Company Note
Carabao Group
แนวโน้มผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องจากกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศ
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น CBG ยังคงเป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจในระยะยาว ด้วยกลยุทธ์การขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดขายรวมปี 2026F ที่ 20% YoY เน้นตลาด CLMV และจีนเพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดกัมพูชาเพียงตลาดเดียว ซึ่งในกัมพูชาบริษัทปรับกลยุทธ์รับจ้างผลิตแทนการขายเอง สำหรับในประเทศ CBG รักษาส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มพลังงานได้ดี โดยเฉพาะกลยุทธ์ราคา 10 บาทที่ช่วยให้แบรนด์คาราบาวครองตลาด แม้มีคู่แข่งใหม่ ๆ ส่วนแบ่งการตลาดในต.ค. 2025 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 27.6% จากเฉลี่ย 3Q25 อยู่ที่ 26.7% และแผนการเปิดตัวสินค้าใหม่ราคา 12 บาทในกลุ่มพรีเมี่ยมคาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตรามาร์จิ้นและส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น
ผลประกอบการ 4Q25 และปี 2025F
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q25F ของ CBG จะอยู่ที่ 647 ล้านบาท ลดลง 17% YoY แต่เพิ่มขึ้น 5% QoQ โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการใน 4Q25F คือการลดลงของการส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นตลาดหลักของ CBG เราคาดรายได้จากการส่งออกจะลดลงประมาณ 5% YoY โดยเฉพาะจากกัมพูชา ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกประมาณ 15% ของรายได้จากการส่งออกทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากตลาดในประเทศจะช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ โดยรายได้จากการขายเครื่องดื่มพลังงานในประเทศคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากกลยุทธ์การตั้งราคา 10 บาท และการรักษาส่วนแบ่งการตลาดในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่เติบโตได้ดี คาดว่ารายได้รวมใน 4Q25F จะลดลง 5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 3% QoQ จากการขยายตัวในธุรกิจเครื่องดื่มพลังงานและการรับจ้างผลิตเหล้า/เบียร์ที่เติบโตต่อเนื่อง
เราคาดกำไรทั้งปี 2025F อยู่ที่ 2.8 พันล้านบาท ทรงตัวเทียบกับปีที่ผ่านมา จากยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นจากการเครื่องดื่มพลังงานในประเทศที่เติบโตเป็นหลัก แต่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลงจากประเทศกัมพูชาซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของการส่งออก ส่งผลให้อัตราทำกำไรลดลงตามยอดขายการส่งออกที่ลดลงประกอบการรับจ้างส่งสินค้าประเภทเหล้าที่เพิ่มขึ้นซึ่งมีอัตรามาร์จิ้นต่ำกว่ากลุ่มเครื่องดื่มพลังงาน
แนวโน้มผลประกอบการปี 2026F และปัจจัยบวก
จากกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทในปี 2026F เรามองว่ายังมีโอกาสเกิด upside จากประมาณการของเราในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ยังคงรอความชัดเจนของผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกก่อน โดยเราคาดการณ์ผลประกอบการปี 2026F ของ CBG แบบอนุรักษ์นิยมว่าจะเติบโต 7% YoY ทั้งนี้ รายได้จากการส่งออกคาดว่าจะเข้าสู่ฐานใหม่จากการปรับโมเดลธุรกิจในประเทศกัมพูชา ขณะที่รายได้ในประเทศยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากกลุ่มเครื่องดื่มพลังงาน ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอและเริ่มเข้าใกล้ แบรนด์ผู้นำในประเทศ เราคาดว่ารายได้รวมปี 2026F จะอยู่ที่ประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท จากการปรับกลยุทธ์การตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจัยสนับสนุนการเติบโตหลักประกอบด้วย
การขยายตลาดในประเทศ: บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจในร้านค้าส่งขนาดเล็กประมาณ 2,500 แห่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ และเสริมความแข็งแกร่งในตลาดภายในประเทศ
การเปิดตัวสินค้าใหม่และการขยายธุรกิจเบียร์: CBG คาดว่าจะมีการเปิดตัว SKU ใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มพลังงานที่ราคา 12 บาท ซึ่งจะช่วยยกระดับมาร์จิ้นและขยายส่วนแบ่งตลาด. นอกจากนี้ การขยายธุรกิจเบียร์ที่มีเป้าหมายเติบโต 200% จากฐานต่ำจะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างการเติบโตในระยะยาว
การขยายธุรกิจในจีนและอัฟกานิสถาน: การขยายตลาดในจีนผ่านโมเดล OEM คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้จากการขายหัวเชื้อ (concentrates) โดยไม่ต้องลงทุนในโรงงานผลิตโดยตรงในประเทศจีน ซึ่งทำให้ CBG สามารถลดความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดที่ไม่คุ้นเคย การขยายธุรกิจในอัฟกานิสถานโดยการผลิตในประเทศนั้น ๆ ก็ช่วยลดต้นทุนจากภาษีนำเข้าและช่วยกลับมาคืนส่วนแบ่งการตลาดที่เคยสูญเสียไป
Valuation ที่ยังน่าลงทุน
หุ้น CBG ยังคงมีความน่าสนใจในการลงทุนในปัจจุบัน โดยราคาหุ้น CBG อยู่ที่ PER 26F ที่ 13.2X ซึ่งต่ำกว่า -2SD โดยราคาหุ้นปัจจุบัน CBG จะมีอัพไซด์ประมาณ 28% จากราคาเป้าหมายที่ 52.50 บาท (อ้างอิง PER-1.5SD เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีของ CBG ที่ 17X) เราคาดผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในปี 2026F จะอยู่ที่ 3.5% ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ, การขยายผลิตภัณฑ์ใหม่, และการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มพรีเมี่ยม, CBG จึงยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว ความเสี่ยง : ยอดขายและต้นทุน commodities ที่ไม่เป็นตามคาด, ภาพรวมเศรษฐกิจ