Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย งบแบงก์ 3Q/2569 : แรงกดดันต่อรายได้ดอกเบี้ยเริ่มผ่อนคลาย แต่การเติบโตยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง

116

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(22 ตุลาคม 2569)---------Key Highlights

 รายได้จากธุรกิจหลักเริ่มมีสัญญาณปรับดีขึ้น สะท้อนจาก NIM ไตรมาส 3/2569 ที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามต้นทุนเงินทุนที่ทยอยลดลง อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า แรงส่งการฟื้นตัวของ NIM ในปี 2569 ยังมีจำกัดท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำตลอดช่วงที่เหลือของปี

 สินเชื่อเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 3/2569 แต่ยังไม่ได้ฟื้นตัวทุกกลุ่ม โดยการเติบโตของสินเชื่อภาพรวมยังมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และภาครัฐ ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่อรายย่อยบางประเภทยังมีทิศทางอ่อนแอ

 คุณภาพสินทรัพย์ในไตรมาส 3/2569 ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ แต่สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงในระยะข้างหน้า สะท้อนผ่านการเร่งปรับโครงสร้างหนี้ จัดการ NPL เชิงรุกและรักษาระดับ Coverage Ratio ไว้ในระดับสูงต่อเนื่อง


ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ในไตรมาส 3/2569 (8 แห่ง) เริ่มเห็นสัญญาณที่ต่างจากช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยแรงกดดันต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเริ่มผ่อนลง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) กลับมาปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯ ทยอยลดลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทิศทางดังกล่าวยังไม่ได้สะท้อนการฟื้นตัวกลับมา เนื่องจากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนแล้ว รายได้จากธุรกิจหลัก โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ย ยังต่ำกว่าปีก่อน การขยายตัวของสินเชื่อยังเติบโตเพียงบางกลุ่ม (ไม่ใช่การฟื้นตัวในวงกว้าง) และรายได้บางรายการผันผวนตามสภาวะตลาดการเงิน

แรงกดดันต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเริ่มคลายตัวลง ต้นทุนเงินทุนทยอยลดลง


รายได้ดอกเบี้ยสุทธิไตรมาส 3/2569 เริ่มได้รับอานิสงส์ชัดขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของกลุ่มแบงก์ 8 แห่งในไตรมาส 3/2569 เพิ่มขึ้น 1.8% QoQ หลังจากถูกกดดันต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ NIM ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.00% จาก 2.96% ในไตรมาส 2/2569 นับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4/2567 (รูปที่ 1)

NIM ได้แรงหนุนจากต้นทุนเงินทุนที่ปรับลดลงมากขึ้น หลังแบงก์ทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและบริหารโครงสร้างเงินฝากตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง ทำให้ผลบวกจากฝั่งต้นทุนชัดเจนขึ้น ขณะที่ เป็นที่น่าสังเกตว่า ธนาคารบางแห่งเริ่มเห็นแรงหนุนเพิ่มเติมจากการขยายสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่และต่างประเทศ หรือการปรับพอร์ตไปยังสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า แรงส่งการฟื้นตัวของ NIM ในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังมีจำกัด ทำให้ NIM ทั้งปี 2569 มีแนวโน้มต่ำกว่าระดับ 3.21% ในปี 2568 ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำไปอีกระยะ ขณะที่การขยายสินเชื่อยังมีลักษณะเลือกกลุ่มลูกหนี้ที่มีศักยภาพ มากกว่าจะเป็นการฟื้นตัวในวงกว้าง ส่วนการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงคาดว่าจะเป็นไปอย่างระมัดระวัง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนและอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้

รายได้ค่าธรรมเนียมยังเติบโต แต่ในไตรมาส 3/2569 ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นมีความผันผวนมากขึ้นตามภาวะตลาด


รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Net Fee) ของกลุ่มแบงก์ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 4.50 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% YoY แต่ลดลง 1.5% QoQ สะท้อนว่า รายได้ค่าฟียังเป็นแรงหนุนสำคัญในการประคองผลการดำเนินงาน แต่อาจชะลอลงบางส่วนในไตรมาส 3/2569 โดยเฉพาะรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ Wealth Management และตลาดทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะตลาด ซึ่งมีผลต่อผลตอบแทนและโอกาสในการเข้าลงทุนของลูกค้า ประกอบกับอาจเริ่มมีผลบางส่วนจากการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมด้วยเช่นกัน ขณะที่ รายได้อื่น ๆ ลดลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะรายได้จาก FVTPL และ/หรือกำไรจากเงินลงทุนจากมูลค่าพอร์ตตราสารหนี้ที่ลดลงตามการปรับตัวสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์ (รูปที่ 2)


ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยยังมีบทบาทช่วยพยุงผลการดำเนินงานของกลุ่มแบงก์ แต่แรงส่งในระยะข้างหน้าอาจมีความผันผวนมากขึ้น เนื่องจากรายได้บางส่วน โดยเฉพาะรายได้จากการลงทุนและ FVTPL ขึ้นอยู่กับภาวะตลาด ขณะที่การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมอาจชะลอลงจากฐานที่สูงและยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาดทุน ประกอบกับต้องติดตามผลจากการทยอยบังคับใช้มาตรฐานด้านค่าธรรมเนียมของ ธปท. ดังนั้น ความสามารถในการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอจากฐานลูกค้าเดิม โดยเฉพาะจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง กองทุน และประกัน จะมีความสำคัญมากขึ้นต่อการประคองผลการดำเนินงานในระยะถัดไป

สินเชื่อโตต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ภายใต้กรอบความเสี่ยงที่ระมัดระวัง

สินเชื่อในไตรมาส 3Q/2569 ขยายตัว 3.9% YoY และเป็นการเติบโตต่อเนื่อง 3 ไตรมาสติดต่อกัน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า แต่ละแบงก์มีกลยุทธ์และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดี ภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อยังมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และภาครัฐ และพอร์ตสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสอดคล้องกับระดับความเสี่ยง ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่อรายย่อยบางประเภทยังมีภาพอ่อนแอสอดคล้องกับความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้าบางกลุ่ม

ในฝั่งคุณภาพสินทรัพย์ ภาพรวมสัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (NPL ratio) ยังทรงตัวที่ 3.11% ในไตรมาส 3/2569 ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ สินเชื่อ Stage 2 ของหลายแบงก์ยังทรงตัวหรือปรับลดลง อย่างไรก็ดี คุณภาพหนี้ยังเป็นโจทย์ที่ต้องติดตามต่อเนื่อง สะท้อนจากท่าทีที่ยังระมัดระวังของหลายแบงก์ ทั้งการบริหารจัดการ NPL เชิงรุกผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ การตัดหนี้สูญและการขาย NPL รวมถึงการรักษาระดับเงินสำรองในระดับสูง โดย Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 199.0% จาก 194.7% ในไตรมาสก่อน เพื่อรองรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า (รูปที่ 3)

ในช่วงที่เหลือของปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า NPL Ratio ของกลุ่มแบงก์จะยังเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 3.00-3.20% ขณะที่ Coverage Ratio มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงใกล้ 200% สะท้อนการรักษากันชนเพื่อรองรับความไม่แน่นอนด้านคุณภาพหนี้ โดยประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลกระทบต่อลูกหนี้ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงลูกหนี้ SME และครัวเรือนบางกลุ่มที่ยังมีความเปราะบางด้านรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งอาจทำให้แบงก์ยังต้องบริหารคุณภาพสินทรัพย์และรักษาระดับเงินสำรองอย่างระมัดระวังต่อเนื่อง

โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้จะเริ่มเห็นแรงกดดันบางด้านผ่อนคลายลงในไตรมาส 3/2569 แต่ยังมีอีกหลายโจทย์ที่ธนาคารพาณิชย์ยังต้องเตรียมรับมือต่อเนื่อง โดยแรงส่งการฟื้นตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังค่อนข้างจำกัดท่ามกลางแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำ ขณะที่สินเชื่อแม้กลับมาขยายตัวต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้าบางกลุ่มยังทำให้แบงก์ต้องดูแลคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างใกล้ชิดควบคู่กับการดำรงเงินสำรองไว้ในระดับสูง ประกอบกับยังต้องติดตามผลจากความผันผวนของตลาดทุนและการทยอยปรับใช้มาตรฐานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในระยะข้างหน้า ภายใต้ภาพดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า NIM ทั้งปี 2569 จะยังต่ำกว่าระดับ 3.21% ในปี 2568

ขณะที่ ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงความเปราะบางด้านความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และรายย่อยบางกลุ่ม อาจทำให้ NPL Ratio ในปี 2569 ยังคงอยู่ในกรอบ 3.00-3.20% และ Coverage Ratio มีแนวโน้มทรงตัวใกล้ 200% ดังนั้น โจทย์สำคัญของธุรกิจแบงก์ในระยะถัดไปจึงไม่ใช่เพียงการสร้างการเติบโต แต่จะเป็นการสร้างฐานรายได้ที่หลากหลายและมีความต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาสมดุลด้านการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

วันนี้ เด้ง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ นักลงทุน เลี้ยวรถ กลับมาซื้อหุ้นแบงก์ อีกครั้ง หลังประกาศงบไตรมาส3ปีนี้ออกมา....

PTG ผนึก ศิริราช – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมส่งต่อโลหิตผ่าน "Social Innovation" ปี 2 เพื่อสังคมไทย "อยู่ดี มีสุข"

PTG ผนึก ศิริราช – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมส่งต่อโลหิตผ่าน "Social Innovation" ปี 2 เพื่อสังคมไทย "อยู่ดี มีสุข"

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้