Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

InnovestX แนะวันนี้ "ติดตามตะวันออกกลาง" ตลาดมีโอกาสกลับไปสู่โหมด Risk-off หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรง หลังเรือรบสหรัฐฯ และเครื่องบินทยอยเดินทางมุ่งหน้าใกล้อิหร่าน

96

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 26 มกราคม 2569 )------InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ประจำวันที่ 26 มกราคม 2569 คาดตลาดพักตัว นักลงทุนต่างชาติหยุดซื้อและกลับมามียอดขายสุทธิต่อเป็นวันที่ 3 กดดันจิตวิทยาเงินทุนไหลเข้า ปัจจัยภายนอก ตลาดมีโอกาสกลับไปสู่โหมด Risk-off หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรง หลังเรือรบสหรัฐฯ และเครื่องบินทยอยเดินทางมุ่งหน้าใกล้อิหร่าน ส่วนการประชุมเฟดในสัปดาห์นี้คาดคงดอกเบี้ยและคาดเฟดยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ ทางเทคนิค มีโอกาสตลาดพักตัวต่อ แนวรับ 1300/1285 ไม่ควรหลุดหากพักสั้น แนวต้าน 1320/1330


ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์เผยในวันศุกร์ (23 ม.ค.) ว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าสู่อิหร่าน หลังเกิดเหตุสังหารผู้ประท้วงและมีประเด็นเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์ สายการบิน Air France และ KLM ระงับเส้นทางบินสู่ตะวันออกกลาง มองเป็นบวกต่อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ และอุตฯ น้ำมันต้นน้ำ (PTTEP) สำหรับบริหารความเสี่ยง
• สหรัฐฯ เผชิญพายุฤดูหนาวรุนแรง ทำให้เกิดไฟฟ้าดับกว่า 1 แสนครัวเรือนและมีการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 4 พันเที่ยว กรมอุตุฯ สหรัฐฯ พยากรณ์ว่าอาจยืดเยื้อ ทำให้ราคาก๊าซฯ สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 29%WoW มองเป็นบวกต่อ BANPU ที่มีการลงทุนธุรกิจก๊าซฯ สหรัฐฯ ขณะที่เป็นบวกต่อหุ้นสหรัฐฯ เช่น กลุ่มพลังงาน แต่เป็นลบต่อกลุ่มสายการบิน
• South China Morning Post รายงานว่ารัฐบาลจีนจะกำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 ที่ 4.5-5.0% ต่ำกว่าปีก่อนที่ 5% ที่การส่งออกขยายตัวทำสถิติสูงสุดใหม่และชดเชยการบริโภคได้ ติดตามประกาศทางการในการประชุม NPC ใน มี.ค. 2569
• มูลค่าส่งออกไทยใน ธ.ค. 2568 ที่ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัว 16.8%YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ทำให้ทั้งปีมีมูลค่าส่งออกรวม 3.4 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12.9% สูงสุดในรอบ 4 ปี สนค. ประเมินในปี 2569 มูลค่าการส่งออกอาจชะลอลงจากมาตรการภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ที่จะเห็นผลเต็มปี ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และบาทแข็งค่า
• กบน. มีมติลดการเก็บเงินสมทบกองทุนน้ำมันฯ สำหรับดีเซลลง 0.80 บาท/ลิตร เพื่อตรึงราคาน้ำมันขายปลีก จากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อค่าการตลาด ระยะสั้นมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน


กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1270–1360 จุด ปัจจัยในประเทศติดตามการไหลเข้าของ Fund Flow หลังกลับมาซื้อสุทธิในสัปดาห์ก่อน, การทยอยประกาศผลประกอบการ 4Q68 ของหุ้น Real Sector, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกติดตาม ผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28-29 ม.ค. แม้ตลาดคาดเฟดจะคงดอกเบี้ยแต่จับตาการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป, ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง, ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”


แนวรับ – แนวต้าน : 1300/1285 – 1320/1330


ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET มีโอกาสพักตัวบนฐานใหม่ ติดตามทิศทาง Fund Flow และการประกาศงบ 4Q68 ของ บจ. ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้:
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL CPN HMPRO SAWAD WHA 2) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CPN) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT OSP) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR) และ 3) หุ้นที่คาดจะได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนที่สูงของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT


Daily Top Picks
PTT: ปัจจัยกระตุ้นจากโครงสร้างรายได้กระจายตัวในช่วงราคาน้ำมันผันผวน มีแผนปลดล็อกมูลค่าแฝงผ่านการทำ Asset Monetization และเร่งบูรณาการ LNG ผ่านการลงทุนเชิงรุก พร้อม Valuation น่าสนใจโดยเทรด PE และ PBV 2569F ที่ 11.6 เท่าและ 0.8 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี คาดให้ Div. Yield > 6% เป้าหมายระยะสั้น 34.50 บาท
BJC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความคาดหวังราคาหุ้นฟื้นตัวจากความกังวลลดลงต่อการเข้าซื้อ MMVN ในช่วงก่อน มีโอกาสเห็นกำไรส่วนต่างเพิ่มขึ้น 8-11% ต่อปี ด้าน Valuation น่าสนใจ ซื้อขายที่ PE 2569F ที่ 12 เท่า เทียบกับกลุ่มค้าปลีกที่ 14 เท่า ขณะที่กำไรสุทธิปี 2569 (ไม่รวม MMVN) คาดจะเติบโต 6.5% เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.60 บาท

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้