน Opportunity day เมื่อ 29/11/19 โดยมี 3 ประเด็นสำคัญดังนี้ 1) โครงการหลักในญี่ปุ่น Utsunomiya 66MW (COD 4Q2022) และ Iwakuni 75MW (COD 1Q2023) ยังเดินหน้าตามแผน เริ่มเข้าจัดการพื้นที่คาดก่อสร้างแล้วเสร็จได้ทันกำหนด, 2) ธุรกิจรับเหมามีโอกาสที่ backlog สิ้นปี 2019 จะแตะระดับ 1.0 หมื่นล้านบาท (จากปัจจุบันที่ 8.0 พันล้านบาท) จากโครงการนำสายไฟลงดิน และ submarine cable เกาะสมุยและเกาะเต่า คาดประกาศผลในปลายปีนี้, และ 3) การเจรจาซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกที่เวียดนามขนาด 240MW ซึ่งจะทยอยรู้ผลตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019E ที่ 2.2 พันล้านบาท (+68% YoY) และ 2020E ที่ 2.6 พันล้านบาท (+18% YoY)

 



ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นและ outperform SET +5%/+21% ในช่วง 1 และ12 เดือน โดยได้ปัจจัยหนุนจากกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นและทำสถิติสูงสุดใหม่ใน 3Q19 อย่างไรก็ตามราคาหุ้นเทรดที่ 2020E forward PER เพียง 10.7x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 20x ในขณะที่เราประเมินกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย +16% CAGR (2018-22E) เทียบเป็น PEG = 0.7x เท่านั้น Key catalysts คือ การประกาศผลการประมูลโครงการนำสายไฟลงดิน และ submarine cable และโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกที่เวียดนามขนาด 240MW ซึ่งจะทยอยรู้ผลตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้

 

 

โครงการอยู่ระหว่างพัฒนายังเดินหน้าตามแผน โครงการ Utsunomiya 66MW (COD 4Q22) และ Iwakuni 75MW (COD 1Q23) เริ่มเข้าจัดการพื้นที่คาดก่อสร้างเสร็จได้ทันกำหนด มี upside จากการเข้าประมูลงานก่อสร้างโครงการใหม่ มีโอกาสที่ backlog สิ้นปี 2019 จะแตะระดับ 1.0 หมื่นล้านบาท (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาน 8.0 พันล้านบาท) โดยรอประกาศผลอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมสำหรับโครงการนำสายไฟลงดิน สาธร-เจริญราษฎร์ ร่วมกับ partner มูลค่าราว 3.1 พันล้านบาท รวมถึง submarine cable ที่เกาะสมุยและเกาะเต่ามูลค่ารวมประมาน 3.3 พันล้านบาท ซึ่งคาดจะประกาศผลได้ภายในปีนี้ ทั้งนี้ backlog ทั้งหมดคาดใช้เวลารับรู้ 2 ปี

 

 

รอปิดดีลโครงการพลังงานทดแทนในเวียดนาม โครงการพลังงานทดแทนในเวียดนามซึ่งเจรจาอยู่ คาดโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 60MW จะปิดดีลได้ในปี 2019 ส่วนโครงการพลังงานลมขนาด 180MW คาดเห็นความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญใน 1H20

 

 

มีมุมมองเป็นบวก มีโอกาสสร้าง upside ทั้งธุรกิจรับเหมาและธุรกิจผลิตไฟฟ้า เรามีมุมมองเป็นบวกจากการจัดงาน Opportunity day เมื่อ 29/11/19 โดยโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนายังคงเดินหน้าตามแผน ในขณะที่บริษัทมีโอกาสได้รับโครงการใหม่ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ทั้งในส่วนงานรับเหมา (โครงการสายไฟฟ้าลงดิน และ submarine cable) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติม ซึ่งจะสร้าง sentiment เชิงบวกให้กับราคาหุ้น และหากสำเร็จจะเป็น upside ให้กับประมาณการของเรา ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019E-20E ที่ 2.2 พันล้านบาท และ 2.6 พันล้านบาทตามลำดับ

 

 

ราคาเป้าหมาย 3.60 บาท อิงวิธี SOTP 1) ธุรกิจ Power producer อิง DCF (WACC 5.7%, Terminal growth 0%) ได้มูลค่า 3.30 บาท 2) ธุรกิจ EPC อิงวิธี PER (ใช้ PER 16X เทียบเท่า 5-yr average กลุ่ม Construction service ย้อนหลัง 5ปี -1SD) ได้มูลค่า 0.30 บาท Key catalysts คือการเข้าประมูลและรอผลโครงการสายไฟฟ้าลงดิน สาธร-เจริญราษฎร์ และ submarine cable เกาะสมุยเกาะเต่า และการปิดดีลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนขนาด 240MW ที่เวียดนาม

 

 

GUNKUL

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : เจาะ PTTGC ทำไมกำไร Q2/63 วูบ 24%

PTTGC ประกาศไตรมาส 2/63 มีกำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและการกลับรายการมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ....

แบนTikTok-WeChat By: แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นนักลงทุน ยังคงชะลอลงทุน ขอรอดูงบบจ.ไตรมาส2/63 รอดูสถานการณ์ การเมือง.....

งบกำไรวูบๆ By: นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เทศกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส2/63และครึ่งปีแรก ของบจ. ทยอย...คึกคัก

มัลติมีเดีย

GURU แจกหุ้นเด็ด EP 11 เดือน มิถุนายน 2563

ติดตามข่าววงการหุ้น News feed แบบเรียลไทม์ได้แล้วที่ http://www.hooninside.com/

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้