AT THE OPEN (#ATO)
น้ำมันผ่อน เทคฯ หนุน แต่ DELTA ถ่วง
Selective Buy หุ้นเด่นเลือก GLOBAL BCP
Market Strategy
SET Index คาด Sideway ตามกรอบ 1565-1585 จุด ปัจจัยต่างประเทศเป็นบวกจากความคาดหวังเจรจาตะวันออกกลางช่วยให้ราคาน้ำมันลดลงและแรงซื้อกลับหุ้นกลุ่มเทคฯที่มีต่อเนื่อง แต่แรงฉุดมาจาก DELTA หลังจากรายงานงบต่ำกว่าคาด สำหรับประเด็นที่ติดตามวันนี้การประชุม กนง.และ FED คาดจะคงดอกเบี้ยฯ แต่จับตาการส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินระยะถัดไป หุ้นเด่นวันนี้ GLOBAL BCP
ปัจจัยภายนอกผ่อนคลายขึ้นจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับลง 1.8% มายืนที่ 114 เหรียญฯ จากความคาดหวังต่อการเจรจาระหว่างซาอุฯ ปากีสถาน ตุรกี กับอิหร่านช่วยลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงแรงซื้อของหุ้นกลุ่มเทคฯ ที่ช่วยหนุนต่อ S&P500 ปรับขึ้น 0.6% กลุ่มเซมิคอนเตอร์ปรับขึ้นแรง 3.6% แต่อย่างไรก็ตามผลต่อตลาดหุ้นของบ้านเราอาจจะมีได้ไม่เต็มที่ เนื่องจาก DELTA รายงานกำไรหลัก 3Q69 ที่ 7.1 พันล้านบาท ต่ำกว่าเราและตลาดคาด 17-20% สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.3% ฟื้นตัวช้ากว่าคาด กดดันจากต้นทุนวัตถุดิบสูง และการ Write-downs สินค้าคงคลัง คาดราคาหุ้นจะตอบสนองเชิงลบในระยะสั้นและเป้นตัวถ่วง SET
Index ในวันนี้ สำหรับมุมมอง DELTA ระยะถัดไปให้นำหนักไปที่บริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและสต็อกสินค้าได้ดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นหลังการประชุมกับบริษัทในวันนี้ ทั้งนี้ปัจจุบันเรายังคงแนะนำ Trading Buy ราคาเป้าหมาย 313 บาท
การประชุม ครม. วานนี้มีเห็นชอบ 1)ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเฉพาะ E20/B20 ที่ -5.60/-5.50 บาทต่อลิตร โดยเป้าหมายเพื่อสนับสนุนเกษตรกรและกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งให้หันมาใช้น้ำมันผสมพลังงานชีวภาพมากขึ้น มีผล 3 เดือนระหว่างวันที่ 28 ต.ค.69 –27 ม.ค.70 ยังคงมุมมองผลของมาตรการคาดเป็นบวกต่อผู้ประกอบการไบโอดีเซลและเอทานอล ดีต่อ BBGI มุมลบคือรัฐบาลคาดจะสูญเสียรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาทจากมาตรการรอบนี้ 2) เห็นชอบโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือนวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเรามองดีต่อผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์อย่าง GUNKUL
Market Summary
SET ปิดลบ 1,575.02 จุด (-0.25%) เผชิญแรงขายทำกำไรกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และ ICT โดยมี DELTA (-2.49%) กดดันตลาดหลังงบ Q3 ต่ำคาด ร่วมกับ AMATA (-3.36%) Land Presales งวด 3Q29 ที่ 228 ไร่หดตัว -16%QoQ และ -6%YoY และ GUNKUL (-2.01%) โดนแรง Sell on fact ส่วน BCP (-1.44%) ปรับลงจากข่าวอายัดหุ้นเดิมซึ่งไม่ได้กระทบกับพื้นฐานธุรกิจแต่อย่างใด ด้านหุ้นบวกนำโดย BJC (+5.85%) รับคาดการณ์กำไรโตแรง กลุ่มรับอานิสงส์ท่องเที่ยว CENTEL (+3.26%), AWC (+0.63%) และ CHG (+2.61%) ที่ผู้ป่วยฟื้นตัว
DAILY Stock Pick
GLOBAL
งบดีกว่าคาด ผสาน SSSG ฟื้นตัว
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 8.10 บาท
GLOBAL รายงานกำไรงวด 3Q69 ที่ 544 ลบ. ดีกว่าเราและ Consensus คาด 9-11% หนุนจาก GPM ที่ดีกว่าคาด ขณะที่ SSSG เดือน ต.ค. ลบ 1-2%YoY ฟื้นตัว เทียบกับ 2Q69 ที่ลบ 6.9%YoY
เราคาดว่า 4Q69 มีอุปสงค์ซ่อมบ้านหลังน้ำลดช่วยหนุน ฝั่ง GPM ปรับตัวขึ้นผ่าน product mix ที่เป็น house brand มากขึ้น
Technical View
แนวรับ : 6.95 บาท
แนวต้าน : 7.20 บาท
จุดตัดขาดทุน : 6.80 บาท
WEEKLY Stock Pick
BCP
flow เข้ากลุ่มพลังงาน
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 65.00 บาท
flow เข้ากลุ่มพลังงานสูงที่สุดในสัปดาห์ก่อน ถึง 3.8 พันลบ. หลังราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ USD116/bbl สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน เนื่องจากสหรัฐพร้อมกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง
ขณะที่ Valuation น่าสนใจ PE’69 เพียง 2.7 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่มโรงกลั่น ปันผล 7-10% ช่วยจำกัด Downside
Technical View
แนวรับ : 52.00 บาท
แนวต้าน : 56.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 49.50 บาท
KEY FACTOR
วันนี้ตลาดจับตาผลประชุม FOMC โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% หลังปรับขึ้น 25 bps ในเดือน ก.ย. ขณะเดียวกัน อาจส่งสัญญาณเปิดโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าท่าทีดังกล่าวไม่น่าจะเป็นปัจจัยลบใหม่ต่อตลาด เนื่องจาก Fed Funds Futures ล่าสุดสะท้อนความน่าจะเป็นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. ไว้ที่ประมาณ 80% อยู่แล้ว ขณะที่ตลาดประเมินว่า Fed อาจพักการปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังจากนั้นเพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ดังนั้น หาก Fed ไม่ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาด จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ
Fund Flow ต่างชาติยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นไทย แม้ SET เผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น โดยวันที่ 27 ต.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ +952 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิ WTD อยู่ที่ +4,485 ล้านบาท ซึ่งน่าจะช่วยประคอง Sentiment ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน โดยเฉพาะโอกาสเกิดความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านก่อนการเลือกตั้ง Midterm วันที่ 3 พ.ย. ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ตลาดการเงินโลกเคลื่อนไหวผสมผสาน โดยหุ้นสหรัฐฯ แกว่งตัวในช่วง +0.03%ถึง +1.18% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทรงตัวที่ 5%
EYES ON
ในสัปดาห์ การรายงานงบฯกลุ่ม Real Sector
29 ต.ค. ผลการประชุม FOMC
30 ต.ค. ผลประชุม BoJ, GDP ยูโรโซน 3Q69 (เบื้องต้น)
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, IAA | ชาญชัย พันทาธนากิจ, IAA | ออมทรัพย์ โง้วศิริ, IAA โทร. 02 658 5000