ภาวะตลาด SET Index วันศุกร์ ปรับขึ้นต่อ +14.21 จุด ปิ ดที่ 1275.60 ใกล้ระดับสูงสุดของวัน (ซึ่งอยู่ที่ 1278.55) มูลค่าซื้อขาย 4.6 หมื่นลบ. ทั้งนี้ ความกังวลสหรัฐจะใช้กำลังทหารโจมตีอิหร่านผ่อนคลายลง หลังการประท้วงในอิหร่านผ่อนคลาย รวมถึงมีแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการ & การประกาศจ่ายปันผลของบจ. หุ้นที่หนุนตลาดนำโดย DELTA, GULF, CPN, BDMS, CK, STECON, GPSC, OR, IVL, CRC เป็นต้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อ +3.3 พันลบ. สถาบันในปท.ขายสุทธิ -1.4 พันลบ. รายย่อยขายสุทธิ -3.1 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
- จีน: ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดสัดส่วนเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ลงมาอยู่ที่ระดับ 30% (รวมถึงที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ด้วย) จากเดิมที่ 50% โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาและลดภาระของผู้ซื้อ
- สหรัฐ: เฟดแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวแกร่ง 5.3% ใน 4Q25
- ยังต้องติดตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์โลก: ทรัมป์ กดดัน 8 ประเทศในยุโรปด้วยมาตรการภาษี จนกว่าจะซื้อ กรีนแลนด์จากเดนมาร์กสำเร็จ
- ปัจจัยจับตา: ตัวเลขดัชนี PCE ของสหรัฐ, ดัชนี PMI ของประเทศชั้นนำต่างๆ, รายงานผลประกอบการบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง นักลงทุนลดความเสี่ยงก่อนวันหยุดยาว โดยตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ (19 ม.ค.) เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ราคาน้ำมันดิบ WTI & BRENT ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.4-0.6% เป็น 59-64 US$/bbl สัญญาทองคาลดลงต่อ -28.30 US$ สู่ 4,595.40 US$/ ออนซ์ ส่วนดัชนีค่าเงิน US$ ทรงตัวที่ 99.3-99.4 เงินบาทอยู่ที่ 31.44 Bt/US$ ส่วน US bond yield 10 ปีเพิ่มเป็น 4.22% ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ทรงที่ 108.85 ดัชนี Baltic Dry Index เด้งเล็กน้อยเป็น 1,567 (หลังลงไปต่า สุดที่ 1,532)
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์: ทยอยรายงานกำไร 4Q25 โดยฝ่ายวิจัยฯ DBSVTH คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q25F ลดลง -4% y/y, -20% q/q เป็น 49.6 พันลบ. โดยกำไรปี 2025 ของ SCB เติบโตเด่นสุด (+9% y/y) หนุนโดยรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยให้น้ำหนักลงทุน Neutral หุ้น Top picks เป็น KTB, SCB
- TU: แนวโน้มกำไรสุทธิปี 25 อ่อนลง y/y เนื่องจากอุปสงค์ยังอ่อนตัว แต่มีต้นทุนในการปรับโครงสร้างองค์กร สำหรับ 4Q25 รายได้ทรงตัว y/y อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนลง (การขยับขึ้นราคาขายยังไม่ชดเชยภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น) ส่วนกำไรหลักฟื้นตัวเล็กน้อย จากควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น (แต่น้อยกว่าที่เราคาดไว้เพราะยอดขายยังไม่กระเตื้องนัก) สำหรับปี 2026 ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องภาษีทรัมป์ ในตลาดสหรัฐ และอาจมีค่าใช้จ่ายในการปรับองค์กรต่อ (ซึ่งเดิมคาดว่าจะจบไปในปี 2025) เรามีมุมมองเป็นกลาง (Neutral) และคงแนะนำถือ TU ให้ราคาพื้นฐาน 12.90 บาท
กลยุทธ์ : ทดสอบแนวต้าน 1270-1280 แล้ว ถ้าแกว่งไม่มาก ลุ้นทดสอบต้านถัดไป 1290, 1300 ระยะสั้นมากสัญญาณทางเทคนิคกลับมาเป็นบวกโดยทดสอบแนวต้าน 1270-1280 ไปแล้ว จากนี้ถ้าแกว่งลงไม่มาก ก็มีลุ้นขึ้นไปทดสอบแนวต้านต่อไปที่ 1290, 1300 ส่วนการอ่อนตัวมีแนวรับ 1270, 1260 โดย 1260 เป็นทั้งแนวรับและแนวฟิวเตอร์ที่ไม่ควรหลุด
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้ : PTG – คาดว่าธุรกิจสถานีบริการน้ำมันใน 4Q25F จะเติบโตได้เล็กน้อย y/y จากฐานกำไรที่ต่ำใน 4Q24 หากเทียบ q/q กำไรทรงตัวถึงอ่อนลงเล็กน้อย แม้ว่าปริมาณขายน้ำมันจะเพิ่มข้นึ ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาธุรกิจที่ไม่ใช้น้ำมัน อย่างไรก็ตามบางส่วนได้รับชดเชยจากการขยายสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทยที่เพิ่มราว 600 สาขาต่อปี ซึ่งธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันมีมาร์จิ้นสูงกว่าธุรกิจค้าน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ เราคงคำแนะนำ ซื้อ PTG และให้เป็นหุ้นเด่นของหมวดธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน ให้ราคาพื้นฐาน 10.50 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829