ทั้งนี้ รายได้เพิ่มขึ้นในทั้งสามภูมิภาคและทุกสายงานบริการของ PwC โดยเมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ รายได้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้น 7.7% ภูมิภาคอเมริกาเพิ่มขึ้น 4.6% และภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA) เพิ่มขึ้น 0.7% สายงานบริการด้านภาษีและกฎหมาย (Tax and Legal Services) เติบโตสูงสุดในบรรดาสายงานบริการทั้งหมด โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 6.3% ขณะที่สายงานที่ปรึกษา (Advisory) เพิ่มขึ้น 3.0% และสายงานตรวจสอบบัญชี (Assurance) เพิ่มขึ้น 2.6% โดยทั้งหมดคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่
นาย โมฮาเม็ด คานเด ประธานระดับโลกของ PwC กล่าวว่า:
“ผลประกอบการทางการเงินของเราสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจ เราสามารถสร้างการเติบโตที่มั่นคงได้แม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ในฐานะองค์กรเครือข่าย เราจะยังคงลงทุนในแนวทางใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้า พร้อมทั้งดำเนินการปรับเปลี่ยนองค์กรในวันนี้ เพื่อสร้าง PwC แห่งอนาคต”
เครือข่าย PwC ทั่วโลกลงทุน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเสริมขีดความสามารถในด้านสำคัญ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยี การลงทุนดังกล่าวครอบคลุมการเปิดตัว ‘PwC One’ ในระยะแรก ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI และรวบรวมองค์ความรู้ มาตรฐาน และความเชี่ยวชาญของ PwC ไว้ในที่เดียว ตลอดจนการลงทุนอย่างต่อเนื่องในแพลตฟอร์มงานตรวจสอบบัญชีที่พัฒนาบนพื้นฐานของ AI แพลตฟอร์มสำหรับการรวบรวมข้อมูลภาษีและการบริหารจัดการโครงการ รวมถึงรูปแบบการให้บริการอื่น ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีอัจฉริยะ (agentic models)
การลงทุนด้านเทคโนโลยีนี้ยังเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่องของ PwC ในการพัฒนาทักษะบุคลากร ซึ่งรวมถึงการทยอยเปิดตัวแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ปัจจุบัน บุคลากรของ PwC มากกว่า 330,000 คนผ่านการฝึกอบรมด้าน AI แล้ว
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รายงานประจำปี 2569 ระดับโลกของ PwC (PwC’s Global Annual Review 2026)