Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

การ์ทเนอร์เตือนภายในสิ้นปี พ.ศ. 2573 งบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI กว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เสี่ยงเผชิญภาวะ "ขาดทุน-ด้อยค่า"

73

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (27 ตุลาคม 2569 ) ----การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยีชั้นนำ เผยว่าหากผู้ให้บริการ
AI ต่าง ๆ ยังคงเดินหน้าอัดฉีดงบลงทุน (CAPEX) ในระดับที่เป็นอยู่ทุกวันนี้คาดว่าภายในสิ้นปี พ.ศ. 2573 งบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีมูลค่ารวมสูงกว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะ "สินทรัพย์ด้อยค่า" 

 

วิล ซอมเมอร์ (Will Sommer) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์กล่าวว่า "คาดว่าผู้ให้บริการ AI จะทุ่มงบเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไปกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปในปีนี้และคาดว่าจะอัดฉีดเงินทุนเพิ่มอีกถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วงปี พ.ศ. 2570 ถึง 2573 อย่างไรก็ตามจากผลการวิจัยของเรากลับพบว่า รายได้จาก AI ทั้งในฝั่งองค์กร (Enterprise) และผู้บริโภคทั่วไป (Consumer) ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนด้าน AI ทั้งหมดที่วางแผนไว้ในช่วงเวลาดังกล่าว"

 

"จนถึงปี พ.ศ. 2573 บรรดาเจ้าของ AI Data Center จำเป็นต้องสร้างรายได้สะสมให้ได้ถึง 8.5 ล้านล้านดอลลาร์ถึงจะครอบคลุมงบลงทุนที่เคยประกาศไว้ ทั้งต้นทุนทางการเงิน และผลตอบแทนจากการลงทุน (ROIC) ที่ 12% ซึ่งเราใช้เป็นเกณฑ์ความคุ้มทุนขั้นต่ำ แต่รายได้รวมจาก AI ทั้งหมดที่กลับมาสู่ AI Data Center ช่วงเวลานี้ คาดว่าจะไปได้สูงสุดไม่เกิน 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ให้บริการ AI Native ส่วนใหญ่ต่างดำเนินธุรกิจแบบสินทรัพย์น้อย (Asset-Light Business Model) ทำให้เราคาดว่ารายได้จาก AI ไม่ถึงครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำที่จะตกไปอยู่ในมือของผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานจริง ๆ" 

 

การไม่สามารถสร้าง ROIC (Return on Invested Capital) หรืออัตราส่วนผลตอบแทนต่อเงินลงทุนเพื่อการดำเนินงาน ที่ยั่งยืนบนสินทรัพย์ที่เสื่อมราคาอย่างรวดเร็ว ก็แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ (Write-Downs) อย่างเลี่ยงไม่ได้ จากการคาดการณ์ของการ์ทเนอร์ หากทิศทางการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจทำให้มูลค่าสินทรัพย์สูงกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะต้องถูกปรับลดมูลค่าไปจนถึงปี พ.ศ. 2575 ซึ่งการ์ทเนอร์มองว่าผลตอบแทน ROIC ที่ 12% จะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงช่วงสิ้นปี พ.ศ. 2575 เป็นอย่างเร็วที่สุด

 

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 แรงกดดันด้านต้นทุนและโมเดลธุรกิจที่ขาดจุดขายจะบีบให้ผู้ให้บริการ Neocloud มากกว่า 80% ต้องยุติการดำเนินธุรกิจแบบฉายเดี่ยว

 

อีกสี่ปี ตลาด Neocloud ส่อเค้าควบรวมกิจการสูง

กลุ่มผู้ให้บริการ Neocloud หรือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เฉพาะทางที่มุ่งเน้นงานด้าน AI จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากความไม่สมดุลของรายได้และงบลงทุน ส่วนผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ระดับไฮเปอร์สเกล (Hyperscalers) นั้นมีแหล่งรายได้มหาศาลและหลากหลายทาง ซึ่งเพียงพอที่จะอุ้มการลงทุน AI ต่อไปได้อีกหลายปี แต่ Neocloud ต้องเร่งทำกำไรจากระบบ AI-optimized IaaS และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องให้ได้โดยเร็ว เพื่อต่อลมหายใจธุรกิจ

 

การ์ทเนอร์ประเมินว่างบการใช้จ่ายสำหรับ AI-optimized IaaS จะเติบโตจาก 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี พ.ศ. 2570 เพิ่มเป็น 1.74 แสนล้านดอลลาร์ ในปี พ.ศ. 2573 "การเติบโตของมูลค่าการใช้จ่ายส่วนนี้จะยังสูงไม่มากพอที่จะคืนทุนให้กับผู้ให้บริการระบบประมวลผล AI ส่วนใหญ่จากการลงทุนด้าน AI ได้ ก่อนที่เซมิคอนดักเตอร์ AI รุ่นปัจจุบันจะถูกแทนที่ด้วยรุ่นใหม่ ๆ" ซอมเมอร์ กล่าวทิ้งท้าย

 

การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 แรงกดดันด้านต้นทุน รวมถึงการขาดโมเดลธุรกิจที่โดดเด่น จะบีบผู้ให้บริการ Neocloud มากกว่า 80% ไม่สามารถยืนระยะทำธุรกิจได้อย่างอิสระอีกต่อไป โดยอาจต้องปิดตัว ถอนตัวออกจากตลาด หรือถูกควบรวมกิจการ

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

HotNews: SUEN พร้อมเดินสายโรดโชว์ 5 เมืองใหญ่ สร้างความเชื่อมั่น ก่อนขายหุ้น IPO 196.24 ล้านหุ้น

SUEN เดินสายโรดโชว์พบนักลงทุน โชว์ศักยภาพกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจรที่มีรากฐาน...

เงินไหลเข้า By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ พบ หุ้นใหญ่ หลายตัว มีแรงซื้อ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามแรงเงินไหลเข้ามา....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้