นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนบริษัทจดทะเบียนใน mai เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 122 เป็น 229 บริษัท ขณะที่โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การจัดกลุ่มเพียงระดับกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Group) แบบเดิมไม่เพียงพอที่จะรองรับลักษณะธุรกิจที่หลากหลาย และเกิดช่องว่างในการวิเคราะห์ธุรกิจบริษัทกับกลุ่มเทียบเคียง การจัดหมวดธุรกิจครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ยกระดับข้อมูลหุ้น mai โดยผู้ลงทุนและนักวิเคราะห์จะสามารถเปรียบเทียบบริษัทกับกลุ่มเดียวกันใน SET และประเมินมูลค่าด้วยตัวชี้วัด เช่น P/E และ P/BV ได้แม่นยำและครอบคลุม ช่วยให้บริษัทเพิ่มการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลของผู้ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนใน mai นำไปสู่การวิเคราะห์และประเมินมูลค่าอย่างเหมาะสม
"การจัดหมวดธุรกิจครั้งนี้ดำเนินการภายใต้หลักการ Single Standard คือ ใช้เกณฑ์ประเมิน ชื่อ และคำย่อหมวดธุรกิจเดียวกับ SET โดยนักวิเคราะห์สามารถวิเคราะห์หุ้นรายหมวดธุรกิจได้ครอบคลุมบริษัททุกขนาดทั้งใน SET และ mai รวมถึงรองรับการออกผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ในอนาคต เช่น กองทุน Thematic หรือ Sector ETF ที่อ้างอิงหุ้น mai ได้โดยตรง ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุนแล้ว" นายประพันธ์กล่าว