สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(22 ตุลาคม 2569)-------สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยปิดลบต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน แม้จะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์
SET index ปรับตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีปัจจัยลบจากความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจกดดันเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยในระยะต่อไป ทั้งนี้ แรงขายกระจายไปในหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม นำโดย กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแรงกดดันเพิ่มเติมจากการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ และกลุ่มแบงก์ซึ่งอยู่ระหว่างทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569
ดัชนีหุ้นไทยทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเข้ามาหนุน โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ที่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เสร็จสิ้นไปแล้ว และกลุ่มท่องเที่ยวหลังมีรายงานข่าวว่าภาครัฐอาจชะลอแผนเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ดี กรอบการปรับขึ้นของดัชนีหุ้นไทยเริ่มจำกัดก่อนวันหยุดยาวของตลาดในประเทศ
• ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,562.67 จุด ลดลง 0.66% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,950.59 ล้านบาท ลดลง 0.11% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.46% มาปิดที่ระดับ 219.71 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (26-30 ต.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,555 และ 1,540 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,590 และ 1,605 จุด ตามลำดับ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (28 ต.ค.) การประชุมเฟด (27-28 ต.ค.) ตัวเลขส่งออกเดือนก.ย. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนก.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม ECB และ BOJ กำไรบริษัทอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ของจีน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 ของยูโรโซน