Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

“ส.อ.ท.” ผนึก “กฟผ.” ขับเคลื่อน Reinvent Thailandเชื่อมพลังงานสู่อุตสาหกรรม ดัน Local Contentเปิดโอกาสผู้ผลิตและ SMEs สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย

42

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(2 พฤศจิกายน 2569)----------------สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ขานรับแนวทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ ภายหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาพลังงานไทยภายในงาน Energy Symposium 2026 และในการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยเน้นว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่การใช้พลังงานสะอาด โดยมีการขยายตัวของการใช้พลังงานสะอาดจากปัจจุบันประมาณ 20 % ไปสู่การใช้พลังงานสะอาด 50 % ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะเรื่องของ Solar ที่มีการใช้สูงขึ้น 24,000 MW โดยจากจำนวนดังกล่าวจะเป็น Solar Roof 10,000 MW ส่วนที่เหลือจะเป็นการซื้อขายกันของภาคเอกชนในลักษณะของ Direct PPA เพื่อการเข้าถึงพลังงานสะอาด ซึ่งการเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด จำเป็นต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าควบคู่กันไปด้วย เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานและราคาที่แข่งขันได้


    การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจะนำไปสู่การลงทุนด้านระบบผลิตไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า และเทคโนโลยีพลังงานจำนวนมาก ซึ่ง ส.อ.ท. เห็นว่าเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงเม็ดเงินลงทุนด้านพลังงานเข้ากับการพัฒนาฐานอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มการใช้สินค้าและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย (Local Content) การเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการดึงดูดการลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่เพียงสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน แต่ยังเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยควบคู่กันไป


    ด้วยเหตุนี้ วันที่ 29 ตุลาคม 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. และนายชญานินทร์ โพธิวรคุณ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จึงเข้าพบ ดร. นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และคณะผู้บริหาร ร่วมหารือแนวทางเชื่อมโยงแผนลงทุนด้านพลังงานกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เพิ่มการใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีที่ไทยยังขาด


    ภารกิจการเข้าพบครั้งนี้เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อน Reinvent Thailand โดยมีอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ ซึ่ง ส.อ.ท. มุ่งขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ เสาที่ 1 ศูนย์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Data Center & AI) เสาที่ 2 ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เสาที่ 3 เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Smart & Green Appliances) และเสาที่ 4 ระบบนิเวศอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Parts Ecosystem) โดย กฟผ. มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการผลิตไฟฟ้า การพัฒนาระบบส่ง และการรองรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ จึงสามารถเชื่อมโยงความต้องการอุปกรณ์และแผนลงทุนเข้ากับการพัฒนาฐานการผลิตในประเทศได้


    นางพิมพ์ใจฯ เน้นย้ำว่างบประมาณจัดซื้อจัดจ้างและการลงทุนด้านพลังงานสามารถนำมาสร้าง GDP และมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม หากมีกลไกส่งเสริมการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ (Local Content) พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Contribution) ทั้งการสร้างงาน พัฒนาทักษะ และถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยใช้ความต้องการของตลาดเป็นจุดตั้งต้นในการพัฒนาผู้ผลิตไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนให้เป็นประโยชน์กับคนไทยในระยะยาว


    ด้าน กฟผ. แสดงความพร้อมสนับสนุนการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยคำนึงถึงมาตรฐาน คุณภาพ ราคา และความสามารถในการส่งมอบให้สอดคล้องกับแผนงาน ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงโอกาสในกลุ่มอุปกรณ์สำคัญ อาทิ หม้อแปลงไฟฟ้า สวิตช์เกียร์ อุปกรณ์ระบบส่ง และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการดึงดูดการลงทุนหรือร่วมทุนในผลิตภัณฑ์ที่ไทยยังมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและกำลังผลิต เพื่อรองรับความต้องการในประเทศและต่อยอดสู่ตลาดภูมิภาค


    นอกจากนี้ ส.อ.ท. เสนอให้พิจารณาใช้กลไก Made in Thailand (MiT) สนับสนุนการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ พร้อมเชื่อมโยงผู้รับเหมาออกแบบ จัดหา และก่อสร้าง (EPC) กับผู้ผลิตไทยและ SMEs เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าร่วมโครงการด้านพลังงาน ตลอดจนหารือแนวทางส่งเสริมเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง เชื่อมโยงฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 กับแนวคิดแลกเครื่องเก่าเป็นเครื่องประหยัดไฟ และการจัดการซากอย่างเหมาะสมโดยเริ่มจากโครงการนำร่องเพื่อขยายผลต่อไป


    สำหรับแนวทางดำเนินงานต่อไป กฟผ. พร้อมสนับสนุนข้อมูลรายการอุปกรณ์ ปริมาณความต้องการ และแผนลงทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นความต้องการของตลาดล่วงหน้า และให้ ส.อ.ท. นำไปกำหนดผลิตภัณฑ์เป้าหมาย เพื่อพัฒนาความพร้อมของผู้ผลิตไทยและ SMEs พร้อมประสานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น เพื่อจับคู่ธุรกิจและชักชวนนักลงทุนเข้ามาสร้างฐานการผลิตในประเทศ เพิ่ม Local Content และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

แรงกดดัน รอบด้าน By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ พบแรงกดดันรอบด้าน หนัก หนัก ก็มาจาก ปัจจัยภายนอก การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3...

เด้ง ขึ้น เด้ง ลง By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม วันนี้ หุ้นไทย ระหว่าง ชั่วโมงการซื้อขาย คงเด้ง ขึ้น เด้ง ลง สลับไปมา ในกรอบแนวรับ แนวต้าน รอบนี้ ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้