สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (26 ตุลาคม 2569 ) ---- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า การส่งออกไทยเดือนก.ย. 2569 ยังขยายตัวสูงต่อเนื่องที่ 24.0%YoY และมีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 38,438.9 ล้านดอลลาร์ฯ หนุนโดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยขยายตัวเร่งขึ้นที่ 66.3%YoY (Contribution to export growth 15 percentage points) จากการเป็นส่วนหน่ึงในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง AI และ Data Center ที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งตลาดส่งออกหลักของการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์คือสหรัฐฯ ที่มีสัดส่วนถึง 48.2% ของการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด และการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสหรัฐฯ ยังขยายตัวสูงถึง 68.2% ส่งผลให้การส่งออกไปสหรัฐฯ ในภาพรวมขยายตัวสูงถึง 50.1% ในเดือนก.ย. 2569
นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปขยายตัวเร่งสูงขึ้น ตามปัจจัยด้านราคา โดยมีการระบายสต็อคน้ำมันส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก อีกทั้งการส่งออกสินค้าเกษตรขยายตัวสูงขึ้น เช่น ยางพารา อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้สด ไก่แปรรูป กุ้ง
อย่างไรก็ดี การส่งออกข้าวยังหดตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงขึ้น และการส่งออกไปตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบ ขณะที่การส่งออกทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูปหดตัวอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากราคาที่ปรับลดลง
การนำเข้าเดือนก.ย. 2569 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 50.4%YoY และมีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 44,295.6 ล้านดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับการส่งออกและการนำเข้าพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นตามปัจจัยด้านราคา
การนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูงสอดคล้องกับการส่งออกและการลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center และอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศ โดยมีสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ อุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
การนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงขยายตัวสูงถึง 45.7% ในเดือนก.ย. 2569 ตามราคาที่ปรับสูงขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งไทยได้ปรับเปลี่ยนแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบ โดยเพิ่มการนำเข้าจากแอฟริกา อเมริกาใต้ และสหรัฐฯ เพื่อชดเชยการนำเข้าจากตะวันออกกลางที่ลดลง ส่งผลให้สัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ลดลงเหลือประมาณ 40% จากราว 60% ในปีก่อนหน้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับเพิ่มประมาณการการส่งออกของไทยในปี 2569 จาก 14.0% เป็น 20.5% และการนำเข้าจาก 27.0% เป็น 34.0% อย่างไรก็ตาม คาดว่าการขาดดุลการค้า (ฐานศุลกากร) จะยังคงใกล้เคียงกับประมาณการเดิม
การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีแนวโน้มขยายตัวในระดับสูง จากความต้องการสินค้าเกี่ยวเนื่องกับ AI และ Data Center ทั่วโลกที่ยังแข็งแกร่ง ประกอบกับสินค้าส่งออกสำคัญของไทยในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์คาดว่าจะยังไม่อยู่ภายใต้มาตรการการค้าของสหรัฐฯ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวแข็งแกร่งกว่าที่คาด โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวแล้ว 57% และเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนการปรับเพิ่มประมาณการส่งออกของไทย
มาตรการการค้าของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยคาดว่าผลกระทบต่อการส่งออกไทยจะชัดเจนขึ้นในปี 2570 ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการภาษีนำเข้าตามมาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินที่สหรัฐฯ จะประกาศใช้กับไทยในระยะอันใกล้ น่าจะมีอัตราใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง จึงคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยในปีนี้อย่างจำกัด อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงหากสหรัฐฯ ขยายการจัดเก็บภาษีไปยังสินค้าอื่นที่ปัจจุบันได้รับการยกเว้น โดยคาดว่าจะเห็นผลชัดเจนขึ้นในปี 2570
การนำเข้ามีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าการส่งออก โดยได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง รวมถึงความต้องการสินค้าทุนและสินค้าขั้นกลางที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการลงทุนในประเทศและการผลิตเพื่อส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี นอกจากนี้ มาตรการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ EV นำเข้าที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 อาจกระตุ้นให้เกิดการเร่งนำเข้าก่อนมาตรการมีผล ส่งผลให้การนำเข้ามีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าการส่งออก และทำให้ดุลการค้าของไทยตามฐานศุลกากรมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่อง
ทั้งนี้ แม้จะมีการปรับเพิ่มประมาณการการส่งออกและนำเข้า แต่คาดว่าดุลการค้าตามฐานศุลกากรจะไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ผลต่อ GDP ยังขึ้นอยู่กับการปรับปรุงตัวเลขของสศช. ตามตัวเลขการค้าฐานดุลการชำระเงินของธปท. ที่เปลี่ยนแปลง