Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

92

 

แนวโน้มสินทรัพย์ต่างประเทศ อัปเดตการลงทุนในภูมิภาคจาก Fund Flow


นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นภูมิภาค
ภาพรวมสัปดาห์ล่าสุด กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง แต่แรงซื้อชะลอลงเหลือ 147 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่มีแรงซื้อเข้ามา 2,298 ล้านดอลลาร์
เมื่อพิจารณารายประเทศ พบว่าทิศทางกระแสเงินลงทุนค่อนข้างผสมผสาน โดยเม็ดเงินยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ด้วยยอดซื้อสุทธิ 813 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับตลาดหุ้นไต้หวันที่มีแรงขาย 522 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กลุ่มตลาด TIP นั้นกระแสเงินลงทุนพลิกเป็นไหลออกเป็นครั้งแรกในรอบ 8 สัปดาห์ โดยแรงขายส่วนใหญ่มาจากตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ที่ระดับ 192 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ไทยและฟิลิปปินส์ยังคงมีเม็ดเงินไหลเข้าต่อเนื่อง ที่ระดับ 44 ล้านดอลลาร์ และ 4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นแรงซื้อที่ชะลอลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า


Fund Flow ที่สะสมตั้งแต่ต้นปี: เกาหลีใต้มีแรงซื้อเข้ามามากที่สุด
แม้ว่าแรงซื้อจะชะลอลงในสัปดาห์ล่าสุด แต่นับตั้งแต่ต้นปียอด Fund Flow ในภูมิภาคยังคงเป็นการซื้อสุทธิที่ระดับ 3,389 ล้านดอลลาร์ โดย Fund Flow สะสมของเกาหลีใต้นับตั้งแต่ต้นปีเป็นการซื้อสุทธิที่ 1,669 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแรงซื้อที่มากที่สุดเทียบกับตลาดหุ้นภูมิภาค รองลงมาคือไต้หวันที่เป็นการซื้อสุทธิที่ 1,249 ล้านดอลลาร์ ส่วนตลาดหุ้น TIP นั้น ยอด Fund Flow สะสมนับตั้งแต่ต้นปีก็เป็นการซื้อสุทธิเช่นกันทั้ง 3 ตลาด ได้แก่ อินโดนีเซีย (+242 ล้านดอลลาร์) ไทย (+132ล้านดอลลาร์) และ ฟิลิปปินส์ (+98 ล้านดอลลาร์)

ภาพรวมรายกลุ่มอุตสาหกรรม
เมื่อพิจารณาในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม สัญญาณจากดัชนีปริมาณการซื้อขายของตลาดต่างๆ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มที่มีแรงซื้อโดดเด่นได้แก่กลุ่มพลังงาน ซึ่งเกิดสัญญาณในตลาดหุ้นไทยและเกาหลีใต้ และกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ซึ่งเกิดสัญญาณในตลาดหุ้นไทยและเกาหลีใต้เช่นกัน


แม้กระแสเงินทุนต่างชาติในภูมิภาคจะยังคงเป็นบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง แต่การชะลอลงของยอดซื้อสุทธิสะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติกำลังปรับเข้าสู่โหมดระมัดระวังมากขึ้นในระยะสั้น ท่ามกลางปัจจัยสำคัญหลายประการที่อาจกำหนดทิศทางตลาดในสัปดาห์นี้ ไม่ว่าจะเป็นท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาตึงเครียดขึ้นในหลายพื้นที่ความขัดแย้ง

สำหรับตลาดหุ้นไทยดัชนี Volume Index ของ SET กลับมารีบาวด์หลังจากปรับลงมา 2 สัปดาห์ต่อเนื่อง แนวโน้มสัปดาห์นี้เราคาดว่า SET มีโอกาสเข้าสู่ช่วงการพักตัว อย่างไรก็ตามดาวน์ไซด์ของดัชนีจะยังคงมีจำกัด เนื่องจากการหมุนเวียนของเม็ดเงินเข้าสู่หุ้นบางกลุ่มจะช่วยพยุงดัชนี โดยเราประเมินว่า Volume Index ของกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค, กลุ่มปิโตรเคมี, กลุ่มขนส่ง และกลุ่มค้าปลีก จะเป็นกลุ่มที่ช่วยประคองดัชนี

 

สรุปภาพตลาดวานนี้
SET ย่อตามฟอร์ม ไม่หลุดแนวรับ แม้จะมีแรงขายทำกำไรใน DELTA AOT ADVANC OR และโรงไฟฟ้า แต่พบว่าตลาดไม่ได้ลงแรงอย่างที่เคยเป็นเมื่อปีที่แล้ว เพราะมีการหมุนสลับหุ้นได้ทันที และ Vol ไม่ได้หายไปอย่างมีนัยฯ มา หุ้นขึ้น เช่น TRUE SCC TLI PTT PTTEP IVL TOP (กลุ่ม Cyclical กลับมาเล่น)


แนวโน้มตลาดวันนี้
Sideways ต่อ แนวรับยังแข็ง

วันนี้คาดดัชนียังอยู่ในโหมด Sideways กรอบ 1300-1320 โดยกรอบล่างบริเวณ 1300 ซึ่งเป็นแนวรับเชิงจิตวิทยาค่อนข้างแข็งแกร่ง แม้ว่าเม็ดเงินเข้าใหม่จะดูชะลอลงไปหลังลากหุ้นไทยขึ้นมากว่า 50-70 จุด จึงไม่แปลกที่จะชะลอสั้นๆ ตามรอบการเก็งกำไร แต่ด้วยลักษณะการ Net-buy เข้ามาในหุ้นหลายตัว (อาจจะดูผ่านกระดาน NVDR) เราคิดว่ามีนักลงทุนลักษณะการซื้อแล้วถือ (Long-only) เข้ามาสะสมหุ้นไทยเพิ่มในช่วงที่ผ่านมา โดยสังเกตุว่าตลาดบ้านเราและในแถบภูมิภาคนี้ เป็นหุ้นลักษณะ Value Play (Valuation ถูก, ปันผลดี, การปรับลดกำไรน้อยลง) ซึ่งเหมาะกับการ Balance Portfolio กับหุ้น Growth-Tech ที่ตึงตัว (แต่ก็ยังมี Momentum ไปต่อ) ในลักษณะการลงทุนแบบ Barbell Strategy

นอกจากนี้ หากมองเป็นพฤติกรรมการเทรด พบว่าช่วงนี้เป็นการหมุนกลุ่มหุ้นสลับกัน แต่อยู่ในกลุ่มใหญ่ ที่เน้นรับ Flow ต่างชาติอย่างชัดเจน โดยเมื่อวานนี้พบว่าหุ้นวัฎจักร กลุ่ม Commodities โดยเฉพาะโรงกลั่น-ปิโตรฯ ก็มีแรงซื้อกลับเข้ามา หลังถูกขายทำกำไรก่อนหน้า (แต่ลงไม่แรง) กลุ่มนี้จึงยังเป็นกลุ่มหลัก ที่เราแนะนำให้ถือ หรือ รอซื้อเมื่อย่อตัวข้างต้น เพราะประเด็นความตึงเครียดในแถบอิหร่าน (ที่มารับไม้ต่อจากกรีนแลนด์) ซึ่งสหรัฐฯ ได้เดินเรือรบไปปิดล้อม ยังคงเป็นตัวจำกัด Downside จากแรงขายทำกำไรในช่วงนี้ แต่การปรับตัวขึ้นก็เป็นแบบ Sector Rotation แลกกับแรงขายในกลุ่มอื่นๆ มา เราจึงยังแนะนำให้เลี่ยงบางกลุ่ม เช่น ธนาคาร สื่อสาร แม้หุ้นจะยังแกร่ง แต่ก็ประมาทไม่ได้จากการถูกหมุนกลุ่มดังกล่าว
ส่วนปัจจัยติดตามอื่นๆ ในต่างประเทศ ประเด็นการประชุมเฟด (รู้ผล 29 ม.ค.) ตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักกับอัตราดอกเบี้ย แต่เล็งไปที่แนวทางนโยบาย ว่าจะเป็นลักษณะผ่อนคลายอยู่หรือไม่อย่างไร, สำหรับในประเทศ ยังแนะตามการหาเสียงโค้งสุดท้าย


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ “รอ” สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง ไม่ไล่ราคา เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง, หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค
SET Index ชะลอความร้อนแรงภายหลัง “test previous high” บริเวณ 1,330 จุดไม่ผ่าน! ขณะที่ RSI ชะลอความร้อนแรงเมื่อขึ้นสู่ภาวะ overbought ขณะที่หุ้นมีการขึ้นลงหมุนเวียนสลับกลุ่ม เปลี่ยนตัวเล่น อิงปัจจัยภายนอก & ข่าวหุ้นเฉพาะตัว จับตาเส้น EMA 25&200 วัน พักตัวแต่ไม่หลุด ขอลุ้นโอกาสไปต่อ
สรุป: แนวโน้มดัชนีมองปรับฐานย่อย แนวรับ 1,300 จุด...สู้ได้ “Healthy correction” ปัจจัยหนุนจาก Fund flow + volume ตลาดกำลังกลับมาเพิ่มขึ้น!
ไฮไลท์หุ้น: GULF แผนย่อซื้อ....ดีกว่าไล่ตอน High!/AOT "ราคาหุ้นอาจจะ Dip แต่ Traffic ผู้โดยสารมีแต่จะ Take off"/ใช้บัตรจนวงเงินเต็ม เลยมาเก็บหุ้น KTC คืนบ้าง"/ GPSC เสี่ยงหลุดแนวรับ อย่าฝืนกระแสไฟฟ้าลัดวงจร/ "สัญญาณซื้อชัดกว่าสัญญาณเน็ต ตอน INSET เบรคแนวต้านนี่แหละ"/ "ถือหุ้นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกผ่าน DR01”


What to watch
MSCI Reviews รอบเดือน ก.พ.69 ยังไม่ได้กำหนดวันประกาศผล (ปีที่แล้วอยู่ในช่วง 11 ก.พ.) ขณะที่มีกระแสข่าวในตลาดเรื่อง การเปลี่ยนเกณฑ์ Free float สำหรับคำนวณน้ำหนักดัชนี อาจมีผลให้ ตลาดหุ้นที่มี บจ. Free Float น้อยกว่า 15% (ตลาดหุ้นที่มี หุ้นจำนวนมากที่ Free float น้อย) ถูกลดน้ำหนัก (กลายเป็นแระแสบวกต่อตลาดหุ้น EM ในเอเชีย เช่น ไทย ฯลฯ อาจได้อานิสงส์น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แทน)
ประเด็นมหภาค ติดตามการประชุมเฟด 29 ม.ค. ตลาดคาดคงดอกเบี้ย
สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน/ฮูตี ว่าจะข้ามขอบแขตจากสงครามจิตวิทยาสู่การสู้รบหรือไม่อย่างไร
ติดตามสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ ในอินเดีย (ไทยยังเฝ้าระวัง)
การหาเสียงในโค้งสุดท้าย นโยบายเซอร์ไพร์ส-กระแสการเลือกตั้ง
เกาหลีใต้ชูมาตรการภาษี หวังดึงเงินลงทุนกลับประเทศ-หนุนค่าเงินวอน


หุ้นแนะนำวันนี้
PTTEP ย่อซื้อ นอกจาก Hedging Port กับช่วงความเสี่ยงราคาน้ำมันแนวโน้มบวกได้ ยังเป็นหุ้นปันผลสูงทั้งปี 6-7% รองรับเม็ดเงินหมุนกลุ่ม ขณะที่ตามสถิติย้อนหลังพบว่าหุ้นจะเป็นบวกช่วงเดือน ม.ค. – ก.พ. โดยมี win-rate ราว 60%
แนวรับ 118 ต้าน 125 Stop loss 117

 


รายงานพื้นฐานวันนี้

Commodities Tracker
เรือเทกองเด่นสุด
สัปดาห์ที่ผ่านมา BDI ปรับขึ้นแรงสุด WoW ตามด้วยค่าการกลั่น (GRM) ขณะที่ chemical spreads บางรายการอ่อนตัว และ container freight rates ปรับลง
น้ำมันดิบอิง Dubai ทรงตัว WoW ที่ 62.31 USD/bbl ได้แรงหนุนจากความกังวลด้าน supply disruption จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ Singapore GRM ฟื้น +0.34 WoW เป็น 6.42 USD/bbl จาก crack spread กลุ่ม middle distillate ที่แข็งแรงขึ้น โดย jet fuel และ diesel ได้อานิสงส์จากดีมานด์ฤดูหนาวและการส่งออกจากอินเดียที่ลดลง ส่วน gasoline ยังถูกกดดันจากสต็อกสหรัฐฯ ที่สูง
ฝั่งเคมีเคลื่อนไหวหลายทิศทาง โดย ethylene spread ลดลงต่อเจากแรงกดดันด้านอุปทาน ขณะที่ HDPE spread ฟื้นเล็กน้อย ส่วน PP และ propylene ทรงตัว สะท้อนว่าการฟื้นของเคมียังไม่สม่ำเสมอ และยังต้องรอ demand ชัดเจนขึ้นใน 2Q26
ถ่านหินยังเป็นบวกเล็กน้อย NEX +1% WoW เป็น 111.82 USD/tonne จากแรงซื้อในเอเชีย
ด้านขนส่ง dry bulk แข็งแรงชัด BDI +10% WoW นำโดย Capesize และ Panamax จาก restocking ก่อนตรุษจีน หนุนมุมมอง trading ใน PSL และ TTA ขณะที่ container rates อ่อนตัวต่อ WCI -10% WoW เป็น 2,212 จุด กดดัน sentiment ระยะสั้นของ RCL
Fundamental view: เรายังชอบ กลุ่มโรงกลั่น (SPRC, TOP) จาก GRM ที่ยืนได้ดีและ valuation ถูก และ กลุ่มเคมี (IVL, PTTGC) เพื่อรอ spread ฟื้นใน 2Q26

Property Sector
วิกฤติหุ้นกู้อสังหาฯ จะเป็นจุดเลวร้ายสุดหรือยัง?
ปี 2026 กลุ่มอสังหาฯ ต้องเผชิญการครบกำหนดอายุของหุ้นกู้รอบใหญ่ แต่ความเสี่ยงเป็นลักษณะ “กระจุกตัวและขึ้นกับรายบริษัท” มากกว่าความเสี่ยงเชิงระบบ โดยผู้ออกหุ้นกู้ 10 อันดับแรกคิดเป็นกว่า 60% ของยอดครบกำหนดทั้งหมด และวันครบกำหนดกระจุกตัวในช่วง ม.ค. และ ก.ค. ทำให้ความเสี่ยงหลักอยู่ที่จังหวะเวลาและความสามารถในการรีไฟแนนซ์ของแต่ละราย มากกว่าขนาดหนี้รวมของอุตสาหกรรม
แม้นโยบายการเงินผ่อนคลายลงแล้ว (ดอกเบี้ยนโยบายลดรวม 1% ในปี 2025) แต่ประโยชน์ต่อภาคอสังหาฯ ยังจำกัด เนื่องจาก credit spread โดยเฉพาะของกลุ่ม BBB ลงไป ยังไม่แคบลง ส่งผลให้การรีไฟแนนซ์ในปี 2026 เป็นเรื่องของการเข้าถึงเงินทุนมากกว่าการลดต้นทุนทางการเงิน โดยกลุ่ม investment grade ยังออกหุ้นกู้ได้ในระดับที่รับได้ แต่กลุ่มเครดิตอ่อนแอเผชิญต้นทุนสูงขึ้นและเงื่อนไขเข้มงวดกว่าเดิม
ภาพรวมเครดิตของกลุ่มผ่านช่วงเปราะบางที่สุดมาแล้ว โดย leverage สูงสุดในปี 2024 และเริ่มลดลงต่อเนื่องในปี 2025–26 ความเสี่ยงจึงเปลี่ยนจากเชิงระบบมาเป็นรายบริษัท โดยสถานการณ์ตลาดหุ้นกู้ ก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ออกที่มีงบดุลแข็งแรงและกระแสเงินสดชัดเจนอยู่ เช่น AP, LH และ SPALI ซึ่งกลายเป็นตัวทียบหลักของอุตสาหกรรม ขณะที่ SIRI แม้มีภาระหนี้สูง แต่ยังเป็นกลุ่มที่ถูกมองว่ายีลด์สูงมากกว่าการมองความเสี่ยงผิดนัด
Fundamental view: ความเสี่ยงเครดิตกลุ่มอสังหาฯ ปี 2026 ไม่ใช่ systemic risk (เชิงระบบ) ดังนั้น ต้องดูเป็นรายบริษัท โดยเราให้น้ำหนักกับหุ้นงบดุลแข็งแรงอย่าง AP และ SPALI และหลีกเลี่ยงหุ้นที่ความเสี่ยงขึ้นกับ execution และการรีไฟแนนซ์สูง เช่น MQDC, ORI และ BRI


BJC
เบอร์ลี่ ยุคเกอร์
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อเก็งกำไร จาก upside ดีล MMVN และ valuation ที่ถูก
เราปรับคำแนะนำ BJC จาก ถือ เป็น ซื้อเก็งกำไร (TBUY) ราคาเป้าหมาย 16.50 บาท จากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) upside จากดีล MMVN ที่ชัดเจนขึ้น โดยคาดกำไรส่วนเพิ่มราว 7–9% ในปี 2026-27 ส่งผลให้กำไรหลักหลังดีลเติบโตเร่งขึ้นเป็น 14% YoY ในปี 2026 และ 10% ในปี 2027 (จากประมาณการเดิมที่เติบโตปีละราว 7%) และ (2) ราคาหุ้นที่ปรับลงราว 10% ทำให้ปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2026 เพียง 12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม 14 เท่า พร้อม อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 2H25 ราว 4.0%
การเยี่ยมชม MM Mega Market An Phu (สาขาอันดับหนึ่งของ MMVN) ตอกย้ำศักยภาพของ MMVN ในฐานะ growth engine ระยะยาว หากดีลได้รับอนุมัติ โดยสาขานี้สร้างยอดขายราว 14% ของทั้งเครือ, มี 5–6 พันบิลต่อวัน และมูลค่าต่อบิลสูงกว่าค่าเฉลี่ยบริษัทและคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ จุดเด่นอยู่ที่ ขนาดร้านที่ใหญ่, ทำเลใจกลางย่านธุรกิจ (CBD) และ ราคาขายที่แข่งขันได้ ทั้งนี้ ในจังหวะที่เศรษฐกิจเวียดนามที่เติบโต 6–8% ต่อปี, modern trade penetration ที่ยังต่ำ และการขยายเขตเมืองที่เร่งขึ้นจากการปฏิรูปภาครัฐ เราเห็นด้วยกับการมองเป็นโอกาสการขยายธุรกิจ โดย MMVN มีแผนเพิ่มสาขาเป็น 54 แห่งภายในปี 2573 จาก 30 แห่งในปี 2568 ซึ่งรวมกับ synergy และแผนลดภาระดอกเบี้ย จะช่วยหนุนการเติบโตของ BJC ในปี 2026-27 เพิ่มขึ้น 7-9% ในปี 2026-27
มุมมองดังกล่าว สอดคล้องกับความเห็นของ IFA ที่แนะนำผู้ถือหุ้น โหวตเห็นชอบดีล โดยมองว่าราคาเหมาะสมและเป็นธรรม จากมูลค่ายุติธรรมตาม DCF ที่ 21,400–24,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับราคาซื้อ 22,500 ล้านบาท แม้ในเชิง PER ปี 2025 จะดูแพง แต่ IFA ให้น้ำหนักกับ DCF มากกว่า เนื่องจาก PER ไม่สะท้อนการเติบโต (คาด EBIT ของ MMVN โต 11%ใน 5 ปีข้างหน้า) และคุณค่าของแบรนด์ MMVN อย่างเหมาะสมที่เป็นค้าส่งรายเดียว มีส่วนแบ่งตลาด 18% ในตลาดค้าปลีกสมัยใหม่เวียดนาม

 

 

สรุปประเด็นจาก Quick take

CPN
เซ็นทรัลพัฒนา
มุมมองลบเล็กน้อยต่อการเปิดเผยสัญญาใหม่ "เซ็นทรัลลาดพร้าว" ต่อ 30 ปี
วันนี้ SRTA จะลงนามกับกลุ่มเซ็นทรัลเพื่อ "เซ็นทรัลลาดพร้าว" ต่อสัญญารอบใหม่สิ้นสุดปี 2058 ผลตอบแทนรวม 4.25 หมื่นลบ. ไม่รวมลงทุนปรับปรุงอาคารอีก 4.5 พันลบ. (ต่างกับข่าวก่อนหน้า 3.3 หมื่นลบ.ไม่รวมลงทุน
View from fundamental: เรามองลบเล็กน้อยต่อตัวเลขผลตอบแทนใหม่ที่มีการเปิดเผยเป็น 4.25 หมื่นลบ. คิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีสูงขึ้น 1.4 พันลบหรือ 1.6 พันลบ.

TFG
ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป
คาดกำไร 4Q25 ออกมาดีกว่าที่เคยคาดไว้
เราคาดกำไร 4Q25 มีแนวโน้มออกมาดีกว่าที่เราและตลาดคาด จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ 18.0% เทียบ 18.8% ใน 3Q25 และ 14.8% ใน 4Q24 ขณะที่คาดรายได้คงตัว YoY/QoQ
View from fundamental: เราคาดว่าจะต้องปรับประมาณการกำไรปี 2025 ขึ้นลงราว 5% และยังคงประมาณการกำไรปี 2026 โดยในราคาเป้าหมายของเราที่ 4.76 บาท ได้สะท้อนความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาลผ่านการปรับลดค่า P/E multiple ลง 15% ดังนั้น หากพิจารณาในเชิงตัวเลขการเงินเท่านั้น ราคาเป้าหมายของเราจะอยู่ที่ 5.50 บาท

Utilities
ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวลง
ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวลงทั้งแผง จากความกังวลเรื่องราคาก๊าซที่เร่งตัวขึ้นช่วงอากาศหนาว
View from fundamental: หุ้นที่มีโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ อย่าง BCPG, EGCO, GULF อาจได้อานิสงส์ทางอ้อม จึงมองเป็น โอกาสเก็งกำไร rebound ระยะสั้น ในหุ้นที่พื้นฐานไม่ได้รับผลกระทบ

TRUE
ทรู คอร์ปอเรชั่น
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
คงเป้า EBITDA margin ≥ 67% ในปี 2027 ยืนยัน ไม่มี price war ระหว่าง 2 ค่ายมือถือ มุ่ง ลด OPEX เพื่อปิดช่องว่าง EBITDA ที่ต่ำกว่า AIS ~3 พันลบ.
View from fundamental: ราคาหุ้นปรับตัวลงหลังข่าวการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น แต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นฐานในระยะสั้น จึงมีโอกาสเก็งกำไรจากการ rebound ระยะสั้น

 

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

GUNKUL ONE BLOOD Beyond Energy, Beyond Life จากพลังงาน…สู่พลังชีวิต

GUNKUL ONE BLOOD Beyond Energy, Beyond Life จากพลังงาน…สู่พลังชีวิต

กลับลำ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ บน ต่างชาติ ลุยซื้อตลาดพันธบัตรเช้าวันนี้ และหวังว่า ต่างชาติจะกลับลำมา ซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง..

มัลติมีเดีย

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้