Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.เมย์แบงก์ : AT THE OPEN

112


AT THE OPEN (#ATO)

SET Index ผันผวนแต่เชื่ออยู่ในรอบฟื้นตัว
หุ้นเด่นเลือก BBL ADVANC


Market Strategy

SET Index คาดผันผวนตามกรอบ 1265-1285 จุด แรงกดดันตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ จากความไม่แน่นอน เลือกประธานว่าที่ FED คนใหม่และปัญหากรีนแลนด์ แต่ Fund Flow ไหลเข้าจะช่วยจำกัด Downside หุ้นเด่นเลือก BBL ADVANC

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันศุกร์ที่ผ่านมาติดลบในช่วง -0.1% ถึง -0.2% จากความไม่แน่นอนการเลือกประธาน FED คนใหม่ หลังคุณทรัมป์เผยว่าคุณ Kevin Hasset จะไม่ถูกเลือก แทนคุณ Jerome Powell ที่หมดวาระในเดือน พ.ค.69 ทำให้ตลาดคาดว่าคุณ Kevin Warsh จะขึ้นมาเป็นตัวเต็งคนใหม่ ซึ่งมีมุมมองดำเนินนโยบายผ่อนคลายน้อยกว่าคุณ Kevin Hasset ล่าสุดแม้ FEDWATCH Tool คงคาด FED ลดดอกเบี้ยฯ ปีนี้ 2 ครั้ง ครั้งแรกในเดือน มิ.ย. 69 แต่การลดครั้งที่ 2 ล่าช้าออกไปเป็น ธ.ค.69 จากสัปดาห์ก่อนคาด ก.ย. 69 ส่งผลต่อ U.S. Bond Yield 10 ปีปรับขึ้นแรง 7 bps มาที่ 4.23% คาด Sentiment ลบต่อตลาดหุ้นแต่เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร
ประเด็นกรีนแลนด์ขยายความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ไปสู่สงครามการค้า หลังคุณทรัมป์ขู่จะขึ้นภาษียุโรป 8 ประเทศ อีก10% ใน 1 ก.พ. 69 และเพิ่มเป็น 25% ในเดือน มิ.ย. 69 จากปัจจุบันเก็บภาษียุโรปที่ 15% หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการซื้อกรีนแลนด์ได้ สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจ การค้าและตลาดหุ้นยุโรป แต่อาจมองดีต่อทิศทาง Fund Flow ไหลเข้าสู่เอเซียรวมถึงไทย ที่เห็นสัญญาณบวกจากต่างชาติที่ซื้อสุทธิ YTD 2.8 พันล้านบาท หุ้นที่ซื้อสูงสุด 5 อันดับแรก PTT ADVANC TOP TU และ KTB

ปัจจัยในประเทศสัปดาห์นี้ให้น้ำหนักไปที่การรายงานงบ 4Q68 กลุ่มธนาคาร ซึ่งเราคาดการณ์กำไรสุทธิกลุ่มอยู่ที่ 4.89 หมื่นล้านบาท ลดลง 4% YoY และ 21% QoQ เนื่องจาก NIM ที่แคบลงและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูงตามฤดูกาล แต่ยังมีข้อดีจากการตั้งสำรอง (ECL) ที่คาดลดลงถึง 19% YoY จากการเร่งสำรองไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา ด้าน NPL คาดจะลดลง 6 bps มาที่ 3.69% หากผลออกมาดีกว่าคาด น่าจะเป็นแรงหนุนต่อตลาดหุ้นได้ต่อ โดย Top Pick ของกลุ่มยังเลือก BBL ด้วยโครงสร้างรายได้ที่กระจายตัวดี งบดุลที่แข็งแกร่ง และValuation ที่น่าสนใจ และยังมีโอกาสเพิ่มเงินปันผล และการเติบโตระยะยาวจากธุรกิจในต่างประเทศ


Market Summary
SET Index ปิดที่ 1275.60 จุด +14.21 จุดหรือคิดเป็น 1.13% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.58 หมื่นล้านบาท หุ้นกลุ่ม Big Cap อย่างกลุ่มพลังงาน ธนาคาร ICT และอิเล็คฯ บวกกันถ้วนหน้า หลัง Flow ต่างชาติวันนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ซื้อสุทธิ 3.4 พันล้านบาท สูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน สำหรับหุ้นอื่นๆ จะเป็นหุ้นที่มีประเด็นเฉพาะตัว CK (9.1%) STECON (8.0%) วิ่งแรงรับโอกาสคว้างานเพิ่ม หลัง ITD เสี่ยงถูกยุติสัญญา 2 โครงการเครนถล่ม GPSC (6.2%) GULF (4.6%) BGRIM (+0.7%) ปลัดกระทรวงเผยเร่งทำคลอด PDP Sentiment บวกต่อความคาดหวังต้นทุนก๊าซลดลงตามราคาน้ำมันดิบ CPN (3.1%) บอร์ดการรถไฟอนุมัติต่อสัญญาเซ็นทรัลลาดพร้าว 30 ปี


DAILY Stock Pick
BBL
Bond Yield พุ่ง
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 190.00 บาท
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่งสะท้อนผ่านตัวเลขยอดค้าปลีกที่ดีกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ bond yield 10 ปีของสหรัฐ +6 bps WoW หนุน Sentiment กลุ่ม Bank อย่าง BBL
เราชอบ BBL เนื่องจาก ฐานรายได้หลากหลาย งบดุลแข็งแกร่ง ขณะที่ valuation PBV’69 ที่ 0.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 0.9 เท่า อีกทั้งมีโอกาสเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล ซึ่งปัจจุบันคิดเป็น Div Yield 5.6% ช่วยจำกัด Downside

Technical View
แนวรับ : 169.00 บาท
แนวต้าน : 175.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 165.00 บาท

 

 


WEEKLY Stock Pick
ADVANC
Flow เข้าต่อเนื่อง
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 362.00 บาท
เราคาดกำไร 4Q68 ที่ 1.23 หมื่นลบ. (+22%YoY, +2%QoQ) มีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ โดยเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจาก รายได้โต +6%YoY, ค่าใช้จ่าย SG&A ปรับตัวลดลง, ต้นทุนประมูลคลื่นที่ลดลง
YTD ต่างชาติเพิ่มการถือครอง ADVANC +2.3 พันลบ. เป็นอันดับ 2 รองแค่ PTT +2.4 พันลบ. โดยคาดการณ์อัตราเงินปันผลที่ 5% ขณะที่เราคาดกำไรปี 69 โต 12% จาก cost saving 2.5 พันลบ.


Technical View
แนวรับ : 335.00 บาท
แนวต้าน : 360.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 325.00 บาท


KEY FACTOR
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ยังเป็นการเก็บตกจากผลกระทบของการปิดหน่วยงานภาครัฐทำให้ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นตัวเลขย้อนหลัง (ต.ค.–พ.ย.) และมีน้ำหนักเชิงนโยบายจำกัด ผลต่อทิศทางตลาดจึงไม่น่ารุนแรง แม้จะมีการประกาศ PCE ซึ่งเป็นเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญก็ตาม
ตัวเลขหลักประกอบด้วย 1) GDP 3Q68 (revision) คาด 4.4% QoQ ซึ่งเป็นภาพอดีตและไม่น่าทำให้ตลาดปรับมุมมองใหม่ 2) เงินเฟ้อ PCE Deflator (พ.ย.) คาด +0.2% MoM และ Core PCE +0.2% MoM หรือ 2.9% YoY ยังอยู่ในกรอบที่ตลาดรับรู้ไปแล้ว ทำให้ผลต่อตลาดการเงินโลกน่าจะค่อนข้างจำกัด โดยภาพรวมตลาดยังรอปัจจัยใหม่จากนโยบายและผลประกอบการ


EYES ON
19 ม.ค. GDP จีน
22 ม.ค. GDP สหรัฐฯ, การบริโภคภาคเอกชน, ดัชนี Core PCE, ความเชื่อมั่นผู้บริโภค Eurozone
23 ม.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ของ Eurozone

 


นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ปัจจัยเสี่ยง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ มองปัจจัยเสี่ยง จากภายนอก ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ละซีก แต่ละขั้ว ล้วนกระทบกันและ....

มัลติมีเดีย

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้