Today’s NEWS FEED

สัมภาษณ์/รายงานพิเศษ

PHG โบรกฯเคาะเป้าสูง 30 บ.จับตาเทรดวันแรกพุ่งกระฉูด

13,760

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(04 กรกฎาคม 2566)-----จับตาหุ้นน้องใหม่ไอพีโอป้ายแดง บมจ.แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป (PHG) เข้าเทรดวันแรก 6 ก.ค.นี้ ราคาวิ่งกระฉูด รับปัจจัยพื้นฐานแกร่ง หลังเข้าจดทะเบียน SET  จับตาบิ๊กดีลเพียบ ต่อยอดธุรกิจ รับเทรนด์ธุรกิจสุขภาพมาแรง โบรกฯเคาะเป้าสูง 30 บาท/หุ้น เทียบราคาไอพีโอ 21 บาท อัพไซด์เหลือให้เล่นเพียบ

 

หลังประสบความสำเร็จในการขายหุ้นไอพีโอจำนวน 54 ล้านหุ้น ในราคา 21 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น P/E ราว 21.50 เท่า ระหว่างวันที่  28 – 30 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างล้นหลามทั้งนักลงทุนสถาบัน กองทุน และนักลงทุนรายย่อย  

 

ทั้งนี้ PHG เตรียมเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดธุรกิจบริการ (SERVICE) / การแพทย์ (HELTH) ในวันที่ 6 ก.ค.นี้

 

+++ผ่าโครงสร้างธุรกิจ PHG

 

PHG เป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์ภายใต้โรงพยาบาลจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 และโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต สามารถรองรับผู้รับบริการทางการแพทย์จากคนในจังหวัด กรุงเทพตอนเหนือ ปทุมธานี และจังหวัดใกล้เคียง โดยให้บริการทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป กลุ่มลูกค้าภายใต้สวัสดิการภาครัฐ และลูกค้าชาวต่างชาติ

 

ปัจจุบันกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต มีจำนวนเตียงจดทะเบียนรวมทั้งหมด 270 เตียง ประกอบด้วยโรงพยาบาลแพทย์รังสิต โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 และ โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต จำนวน 155 เตียง 59 เตียงและ 56 เตียง ตามลำดับ

 

+++เปิดแผนลงทุนปี 66-69

 

สำหรับวัตถุประสงค์การระดมทุนของ PHG ในครั้งนี้ เตรียมนำเงินระดมทุนที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในโครงการช่วงปี 2566-2569 ประกอบไปด้วย 1.เพื่อเป็นเงินทุนในโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถภายในปี 2567 2.เพื่อเป็นเงินทุนในโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ที่ 1 ภายในปี 2567 3.เพื่อเป็นเงินทุนในโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ที่ 2 ภายในปี 2569 4.เพื่อเป็นเงินทุนในการซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ภายในปี 2567 5.เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมแก่สถาบันการเงินบางส่วนภายในปี 2566  6.เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจภายในปี 2566

 

+++ผลการดำเนินงานโตแกร่ง

 

ขณะที่ผลประกอบการสำหรับงวดปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563-2565 และสำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัท ฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 104.64 ล้านบาท 317.48 ล้านบาท 293.10 ล้านบาท และ 44.55 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 6.73 ร้อยละ 15.99 ร้อยละ 14.27 และร้อยละ 9.11 ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงผลประกอบการที่มีความแข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการขยายธุรกิจตามแผนวัตถุประสงค์การใช้เงินภายหลังการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

 

 

+++โบรกฯเคาะเป้าสูง 30 บ.

 

ขณะที่มุมมองโบรกเกอร์ชั้นนำจาก  บล.ดาโอ (ประเทศไทย) และบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ให้ราคาเหมาะสมที่ 30 บาท และบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้ราคาเหมาะสม 29 บาท ขณะที่ราคาไอพีโออยู่ที่ 21 บาท ถือว่ามีอัพไซด์กว่า 42.85% เทียบราคาเป้าหมายที่ 29-30 บาท/หุ้น

 

 

 

PHG โบรกฯเคาะเป้าสูง 30 บ.

 

 

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินราคาเหมาะสม PHG ที่ 30.00 บาท อิง 2024E PER ที่ 32x สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ peers ได้แก่  BCH, BDMS, BH, CHG, EKH, และ PR9

 

ประเมินกําไรปี 2023E-24E จะเติบโตดีหากไม่รวมรายได้พิเศษจากโควิดอยู่ที่ 240 ล้านบาท -17% YoY และ 280 ล้านบาท +25% YoY จาก 1) รายได้ปี 2023E/24E เติบโต +14%/+13% YoY จากผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นจากโรคที่ซับซ้อนทั้งคนไข้เงินสด และคนไข้โครงการภาครัฐ โดยเฉพาะคนไข้โรคหัวใจ ซึ่งทาง PHG มีรายได้หัวใจจากการเข้าร่วมโครงการสปสช. อยู่ที่ 9% ของรายได้รวมปี 2022

 

“เราคาดปี 2023E รายได้หัวใจอยู่ที่10% ของรายได้รวมปี 2023E และ 12% ในปี 2024E และ 2) GPM ในปี 2023E-24E จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับภาวะปกติเป็น 27.5% และ 28% จากปี 2019 ที่17.3% จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดของรพ.ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

 

PHG เป็นรพ.เอกชนชั้นนําในปทุมธานี โดยมีทั้งผู้ป่วยเงินสด (สัดส่วนรายได้ 52%) และโครงการภาครัฐ(สัดส่วนรายได้ 48%) มีความโดดเด่นในการให้บริการโรคหัวใจในทุกระดับความรุนแรงของโรค และมีโรงพยาบาลเฉพาะทางของแม่และเด็ก โดยรพ.สามารถรองรับผู้ป่ วย 270 เตียง และมีโควตาสําหรับผู้ประกันตนอยู่ที[ 156,000 ราย โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังจากการขยายอาคารผู้ป่วยในโครงการอนาคต

 

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ให้ Fair Value ปี 66 ที่30.00 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF Valuation เรามีมุมมองที่เป็นบวกต่อผลการดําเนินงานในอนาคตของ PHG จากการเติบของรายได้ที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยเราประเมิน CAGR ของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ปี 2562 - 2570 อยู่ที่ +10.26% (เลือกใช้ปี2562 เป็นปีเริ่มต้นเนื่องจากเป็น PreCovid-19) ซึ่งในส่วนของรายได้ปี2566 นี้ เราประเมินที่ระดับ 1,982 ลบ.(-

2.86%YoY) เป็นภาพของการหดตัวเล็กน้อยเนื่องจาก ปี2565 มีรายได้จาก Covid-19ราว 308 ลบ.

 

อย่างไรก็ตาม หากไม่นับรายการ Covid-19 การเติบโตของรายได้ปีนี้จะอยู่ที่ +13.76%YoY ส่วนในด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย เราประเมิน Cost of Goods and Services to Rev. ปี 2566 - 2570 ที่ระดับ 70-71% ตํ่ากว่า PreCovid-19 ปี2562 ที่ระดับ 82.65% หลักๆแล้วมาจาก Economy of Scale นอกจากนี้ การขยายพื้นที่ของ

 

PHG เป็ นไปในลักษณะ การเพิ่มตึก ดังนั้นแล้วจึงได้ประโยชน์จากการใช้ Shared Facilities ส่วนในด้านของ SG&A ปี 2566 - 2570 เราคาดว่าจะอยู่ในโซน SG&A to Rev. ที่ระดับ 11.50-13.00% (เฉลี่ย 12.44%) มีแนวโน้มที่ลดลงจาก PreCovid-19 ที่ระดับ 12.94% เช่นกัน จากการเพิ่มอย่างมีนัยยะของรายได้ การเน้นไปที่โรคซับซ้อน

 

และโรคเรื้อรัง ซึ่งจะส่งผลให้ NPM ปรับตัวในช่วงปี 2566-2570 มาอยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่งที่ 13.00-14.50% เมื่อเทียบกับ PreCovid-19 ปี 2562 ที่ระดับ 4.17%

 

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ PHG สำหรับปี 2566 ไว้ที่ 29.00 บำท (อ้างอิงวิธี DCF: WACC 8%, TG 3%) ซึ่งที่ระดับรำคำเป้ำหมำยดังกล่ำวเทียบเท่ำระดับ PE 32.3 เท่า ในปี 2566 แต่จะลดลงเหลือ 28.6 เท่า ในปี 2567 สะท้อนถึงแนวโน้มกำรเติบโตที่คำดว่ำจะเกิดขึ้นอบย่ำงต่อเนื่องในอนาคตภายหลังการทำ IPO ในครั้งนี้ นอกจากนี้ เรายังเห็นว่าสถานะการเงินของ PHG จะมีความแข็งแกร่งขึ้น (net-cash position)

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ช่วยตัวเอง By: แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นนักลงทุน ยังคงช่วยตัวเอง ช่วยเหลือตัวเอง ดูแลตัวเอง หนทางชะลอลงทุน นั่นคือ การรักษา...

มัลติมีเดีย

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้