Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

ฟิทช์ คงอันดับเครดิตภายในประเทศของกลุ่มบริษัทศรีสวัสดิ์ที่ 'A-(tha)'; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

106

 สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 22 มกราคม 2569)-----------ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD และบริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP ที่ 'A-(tha)' โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ฟิทช์ยังได้ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-Term Rating) ที่ 'F2(tha)'


ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต


อันดับเครดิตพิจารณาจากเครือข่ายธุรกิจของกลุ่ม: อันดับเครดิตของ SAWAD และ SCAP พิจารณาจากโครงสร้างเครดิตของโดยรวมของกลุ่มบริษัท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งทั้งด้านการดำเนินงานและกลยุทธ์ระหว่างบริษัทในกลุ่ม นอกจากนี้อันดับเครดิตยังพิจารณาถึงสถานะของกลุ่มบริษัทที่เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภครายใหญ่ในประเทศไทย ระดับหนี้สินที่ต่ำ และความสามารถในการทำกำไรในระดับที่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวได้ถูกลดทอนลงด้วยโครงสร้างด้านความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูงและการมีฐานะสภาพคล่องในการรองรับความเสี่ยงที่ค่อนข้างจำกัด อันดับเครดิตภายในประเทศยังพิจารณาเปรียบเทียบกับโครงสร้างอันดับเครดิตของสถาบันการเงินอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศโดยฟิทช์

 

ระดับหนี้สินของบริษัทโฮลดิ้งอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้: SAWAD เป็นบริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มที่มีบริษัทย่อยหลักดำเนินธุรกิจสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคซึ่งรวมถึง SCAP ทั้งนี้ ฟิทช์เชื่อว่าความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทโฮลดิ้งอยู่ในระดับเดียวกันกับกลุ่มบริษัท ฟิทช์ไม่ได้พิจารณาปรับลดอันดับเครดิตของ SAWAD ให้แตกต่างจากโครงสร้างอันดับเครดิตของกลุ่ม เนื่องจากฟิทช์คาดว่า SAWAD จะสามารถรักษาอัตราส่วน Double Leverage ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 120% ในระยะปานกลาง (ณ สิ้น 9 เดือนแรกของปี 2568: 119.8%) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่ม

 

SCAP ยังคงเป็นบริษัทหลักของกลุ่ม: SCAP ดำเนินธุรกิจหลักของกลุ่มในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน ฟิทช์มองว่า SCAP เป็นหนึ่งในบริษัทลูกที่มีความสำคัญของกลุ่ม โดย SAWAD ถือหุ้น 72% ใน SCAP และมีการควบคุมการบริหารและการผสานการดำเนินงานระหว่างกันในระดับสูง พร้อมทั้งมีส่วนช่วยสนับสนุนผลประกอบการของกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ SCAP เป็นบริษัทลูกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของ SAWAD คิดเป็น 35% และ 28% ของรายได้และสินทรัพย์รวมของกลุ่ม ณ สิ้น 9 เดือนแรกของปี 2568


สภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ซบเซา: ฟิทช์คาดว่าสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานสำหรับบริษัทสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคในประเทศไทยจะยังคงซบเซา เนื่องจากการเติบโตของ GDP ที่ชะลอตัวลงและภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงจะส่งผลให้การขยายตัวของสินเชื่อชะลอตัวลงได้ในระยะสั้น ฟิทช์คาดการณ์ว่าการเติบโตของ GDP ของไทยจะชะลอตัวลงเหลือ 2.1% ในปี 2568 และ 1.9% ในปี 2569 จาก 2.9% ในปี 2567 ซึ่งบ่งชี้ว่าหนี้ครัวเรือน (อยู่ที่ 87% ของ GDP ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2568) น่าจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง และสถานะการณ์ดังกล่าวน่าจะยังคงสร้างแรงกดดันต่อคุณภาพสินทรัพย์ของอุตสาหกรรม แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบน่าจะบรรเทาลงได้บ้างจากสภาวะตลาดแรงงานที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี


สถานะทางการตลาดที่มั่นคง: SAWAD มีเครือข่ายธุรกิจ ที่มั่นคงในธุรกิจหลักของบริษัทโดยเป็นผู้ให้สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันรายใหญ่อันดับสามโดยพิจารณาจากมูลค่าเงินให้สินเชื่อรวม และยังเป็นหนึ่งในผู้ให้สินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์รายใหญ่ ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายสาขาทั่วประเทศจำนวน 5,789 สาขา ณ สิ้นเดือนกันยายน ปี 2568 อย่างไรก็ตาม โครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัทถูกจำกัดจากความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ เช่น การควบคุมอัตราดอกเบี้ย และการพึ่งพาฐานลูกค้าที่มีรายได้ต่ำซึ่งมักมีความเปราะบางมากกว่า

 

คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้: ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมของ SAWAD น่าจะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับสูงสุดในปี 2568 และจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยในปี 2569 (สิ้น 9 เดือนแรกของปี 2568: 3.9%) แม้ว่าจะยังคงมีแรงกดดันต่อคุณภาพสินทรัพย์จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ แต่ฟิทช์เชื่อว่าความเสี่ยงด้านลบได้ลดลงหลังจากที่บริษัทเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อในช่วงสองปีที่ผ่านมาโดยการลดอัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV)


ความสามารถในการทำกำไรยังอยู่ในระดับดี: ฟิทช์คาดว่าความสามารถในการทำกำไรของ SAWAD จะปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงสองปีข้างหน้า หนุนจากการเติบโตของสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง (โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า) และต้นุทนทางการเงินที่จะปรับตัวลดลง ทั้งนี้ ความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับมีเสถียรภาพโดยมีอัตราส่วนกำไรก่อนหักภาษีต่อสินทรัพย์เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 6.2% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (ปี 2567: 5.9%: ปี 2566: 7.3%) ซึ่งช่วยรองรับความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญในระดับ 3.0%-3.9% ในช่วงปี 2566 – 9 เดือนแรกปี 2568


หนี้สินอยู่ในระดับปานกลาง: ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของทุนที่จับต้องได้ (debt/tangible equity) ของ SAWAD จะทรงตัวในระยะสั้นจากสินเชื่อที่เริ่มกลับมาเติบโต หลังจากที่ปรับตัวลดลงเป็น 1.6 เท่า ณ สิ้นเดือนกันยายน ปี 2568 (ปี 2567: 1.9 เท่า) เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อที่หดตัว นอกจากนี้การประเมินด้านฐานเงินทุนของฟิทช์ยังพิจารณาถึงพอร์ตสินเชื่อในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง และสำรองหนี้สูญต่อหนี้ด้อยคุณภาพที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งทำให้บริษัทมีความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเพิ่มขึ้น


การพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากตลาดเงิน: โครงสร้างด้านเงินทุนและสภาพคล่องของ SAWAD ยังคงถูกจำกัดจากการพึ่งพาการออกหุ้นกู้ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทอาจเผชิญความเสี่ยงในการจัดหาเงินกู้ยืมใหม่เพื่อนำไปชำระหนี้เดิม (refinance) และมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดทุน อย่างไรก็ตาม SAWAD มีประวัติการระดมทุนจากตลาดทุนที่สม่ำเสมอ และยังมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับธนาคารพันธมิตรที่เป็นแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมให้กับกลุ่มบริษัท


ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต


ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)


อันดับเครดิตภายในประเทศของ SAWAD และ SCAP อาจถูกปรับลดอันดับลง หากผลการดำเนินงานทางการเงินของกลุ่มปรับตัวด้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าบริษัทมีโครงสร้างธุรกิจที่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้จาก อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า 5.0% (9 เดือนแรกของปี 2568: 3.9%) โดยไม่มีอัตราส่วนการสำรองหนี้สูญในระดับที่เพียงพอ ควบคู่ไปกับ อัตราส่วนกำไรก่อนหักภาษีต่อสินทรัพย์เฉลี่ยที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 2.0% อย่างต่อเนื่อง (อัตราส่วนต่อปีสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2568: 6.2%) นอกจากนี้ หากความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของกลุ่มมีการปรับตัวอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือ ระดับหนี้สินของกลุ่มมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เช่น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของทุนที่จับต้องได้เพิ่มขึ้นเกิน 4.0 เท่า (9 เดือนแรกของปี 2568: 1.6 เท่า) อาจส่งผลให้มีการปรับลดอันดับเครดิตได้เช่นกัน

นอกจากนี้ อันดับเครดิตของ SAWAD อาจถูกปรับลดอันดับลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าโครงสร้างอันดับเครดิตของกลุ่ม หากอัตราส่วน Double Leverage ของบริษัทโฮลดิ้งปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 120% เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง ควบคู่กับการประเมินของ ฟิทช์ว่ามีข้อจำกัดในการสนับสนุนสภาพคล่องภายในกลุ่ม


อันดับเครดิตของ SCAP อาจถูกปรับลดอันดับลงได้เช่นกัน หากมีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของการมีส่วนร่วมของบริษัทต่อผลประกอบการของกลุ่ม หรือระดับความเชื่อมโยงกับ SAWAD ที่ปรับตัวด้อยลง อาจส่งผลให้มีการทบทวนการประเมินความสำคัญของ SCAP ต่อกลุ่มใหม่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวรวมถึง การมีส่วนร่วม (contribution) ของ SCAP ต่อผลประกอบการรวมของกลุ่มทั้งในด้านสินทรัพย์ ส่วนของผู้ถือหุ้น หรือรายได้ ลดลงต่ำกว่า 25% หรือ การผสานการดำเนินงานและการควบคุมจาก SAWAD ที่ปรับตัวด้อยลงซึ่งสะท้อนจากสัดส่วนการถือหุ้นของ SAWAD ที่ลดลงต่ำกว่า 70% การลดระดับการผสานการบริหารหรือการดำเนินงาน ความร่วมมือทางธุรกิจที่ลดลง ความเชื่อมโยงในด้านชื่อเสียงและตราสัญลักษณ์ที่อ่อนแอลง หรือการสนับสนุนด้านการระดมทุนและสภาพคล่องจาก SAWAD ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในปัจจัยที่กล่าวมานี้ในระยะสั้น


อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นของ SAWAD และ SCAP อาจถูกปรับลดอันดับลงเป็น 'F3(tha)' หากอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวถูกปรับลดอันดับลงเป็น 'BBB(tha)'


นอกจากนี้การปรับอันดับเครดิตจะพิจารณาเปรียบเทียบกับโครงสร้างเครดิตของบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศด้วยเช่นกัน


ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)


อันดับเครดิตของ SAWAD และ SCAP อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับ หากคุณภาพสินทรัพย์และโครงสร้างการจัดหาเงินทุน (funding profile) ของกลุ่มมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ยังสามารถรักษาระดับโครงสร้างความเสี่ยงให้อยู่ในระดับคงที่ได้ ซึ่งอาจเห็นได้จากแนวทางการเติบโตของสินเชื่อในระดับที่ไม่สูงเกินไป ในขณะที่ยังสามารถรักษาอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 2.5% อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อหนี้ด้อยคุณภาพสูงกว่า 100% อย่างสม่ำเสมอ (9 เดือนแรกของปี 2568: 53.3%) และการรักษาฐานะสภาพคล่องของกลุ่มให้อยู่ในระดับที่เพียงพอได้ตลอดช่วงวัฏจักรของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตนั้นยังค่อนข้างจำกัดในระยะสั้น


การปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวจะส่งผลให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นถูกปรับเพิ่มอันดับเป็น 'F1(tha)'
อันดับเครดิตตราสารหนี้และอันดับเครดิตอื่น: ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
อันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ SAWAD และ หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันของ SCAP ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ 'A-(tha)' เนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิของกลุ่ม
หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ SAWAD ได้รับการค้ำประกันจากบริษัทลูกหลักซึ่งดำเนินกิจการหลักของกลุ่มซึ่งคือ บริษัท ศรีสวัสดิ์เพาเวอร์ 2014 จำกัด แต่นอกจากนั้นแล้วจะไม่มีหลักประกันอื่น
หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันของ SCAP อยู่ในระดับเดียวกันกับตราสารหนี้อื่นที่มีภาระผูกพันในลักษณะเดียวกัน
อันดับเครดิตตราสารหนี้และอันดับเครดิตอื่น: ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
อันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ SAWAD และ SCAP จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของทั้งสองบริษัท
แหล่งที่มาของข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
แหล่งที่มาของข้อมูลหลักที่ใช้ในการวิเคราะห์เป็นไปตามรายละเอียดที่อธิบายไว้ในเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดของ SAWAD มีดังนี้:
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับเดรดิตที่ ‘A-(tha)’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับเดรดิตที่ ‘F2(tha)’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิมีหลักประกัน คงอันดับเครดิตที่ 'A-(tha)'
รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดของ SCAP มีดังนี้:
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับเดรดิตที่ ‘A-(tha)’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับเดรดิตที่ ‘F2(tha)’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกัน คงอันดับเครดิตที่ 'A-(tha)'

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้