6 พ.ค. 2569 18:03:10 722
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (6 พฤษภาคม 2569) ------- NER ฝ่าสถานการณ์ราคายางที่ปรับตัวลดลง คว้ากำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 69 รวม 254.37 ล้านบาท และมีปริมาณขาย 123,552 ตัน นาย ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) NER เปิดเผยว่า ผลการดําเนินงานสําหรับไตรมาส 1/2569 สําหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 เทียบกับงวดเดียวกัน ของปีก่อน มีปริมาณขาย 123,552 ตัน ลดลง 3,537 ตัน หรือลดลงร้อยละ 2.78 คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 7,207.73 ล้านบาท ลดลง 1,490.29 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 17.13 แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 5,097.60 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70.72 ของยอดขายรวม ลดลง 979.85 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 16.12 และ รายได้จากการขายต่างประเทศ 2,110.12 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29.28 ของยอดขายรวม ลดลง 510.44 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 19.48รายได้จากการขายสําหรับไตรมาส 1/2569 ที่ลดลงเกิดจากสถานการณ์ราคายางที่ปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับ งวดเดียวกันของปีก่อนนั้น ราคาขายสินค้ายางเฉลี่ยลดลงร้อยละ 14.78 โดยรายได้ที่ลดลง แบ่งเป็นผลต่างด้านราคาที่ ปรับตัวลดลง อยู่ที่ 1,232.86 ล้านบาท และแบ่งเป็นผลต่างด้านปริมาณลดลงอยู่ที่ 257.44 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีต้นทุนขาย 6,586.65 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 91.38 ของรายได้จากการขาย โดยแบ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไป 6,388.45 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.63 ของรายได้จากการขาย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนลดลง 1,179.11 ล้านบาท ตามสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย สําหรับงวด 3 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกําไรสุทธิเท่ากับ 254.37 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากําไรสุทธิร้อย ละ 3.51 ของรายได้จากการขาย โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กําไรสุทธิลดลงจํานวน 354.48 ล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ 58.22 สาเหตุสําคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลการดําเนินงานในไตรมาสนี้เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ 1) ความผันผวนของราคายางธรรมชาติในตลาดโลกมีการปรับตัวลดลง ส่งผลให้ราคาขายสินค้ายางเฉลี่ยของบริษัทลดลงร้อย ละ 14.78 กระทบต่อรายได้ และอัตราการทํากําไรโดยตรง และ 2) ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากสถานการณ์ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาขายเงินตรา ต่างประเทศล่วงหน้า (Mark-to-Market) ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง ค่าใช้จ่ายในการบริหารเท่ากับ 63.06 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.87 ของยอดขายรวม โดยเมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 7.37 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.24 เนื่องจากการลงทุนในกิจกรรมพัฒนา ชุมชนและสังคมตามแผนการบริหารภาษีภายใต้มาตรการ BOI-CSR ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลในไตรมาสนี้ ลดลงอย่างมีนัยสําคัญ เมื่อเทียบกับปีกีอน ในไตรมาส 1/2569 ด้านผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนนั้น บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตรา แลกเปลี่ยนสุทธิ 49.58 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงจากการรับชําระหนี้จากลูกหนี้ ต่างประเทศอยู่ที่ 31.37 ล้านบาท และขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์อยู่ที่ 80.95 ล้านบาท ซึ่งผล ขาดทุนทางบัญชีดังกล่าวเป็นรายการที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง โดยเกิดจากการวัดมูลค่ายุติธรรม (Mark-to-Market) ของ สัญญาขายเงินตราต่างประเทศ (ดอลลาร์สหรัฐ) ล่วงหน้า ที่บริษัททําไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตรา แลกเปลี่ยน แต่เนื่องจากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา จึงส่งผลให้มูลค่ายุติธรรม ของสัญญาขายล่วงหน้าดังกล่าวลดลงเมื่อเทียบกับราคาตลาด ณ วันสิ้นงวด ---จบ---
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ นักลงทุน เลี้ยวรถ กลับมาซื้อหุ้นแบงก์ อีกครั้ง หลังประกาศงบไตรมาส3ปีนี้ออกมา....
PTG ผนึก ศิริราช – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมส่งต่อโลหิตผ่าน "Social Innovation" ปี 2 เพื่อสังคมไทย "อยู่ดี มีสุข"
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์