Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

กรมพัฒนาธุรกิจฯ จับมือ สสว. เปิดเกมรุกการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (Cross Border e-Commerce) ดัน SMEs ไทย บุกตลาดฟิลิปปินส์ ปั้นโอกาสขายออนไลน์สู่เวทีโลก เปิดรับสมัครแล้ว !!!

100

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 4 พฤศจิกายน 2569 )--------กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมพันธมิตร Shopee และ Meta เดินหน้าขับเคลื่อน SMEs ไทยสู่ตลาดการค้าระหว่างประเทศ เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ "Digital Connect : เชื่อม SME ไทยสู่การค้าออนไลน์ไร้พรมแดน" ตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้พร้อมขยายตลาดผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce นำร่องตลาดฟิลิปปินส์ ดึง Shopee Philippines เป็นช่องทางเชื่อมโยงสินค้าไทยสู่ผู้บริโภคต่างประเทศ พร้อมคัดเลือก 100 SMEs ศักยภาพสูง รับการสนับสนุนด้านการตลาดออนไลน์ และต่อยอด 10 สุดยอดผู้ประกอบการสู่ตลาดต่างประเทศ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 12 พฤศจิกายน 2569 หรือจนกว่าจะเต็ม

          นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการค้าออนไลน์เป็นช่องทางสำคัญในการขยายตลาดของผู้ประกอบการไทย ท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับข้อจำกัดด้านกำลังซื้อภายในประเทศ ทำให้การขยายตลาดไปยังต่างประเทศเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ กรมฯ จึงร่วมกับ สสว. ดำเนินโครงการ "Digital Connect : เชื่อม SME ไทยสู่การค้าออนไลน์ไร้พรมแดน" โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อพัฒนาทักษะการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (Cross Border e-Commerce) และเชื่อมโยง SMEs ไทยสู่ตลาดต่างประเทศผ่านเครื่องมือ Global Sales บนแพลตฟอร์ม Shopee โดยนำร่องตลาดฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตของการค้าออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

          โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการแบบครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การเปิดร้านค้าออนไลน์ การทำตลาด ไปจนถึงการสร้างโอกาสจำหน่ายสินค้าจริงในต่างประเทศ ประกอบด้วย 3 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่(1) กิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ผ่าน Workshop หัวข้อ "Cross-Border e-Commerce PowerUp : ยกระดับ SMEs ไทยสู่ตลาดโลก" จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 วันที่ 19 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยท์ เพรสทีจ ราชดำริ กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2 วันที่ 26 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท จังหวัดเชียงใหม่ และครั้งที่ 3 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษจาก Shopee Philippines อาทิ ฟรีค่าธรรมเนียมการขาย (GP) 0% เป็นระยะเวลา 6 เดือน และโอกาสในการประชาสัมพันธ์ร้านค้าผ่าน Campaign Microsite ของโครงการ

(2) กิจกรรมส่งเสริมการตลาดออนไลน์ คัดเลือก SMEs ที่มีศักยภาพสูงจำนวน 100 ราย สนับสนุนการเปิดร้านค้าและกระตุ้นยอดขายผ่าน Shopee Philippines ด้วยคูปองส่วนลดมูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท พร้อมสนับสนุนเครดิตโฆษณา Shopee Ads เครื่องมือ Affiliate Marketing และการประชาสัมพันธ์สินค้าผ่าน Influencer ชาวฟิลิปปินส์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย สร้างการรับรู้สินค้าไทย และเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายในตลาดต่างประเทศ

(3) กิจกรรมต่อยอด 10 สุดยอด Best Practice SME เข้าร่วม Showcase และ Livestream จำหน่ายสินค้า ณ ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมศึกษาดูงานธุรกิจ e-Commerce ชั้นนำ เพื่อสร้างประสบการณ์และโอกาสทางการค้า   ในต่างประเทศ ตลอดจนต่อยอดเครือข่ายทางธุรกิจให้สามารถเติบโตในตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิก SME ONE ID ของ สสว.

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า ฟิลิปปินส์ถือเป็นหนึ่งในตลาด e-Commerce ที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโตที่โดดเด่นในภูมิภาคอาเซียน โดยข้อมูลจาก Mordor Intelligence ปี 2567 ตลาด e-Commerce ประเทศฟิลิปปินส์มีมูลค่าประมาณ 15.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 29.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2572 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 13.78% สะท้อนถึงกำลังซื้อและโอกาสทางการตลาดที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชากรมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์สูงถึง 86.75 ล้านคน หรือคิดเป็น 73.4% ของประชากรทั้งหมด โดยมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 73.6% ในปี 2567

ประกอบกับข้อมูลมูลค่าการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ปี 2562 - 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างชัดเจน จาก 2,024.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 7,826.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 หรือเติบโตเกือบ 4 เท่า ภายในระยะเวลา 5 ปี ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการซื้อขายออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดที่มีฐานผู้บริโภคดิจิทัลขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงตลาดยังต้องอาศัยความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค การทำตลาดออนไลน์ และการบริหารจัดการระบบขนส่งและการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งโครงการนี้จะเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดและเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ด้วยศักยภาพตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศฟิลิปปินส์ จำนวนประชากร พฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการซื้อสินค้าออนไลน์ และความนิยมสินค้าไทย จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ในการขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้จากตลาดฟิลิปสินส์ กรมฯ เชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการ SMEs ไทยมีศักยภาพและมีสินค้าที่สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ หากได้รับการพัฒนาทักษะและการสนับสนุนที่เหมาะสม โครงการ Digital Connect จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดการค้าออนไลน์ระดับสากล เปิดโอกาสให้สินค้าไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และสร้างรากฐานการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง"

"การผลักดัน SMEs ไทยสู่ตลาดต่างประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่เป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยให้สามารถเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคทั่วโลกได้โดยตรง ฟิลิปปินส์จึงเป็นตลาดนำร่องที่มีความน่าสนใจ ทั้งจากแนวโน้มการเติบโตของตลาดออนไลน์ จำนวนผู้บริโภคดิจิทัล และโอกาสในการขยายฐานลูกค้าสินค้าไทย" อธิบดีกิตติวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้