ภาวะตลาด:SET Index วานนี้ อ่อนตัวลง -4.01 จุด ปิดที่ 1575.02 มูลค่าซื้อขาย 6.7 หมื่นลบ. นำโดยการร่วงลงของหุ้น DELTA ตามด้วย GULF, ADVANC, TRUE, TOP, SPRC, VGI ฯลฯ ขณะเดียวกันมีหุ้นประคองตลาด ได้แก่ PTTEP, PTTGC, PTT, SCC, CRC ฯลฯ นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ +3.5 พันลบ. พอร์ตบล.ซื้อสุทธิ +952 ลบ. สถาบันในปท.ซื้อสุทธิ +720 ลบ. ส่วนพอร์ตบล.ขายสุทธิ -570 ลบ. และรายย่อยขายสุทธิ -1.1 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
-สหรัฐ: สัปดาห์นี้มีประชุม FED, ECB และ BOJ คาดทั้ง 3 ธนาคารกลางยักษ์ใหญ่จะมีมติคงดอกเบี้ยเอาไว้ก่อน แล้วค่อยปรับขึ้นในช่วงธ.ค. 2026 ทั้งนี้ เฟดจะแถลงมติดอกเบี้ยในที่ 28 ต.ค., ECB จะประกาศอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 29 ต.ค. และ BOJ จะแถลงมติการประชุมในวันที่ 30 ต.ค.
- ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้น หนุนโดยแรงซื้อหุ้น AI และราคาน้ำมันที่อ่อนลง สัญญาน้ำมันดิบ WTI & BRENT อ่อนลง 1.8-1.9% ปิดที่ 99.9-113.9 US$/bbl หลังมีการประชุม 4 ฝ่ายระหว่าง ซาอุฯ ตุรกี ปากีสถาน และอิหร่าน เพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สัญญาทองคำส่งมอบธ.ค.26 ปรับขึ้นต่อ +36.20 US$ มาที่ 4,074.60 US$/ออนซ์
-ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ แข็งขึ้นเป็น 102.3 เงินบาทอ่อนสู่ 33.79 บำท/US$ ด้าน US bond yield 10 ทรงที่ 4.99% (สูงสุด 5.36%) ดัชนีราคาถ่านหิน (NCF) ลดมาที่ 150.5 จุด (ต่ำสุด YTD อยู่ที่ 141.30) ดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI)อ่อนเป็น 2,603จุด (สูงสุด 3,628 จุด)
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- ไทย: วานนี้ (27 ต.ค.26) สำนักงานก.ล.ต. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และบก.ปอศ. ได้จัดแถลงข่าวร่วมกันเมื่อเวลา 12.30 น. เพื่อทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติของกลุ่ม "เบน สมิธ" และ "ยิม เลียก" ที่ซ่อนเงินผ่านกองทุนต่างประเทศเพื่อเข้ามาซื้อหุ้นไทย โดยมีการยึดและอายัดทรัพย์สิน รวมถึงหุ้นในฝั่งผู้กระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาท...โดยมีหุ้น 3 บริษัทที่เครือข่ายเข้าครอบครอง คือ BCP, VGI และ MFC อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. และบก.ปอศ.ย้ำว่าบมจ.BCP, VGI และ MFC ไม่เกี่ยวข้องหรือร่วมกระทำความผิด
-ไทย: เมื่อ 27 ต.ค.26 บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ จัดระเบียบ Data Center คุมเข้มผลกระทบสิ่งแวดล้อม
- การเมืองไทย: ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรีซึ่งอาจจะสั่นคลอนคะแนนนิยมรัฐบาลจากประเด็นร้อนในหลายๆเรื่อง
- DELTA: กำไร 3Q26 โตเพียง +4.2% YoY เป็น 7.76 พันลบ. ต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 8.96 พันลบ...เป็น Sentiment ลบต่อหุ้นและ SET Index ในระยะสั้นอย่างไรก็ตาม หากตัดรายการพิเศษออกไป พบว่ากำไรหลักใน 3Q26 เติบโต +34% YoY, +53% QoQ แต่ก็ยังต่ำกว่าที่นวค.คาดไว้ประมาณ 10-15%
กลยุทธ์ : เน้นซื้อหุ้นดี เมื่อราคาอ่อนตัว ภาพเทคนิคหลักเป็นลบ กลยุทธ์หลักยังเป็นการเลือกซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ให้ แนวรับ SET ไว้ที่ 1570, 1550-1545-1530 (เป็นแนวรับ & ฟิวเตอร์ที่ไม่ควรหลุด), 1500 หรือต่ำกว่าแนวต้านอยู่ที่ 1585-1590, 1610, 1620-1630 ตามลำดับ
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: BDMS (ราคาปิด 19.90 บาท) คาดกำไรสุทธิ 3Q26F เติบโตเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบ YoY(จากที่ขยายตัว +1%YoY ใน 1Q26 และ +2%YoY ใน 2Q26) และขยายตัว QoQ เนื่องจากมีไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 ระบาด ส่งผลให้รายได้คนไข้ไทยเพิ่มขึ้น YoY ขณะที่รายได้คนไข้ต่างชาติขยายตัวดี YoY คาดว่ากำไรสุทธิ 3Q26F มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ ณ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ Mean-1SD แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 23 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829