สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (30 ตุลาคม 2569 ) ---- "บมจ.เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์" หรือ SJWD สร้างผลงานโดดเด่นบนเวที SET Awards 2026 ย้ำภาพผู้นำโลจิสติกส์ พร้อมพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการซัพพลายเชนและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ โดยล่าสุดคว้า 2 รางวัลคุณภาพจาก SET Awards 2026 ได้แก่ (1) โครงการ ซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่น "The Adaptive Supply Chain" ภายใต้กลยุทธ์การผสานเครือข่ายโลจิสติกส์ ทรัพยากร และพันธมิตร หรือ "Mesh Network" พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ได้รับรางวัล SET Awards กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ประเภท Best Supply Chain Management Awards ซึ่ง SJWD เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับรางวัลนี้ และ (2) โครงการ "Smart-X Solutions" แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับให้บริการนำเข้าและส่งออกสินค้า เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างภาคธุรกิจ (B2B), Service Provider (ผู้ให้บริการ) และหน่วยงานภาครัฐ (B2G) ด้วยแพลตฟอร์มเดียว เพื่อยกระดับสู่ Digital Logistics Ecosystem อย่างครบวงจร ได้รับรางวัล SET Awards กลุ่มรางวัล Business Excellence ประเภท Best Innovative Company Awards
นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรรายใหญ่ในอาเซียน เปิดเผยว่า การได้รับรางวัลครั้งนี้ ตอกย้ำการเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้า โดยการดำเนินโครงการซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่น "The Adaptive Supply Chain" ภายใต้กลยุทธ์การผสานเครือข่ายพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์ หรือ "Mesh Network" เป็นสิ่งที่บริษัทฯ เตรียมความพร้อมอยู่ตลอด เพื่อนำเสนอโซลูชันสำหรับแก้ไขปัญหาและสร้างความต่อเนื่องให้กับการบริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแก่ลูกค้าได้ โดยบริษัทฯ ได้ผสานเครือข่ายโลจิสติกส์ ทรัพยากร และพันธมิตร เพื่อปรับเปลี่ยนแผนงาน กระบวนการ เส้นทางขนส่งอย่างรวดเร็ว ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับลูกค้าและคู่ค้า ประเมินความเสี่ยง แลกเปลี่ยนข้อมูล วางแผนและร่วมกันออกแบบโซลูชัน เพื่อปรับเปลี่ยนเส้นทางการขนส่ง รูปแบบ และการใช้ทรัพยากรให้เหมาะสม เช่น เหตุการณ์ปิดด่านชายแดนแม่สอด-เมียวดี เป็นระยะเวลากว่า 9 เดือน บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรออกแบบเส้นทางขนส่งใหม่เพื่อเป็นทางเลือกแก่ลูกค้าที่มีสินค้าเป็นกระดาษม้วน โดยเดิมนำส่งทางถนน เป็นนำเสนอการขนส่งผ่านท่าเรือระนองและเชื่อมต่อกับการขนส่งทางบก ตลอดจนออกแบบวิธียกและขนย้าย ปรับวิธีจัดวางสินค้า และการป้องกันความเสียหายอาจเกิดกับกระดาษม้วน ซึ่งเป็นสินค้าที่เสียหายได้ง่ายและไม่เคยขนส่งผ่านทางเรือมาก่อน ส่งผลให้สามารถเพิ่มความจุสินค้าภายในเรือขนส่งได้อีกกว่า 20% จาก 1,800 ตัน เป็น 2,200 ตัน และมีปริมาณขนส่งสินค้าในเส้นทางดังกล่าวสูงกว่าเป้าหมาย ลดระยะเวลาดำเนินการจาก 10 วัน เหลือ 8 วัน และจัดส่งสินค้าตรงเวลา 100% โดยไม่เกิดอุบัติเหตุและความเสียหาย นอกจากนี้ ยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งได้กว่า 86 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
"บริษัทฯ พร้อมร่วมมือกับคู่ค้าและลูกค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อขยายบริการและเส้นทางการขนส่งสินค้าในอาเซียนและจีน สร้างซัพพลายเชนที่สามารถปรับเปลี่ยนและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเติบโตไปกับลูกค้าและพันธมิตรอย่างยั่งยืน" นายบรรณ กล่าว
นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD กล่าวว่า สำหรับการดำเนินโครงการนวัตกรรม "Smart-X Solutions" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับให้บริการนำเข้าและส่งออกสินค้าเพื่อยกระดับกระบวนการทำงานสู่ระบบนิเวศโลจิสติกส์แบบดิจิทัล (Digital Logistics Ecosystem) อย่างครบวงจร ได้แก่ บริการ e-Bidding (ประกวดราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์), e-Booking (การจองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์), e-Customs (พิธีการศุลกากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์) และ e-Document (ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์) สามารถเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างภาคธุรกิจ (B2B) Service Provider (ผู้ให้บริการ) และหน่วยงานภาครัฐ (B2G) ด้วยแพลตฟอร์มเดียว รวมถึงมีระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ และระบบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนการเชื่อมต่อระบบ ช่วยให้การทำงานของบริษัทฯ มีความถูกต้องแม่นยำ 100% เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินงานได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับการใช้เอกสาร ช่วยลดต้นทุนจากการดำเนินงาน ได้ถึง 15 ล้านบาทต่อปี ลดการใช้เอกสารกระดาษในกระบวนการนำเข้าและส่งออกได้ปีละกว่า 1 ล้านแผ่น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 30 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี บริษัทฯพร้อมรองรับผู้ประกอบการทุกกลุ่มตลอดซัพพลายเชนของการค้าระหว่างประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาตลอดกระบวนการ
"แพลตฟอร์ม Smart-X Solutions ยังเป็นผลงานที่ชนะการแข่งขัน Innovation Awards ซึ่งเป็นกิจกรรมภายในบริษัทฯ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา และยังมีผลงานด้าน Innovation อื่น ๆ ที่คิดขึ้นเพื่อพัฒนาบริการโลจิสติกส์รอบด้าน ตอกย้ำการขับเคลื่อนการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมที่พนักงานมีส่วนร่วมจริง" นายชวนินทร์ กล่าว