Today’s NEWS FEED

สัมภาษณ์/รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ.....TMC ผู้นำผลิตเครื่องจักรระบบไฮดรอลิค (ต่อ 2)

3,049


เฟสที่ 2 เป็นการก่อสร้างอาคารโรงงาน (Fabrication) และงานประกอบชิ้นส่วนเครนและเครื่องทุ่นแรงระบบไฮดรอลิค โดยจะสามารถเริ่มก่อสร้างเฟสที่ 2 ได้ประมาณช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2556 ภายหลังการก่อสร้างอาคารโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรในเฟสที่ 1 แล้วเสร็จและเริ่มการผลิตได้ จากนั้นจะย้ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ในสายการผลิตดังกล่าวจากโรงงานแห่งที่ 1 และโรงงานแห่งที่ 2 โดยใช้เวลาก่อสร้างและขนย้ายเครื่องจักรประมาณ 6-8 เดือน เนื่องจากการย้ายกระบวนดารเชื่อมมาจากโรงงาน 1 จะทำให้สามารถลดระยะเวลาส่งชิ้นส่วนจากกระบวนการเชื่อมและแปรรูปโลหะไปยังกระบวนการประกอบอันจะทำให้ระยะเวลาการผลิตเครื่องจักรระบบไฮดรอลิคลดลง ทำให้บริษัทสามารถใช้พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบริษัทจะเพิ่มพื้นที่สำหรับการประกอบและเชื่อมเครื่องเพรสระบบไฮดรอลิคขึ้นจาก 20 เครื่อง เป็น 28 เครื่อง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง นอกจากนี้บริษัทยังมีพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับการประกอบเครนและเครื่องทุ่นแรงระบบไฮดรอลิคจึงสามารถเพิ่มกำลังการผลิตสูงสุดของเครนและเครื่องทุ่นแรงระบบไฮดรอลิคได้อีกด้วย ดังนั้นผู้บริหารของบริษัทคาดว่าการขยายฐานการผลิตในโรงงานเฟสที่ 2 จะทำให้กำลังการผลิตของบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 35 จากกำลังการผลิตที่มีอยู่ในปัจจุบันทำให้เมื่อรวมกับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากเฟสที่ 1 บริษัทสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ประมาณร้อยละ 60 

ผู้บริหารของบริษัทคาดว่าจะต้องใช้เงินทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 255 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างอาคารโรงงานและการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ในสายการผลิต โดยจะใช้เงินทุนในการดำเนินการบางส่วนจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทแก่ประชาชนและเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ทั้งนี้โรงงานแห่งใหม่จะมีพื้นที่ใช้สอยทั้ง 2 อาคาร รวมประมาณ 9,600 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 40 เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ใช้สอยในโรงงานที่ 1 เดิมซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 6,800 ตารางเมตร ทำให้บริษัทสามารถวางแผนผังสายการผลิตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้เวลาในการผลิตลดลง

นั่นคือ ภาพรวมทางธุรกิจคร่าวของTMC ไอพีโอน้องใหม่ ส่งท้ายเดือน 10 แล้ว เปิดเทรดวันแรก 26 ตุลาคม TMC จะร้อนเพียงใด...เป็นอะไรน่าลุ้นระทึก   เพราะกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทที่เสนอขายในครั้งนี้ พิจารณาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทฯ  (Price  Earning  Ratio : P/E) ทั้งนี้ ราคาหุ้นสามัญที่เสนอขายหุ้นละ 3.90 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิเท่ากับ 13.74 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรใน 4 ไตรมาสที่ผ่านมา  ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 ถึง 30 มิถุนายน 2555 หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทฯ หลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ซึ้งเท่ากับ 290 ล้านหุ้น (Fully  Diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.28 บาท โดยอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นที่เสนอขายคิดเป็นอัตราส่วนลดร้อยละ 25.84 จากอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิของตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เฉลี่ย ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 18.53 เท่า ทั้งนี้อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิดังกล่าวคำนวณจากผลประกอบการในอดีต โดยที่ยังมิได้พิจารณาถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
หุ้นเพิ่มทุนTMC 85,000,000 หุ้น เสนอขายต่อประชาชน แบ่งเป็น เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 65,000,000 หุ้นเสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท20,000,000  หุ้น ในราคาหุ้นละ 3.90 บาท ส่วนหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 5,000,000 หุ้นเสนอขายต่อพนักงานของบริษัท ในราคาหุ้นละ  3.12 บาท คิดเป็นส่วนลดจากราคา IPO 20% ซึ่งหุ้นในส่วนที่จัดสรรให้แก่พนักงานดังกล่าวจะถูกห้ามขาย (Lock-up Period) เป็นเวลา 3 เดือน 
นับเวลาถอยหลัง อีกไม่กี่วัน TMC หุ้นจองทองคำฝังเพชร จะโลดแล่นกระดานMAI  สูงระดับใด  คำตอบไม่ได้อยู่ที่บริษัท ฟินเน็กซ์  แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ที่ปรึกษาทางการเงิน-บล.ฟินันเซีย ไซรัส  ราชันอันเดอร์ไรท์แห่งเมืองไทย แต่อยู่ที่กลไกตลาด+ความศรัทธา+ความเชื่อมั่นของนักลงทุน.............10-9-8-7-6-5-4-3-2-1

จักรภพ รายงาน

บทความล่าสุด

รีบาวน์ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ชมท้องทุ่ง SET วันศุกร์ รีบาวน์ มีแสงเขียว ตามเซนต์เมนท์หุ้นนอกเด้ง หลังพี่เบิ้มสหรัฐเปิด....

เทคนิคไหว หุ้นไปต่อ... By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เห็นการรีบาวน์ การเด้ง หลังดัชนีตลาดลงแตะ1,667.43 จุด แล้ว เด้ง มาปิดเหนือ 1,670 จุด นับว่า มีความหวัง ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้