Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

101

 

สรุปภาพตลาดวานนี้
หุ้นไทยท็อปฟอร์ม โดดเด่นสุดในโลก (นานๆ จะได้พูดแบบนี้) และเช่นเดิม ไม่ใช่แค่ DELTA ที่ดันตลาด แต่หุ้นใหญ่อื่นๆ บวกกันสนั่นด้วย เช่น OR BH PTTGC TOP TLI ขณะที่หุ้นกดดันตลาดกลุ่มธนาคารตามคาด BBL KTB SCB ส่วนสัญยาณการขึ้นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก เริ่มเห็นต่อเนื่อง เช่น STECON THCOM DITTO PTG


แนวโน้มตลาดวันนี้
หุ้นไทยคึกคัก (ต่อเนื่อง)
วันนี้คาดหุ้นไทยจะยังคงได้แรงซื้อเล่นรอบหุ้นตาม Sector Rotation หนุนบรรยากาศลงทุน แม้ราคาหุ้นบางกลุ่ม บางตัว เช่น ธนาคาร BBL เมื่อวาน รายงานกำไรแย่กว่าที่คาดกดดันราคาหุ้นตกแรง-นำกลุ่มลง (ตามที่เราคาด) และคงคาดว่าราคาหุ้นกลุ่มธนาคารรอบนี้ มีแนวโน้มปรับฐาน-ผ่านจุดสูงสุดของรอบไปในเดือน ม.ค.นี้ หลังเสร็จสิ้นฤดูกาลประกาศงบฯ

ช่วงนี้คาดหุ้นไทย ยังรอดพ้นจากความผันผวนของภาวะตลาดหุ้นโลกที่ถูกกระทบโดยตรงจาก นโยบายต่างประเทศของ ปธน.ทรัมป์ ส่วนปัจจัยในประเทศ ติดตามแนวทางดึงเงินลงทุนคนไทยจากต่างประเทศกลับบ้านเกิดเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ น่าจะเป็นเรื่องที่ดีและหนุนบรรยากาศลงทุนหุ้นไทยหลังได้รัฐบาลใหม่
Sector rotation รอบนี้ เราคงคำแนะนำเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่ม พลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมัน โรงกลั่น ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์ และพ่วงด้วยหุ้นภาคบริการ และเน้นไปที่การ ซื้อแล้วถือ และ คอยเฝ้าพฤติกรรมราคาหุ้นที่เราแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งติดตามประเด็นที่มีผลบวกหรือลบ ต่อราคาหุ้นที่เราแนะนำ เพื่อตัดสินใจที่จะถือต่อ หรือ ขาย


กลยุทธ์การลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ “รอ” สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง ไม่ไล่ราคา เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง, หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค

SET Index ขึ้นต่อ ไม่รอแล้วนะ…ภายหลังทะลุกรอบบน 1,280 จุดสำเร็จ! ทำให้เกิดจุดเปลี่ยน breakout ขาขึ้นระยะสั้น ขณะที่โมเมนตัม MACD & Volume support ช่วยยืนยันภาวะกระทิง “จบคลื่นขาลง....corrective wave C” ล่าสุดดัชนีทะลุเป้าหมายรายเดือน 1,300 จุด สำเร็จ จับตาเป้าหมายถัดไปถือเป็นด่านทองคำ 1,330 จุด (Fibo 61.8%) ผ่านได้จะส่งผลให้โครงสร้างระยะกลาง-ยาว ปลี่ยนเป็นขาขึ้นรอบใหม่ (สิ้นสุดการรอคอยมาตลอด 1 ปี)
ไฮไลท์หุ้น: Top impact gainer & loser ใครดัน SET ขึ้น-ลง/ Fund flow ต่างชาติ & ค่าเงินบาท/ รักแท้คือการลงทุน แต่ถ้าอยากได้กำไรอุ่นๆ ต้องลุ้น CENTEL / KBANK งบ 4Q25 ต่ำกว่าตลาดคาด ต้องเทรดแบบไหน/ AOT “สัญญาณ Take off สู่ไฮเดิม!" / พกความมั่นใจไปกับหุ้นบิ๊กเนมระดับโลก by DR01

 



What to watch

MSCI Reviews รอบเดือน กพ.69 ยังไม่ได้กำหนดวันประกาศผล (ปีที่แล้วอยู่ในช่วง 11 ก.พ.) ขณะที่มีกระแสข่าวในตลาดเรื่อง การเปลี่ยนเกณฑ์ Free float สำหรับคำนวณน้ำหนักดัชนี อาจมีผลให้ ตลาดหุ้นที่มี บจ. Free Float น้อยกว่า 15% (ตลาดหุ้นที่มี หุ้นจำนวนมากที่ Free float น้อย) ถูกลดน้ำหนัก (กลายเป็นแระแสบวกต่อตลาดหุ้น EM ในเอเชีย เช่น ไทย ฯลฯ อาจได้อานิสงส์น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแทน)
เกาหลีใต้ชูมาตรการภาษี หวังดึงเงินลงทุนกลับประเทศ-หนุนค่าเงินวอน
กระทรวงการคลังเกาหลีใต้ เผยรัฐบาลจะนำมาตรการจูงใจทางภาษีชั่วคราวมาใช้สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ขายหุ้นในตลาดหุ้นต่างประเทศในปีนี้ และนำรายได้เหล่านั้นกลับมาลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศ
ภายใต้โครงการใหม่นี้ นักลงทุนที่ขายหุ้นต่างประเทศและแปลงรายได้เหล่านั้นกลับมาเป็นสกุลเงินวอนเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีกำไรจากการขายหุ้น (Capital Gains Tax) ในตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยการลดหย่อนภาษีดังกล่าวจะถูกจำกัดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านวอน (33,900 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อคน
ปัจจุบัน รัฐบาลเกาหลีใต้กำหนดภาษีกำไรจากการขายหุ้นไว้ที่ระดับ 20%
ธปท. เปิดรับฟังความเห็น ร่างกฎคุมเทรดออนไลน์ได้ไม่เกิน 20-100 ล้านบาท ต่อวัน และ ห้าม Short Sell เพื่อป้องกันบาทแข็ง (สิ้นสุดวันรับฟัง 20 ม.ค.69)


หุ้นแนะนำวันนี้
GULF รายได้งานมอเตอร์เวย์ กาญจนบุรี รับรู้เชิงพาณิชย์แล้วปีนี้ และรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์ GSA03 มีฐานลูกค้าจองเต็มเรียบร้อย ทยอยรับรู้รายได้ ปี 2027
แนวรับ 44 ต้าน 48 Stop loss 42

 

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

Bank Sector

เลือกเฉพาะบางธนาคาร
ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา SETBANK index ปรับลดลง 2% จากภาพรวมกำไร 4Q25 ที่อ่อนตัวลง YoY และ QoQ ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาดไว้ ทั้งนี้ เราประเมินว่าเศรษฐกิจปีนี้จะฟื้นตัวค่อนข้างช้า จึงเน้นเลือกหุ้นที่มีคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ธนาคารส่วนใหญ่ก็จะจ่ายปันผลสูง 4-5% สำหรับงวด 2H25 ทำให้เราปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารจาก “น้อยกว่าตลาด” เป็น “เท่าตลาด” และเลือก BBL และ KTB เป็นหุ้น top picks เนื่องจากทั้ง 2 ธนาคารมี loan-loss coverage ratio สูงกว่า 200% สามารถรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจได้ดีกว่าธนาคารอื่น นอกจากนี้ เรายังแนะนำ ซื้อ KKP

ภาพรวมกำไรกลุ่มธนาคาร 4Q25 อยู่ที่ 4.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 6% YoY และ 23% QoQ จาก NIM ที่ลดลง และค่าใช้จ่าย OPEX สูงขึ้น โดยกำไรเป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดราว 7% ทั้งนี้ KKP เป็นธนาคารเดียวที่รายงานกำไรเติบโต YoY ในทางกลับกัน BBL และ SCB รายงานกำไรลดลง YoY ส่วน TTB KTB KBANK และ TISCO รายงานกำไรค่อนข้างทรงตัว YoY

ทั้งนี้ เราเห็นปัจจัยบวกของกลุ่มธนาคาร 2 เรื่อง ได้แก่ 1) สินเชื่อกลับมาเติบโต QoQ ครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส และ 2) คุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มธนาคารฟื้นตัวดีขึ้น QoQ
โดยเราคาดแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มธนาคารน่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ดีในปีนี้ เพราะธนาคาร ก็เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมา 2 ปีแล้ว ทำให้สินเชื่อใหม่ๆ มีคุณภาพที่ดีขึ้น
ส่วนปัจจัยลบเราเห็นคือ NIM ของกลุ่มธนาคารปรับลดลงต่อเนื่องไตรมาสนี้ และหากมองไปข้างหน้า ก็น่าจะเห็นแรงกดดันต่อเนื่อง เพราะเราคาดว่า กนง. น่าจะลดดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้งใน 1H26

MRDIYT
มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย)
กำไรเร่งตัวเด่น 4Q25–2026 เลือกเป็นหุ้นเด่นแทน CPALL
เราเลือก MRDIYT มาเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มค้าปลีก คู่กับ CPN แทน CPALL จากโมเมนตัมกำไรที่เร่งตัวชัดใน 4Q25 และต่อเนื่องถึงปี 2026 จากการคุมต้นทุนที่ดีขึ้นและการขยายสาขาเชิงรุก

เราคาดกำไรหลัก 4Q25 ที่ 820 ล้านบาท เติบโต 27% YoY และ 36% QoQ สูงกว่าประมาณการเดิมของเราและตลาด หนุนจาก SG&A ต่อรายได้ลดลงเหลือ 31.2% จาก 31.6% ในปีก่อน จากต้นทุนต่อสาขาที่ลดลง (ลดพนักงานในสาขา, ค่าไฟและค่าเช่า) ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเช่นกันจากการนำเงิน IPO ไปชำระหนี้ ด้านรายได้คาดโต 21% YoY และ 14% QoQ จากการเปิดสาขาใหม่ 55 สาขาใน 4Q25 และ SSS บวก 1.6% ซึ่งอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มค้าปลีก (ไม่รวม CPN)
ส่วนแนวโน้ม 1Q26 คาดกำไรยังโต YoY แม้ลดลง QoQ ตามฤดูกาล ได้แรงหนุนจากSSS ต้น ม.ค. โต 2%, ทั้งนี้ เราคาดผลกระทบมีน้อยจากการไมีมีมาตรการ easy e-receipt เหมือนเจ้าอื่น เพราะยอดขายต่อบิลต่ำ นอกจากนั้น ยังมีอานิสงส์จากเงินบาทแข็งค่าจากสัดส่วนสินค้านำเข้าสูง

สำหรับทั้งปี 2026 เราคาด กำไรหลัก 3.0 พันล้านบาท เติบโต 19% YoY จากการเพิ่มสาขาอีก 210 แห่ง รวมเป็น 1,342 สาขา ณ สิ้นปี และ SSS โต 2% โดยยังมี upside จากการคุมต้นทุน หาก SG&A ต่ำกว่าสมมติฐานทุก 30bps ช่วยกำไรโตเพิ่ม 2%

Fundamental view: เรายังคงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปลายปี 2026 ที่ 10.6 บาท แม้หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2026 ราว 16.7 เท่า สูงกว่าค้าปลีกไทย แต่ยังต่ำกว่าคู่แข่งภูมิภาค และสะท้อนการเติบโตที่เด่นกว่า

 

BTG
เบทาโกร
อัตรากำไรยังแกร่ง
เราคาดกำไรหลัก 4Q25 ที่ 858 ล้านบาท (-11% YoY, -30% QoQ) จากราคาหมูที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ดี GM ยังทรงตัวได้ที่ราว 15% เทียบ YoY/QoQ สะท้อนความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง และดีกว่าคู่แข่งที่มาร์จิ้นมักถูกกดดันแรงกว่าในช่วงราคาเนื้อสัตว์อ่อนตัวลง ซึ่งความทนทานของอัตรากำไรนี้ มาจากการยกระดับ product mix ไปสู่สินค้าพรีเมียม/แปรรูป การปรับช่องทางจำหน่าย ไปยังช่องทางที่มีอำนาจต่อรองราคาสูงขึ้น (modern trade, food service, ค้าส่ง และส่งออก) และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ยังเป็นแรงหนุน โดยสัดส่วนช่องทางที่ทำมาร์จิ้นดีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การพึ่งพา traditional trade ลดลง

แนวโน้ม 1Q26 ฟื้น QoQ จากราคาหมูที่เริ่มฟื้นจากจุดต่ำใน 4Q25 หนุนโดยตรุษจีน ไฮซีซันท่องเที่ยว และออเดอร์ส่งออกไก่ไปยุโรป แม้เราคาดกำไรปี 2026 ลดลง 20% YoY ตามสมมติฐานราคาหมูเฉลี่ยที่ต่ำลง แต่ BTG ยังโดดเด่นกว่ากลุ่ม

Fundamental view: เรามอง BTG เป็น Top pick กลุ่ม และยังเป็นหุ้นปลอดภัยของกลุ่มปศุสัตว์ ที่ยังรับมือวัฏจักรราคาได้ดีที่สุด และแนะนำทยอยสะสม รอการฟื้นตัวใน 1Q26 จากดีมานด์ตามฤดูกาลและการส่งออกที่ดีขึ้น ปัจจุบัน หุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2026 ราว 7.0 เท่า และให้ dividend yield ราว 5.7% โดยมองว่ามีโอกาส re-rating เมื่อราคาหมูและดีมานด์กลับสู่ภาวะปกติ



รายงานผลประกอบการวันนี้

KTB
ธนาคารกรุงไทย


(+) KTB รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท (สูงกว่าที่เราคาด 12% จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่ำกว่าคาด แต่กำไรเป็นไปตามที่ตลาดคาด) เพิ่มขึ้น 3% YoY (ค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น) แต่ลดลง 26% QoQ (NIM และกำไรจากเงินลงทุนลดลง) ด้านคุณภาพสินทรัพย์ของ KTB ยังอยู่ในเกณฑ์ดีในไตรมาสนี้ เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 จะอ่อนตัวลง YoY และ QoQ กดดันจาก NIM อ่อนตัวลง เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ขึ้น 5% จากการปรับลดสมมติฐาน cost/income ratio ลง เราประเมินว่า KTB มี valuation ที่ถูก และคาดปันผลราว 6% จึงยังแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 30 บาท

 

KBANK
ธนาคารกสิกรไทย

 

(+) KBANK รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.0 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY (credit cost ลดลง) แต่ลดลง 21% QoQ (กำไรจากเงินลงทุนลดลง และค่าใช้จ่ายดำเนินงานปรับสูงขึ้น) ดีกว่าที่เราคาด 7% แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 5% แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q26 จะลดลง YoY (และทรงตัว QoQ) กดดันจาก NIM และกำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง ทิศทางกำไรสุทธิปี 2026 จะอ่อนตัวลง YoY กดดันจาก NIM ที่อ่อนตัวลง นอกจากนี้ เรายังกังวลว่าแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ในกลุ่ม SME จะฟื้นตัวช้า ยังแนะนำเลี่ยง


SCB
เอสซีบี เอกซ์

(0) SCB รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.0 หมื่นล้านบาท ลดลง 13% YoY และ 16% QoQ กดดันจาก NIM อ่อนตัวลง และ credit cost ปรับสูงขึ้น กำไรเป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 6% แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q26 จะอ่อนตัวลง YoY (NIM ลดลง) แต่ฟื้นตัว QoQ (credit cost และ cost/income ratio ลดลง) แม้เราคาดกำไรสุทธิปี 2026 ของ SCB จะอ่อนตัวลง YoY อย่างไร ก็ตาม เราประเมินว่า SCB น่าจะยังสามารถจ่ายปันผลในระดับสูงที่ราว 7-8% จึงยังแนะนำ ถือ เพื่อรับปันผล


สรุปประเด็นจาก Quick take
GFPT
จีเอฟพีที
คาดกำไร 4Q25 ออกมาน้อยกว่าที่เคยคาดไว้
เราคาดกำไร 4Q25 มีแนวโน้มออกมาต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดมาก โดยปัจจัยลบ คือ 1) ค่าเงินบาทแข็งค่า และ 2) ยอดส่งออกลดลงโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น
View from fundamental: เราคาดว่าจะต้องปรับประมาณการกำไรปี 2025 ลงราว 7% แต่ในส่วนของปี 2026 เราประเมินว่า downside ต่อประมาณการจำกัด ไม่เกิน 5% เนื่องจากเรามีมุมมองค่อนข้างระมัดระวังต่อกำไรปี 2026 อยู่แล้ว โดยใน base case เราคาดว่ากำไรปี 2026 ต่ำกว่าปี 2025

TOP
ไทยออยล์
คาดกำไร 4Q25 ออกมาน้อยกว่าที่เคยคาดไว้
โครงการ CFP ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาสำหรับงานสำคัญได้ครบแล้วเมื่อเดือน ธ.ค. 2025 และคงแผนการ COD สำหรับ CDU-4 ภายใน 2Q27 และ COD ทั้งโครงการภายใน 3Q28 ทั้งนี้ TOP ตั้งเป้าหมายจะเร่ง COD ให้ได้ภายใน 2Q28 และคาดว่าจะประหยัดงบลงทุนของโครงการลงได้ราว US$250-300m (จากงบลงทุนรวม US$5,956m [ไม่รวม ERU])
View from fundamental: แนวโน้มเชิงบวกของค่าการกลั่นน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้ต่อไป นอกจากนี้มูลค่าหุ้นปัจจุบันไม่แพง และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

 

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้