Pi Daily เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศ KTC รายงานกำไรค่อนข้างดี (มากกว่า Consensus 10%) มองเป็นหุ้นน่าสนใจในวันนี้ นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจะดีกับหุ้นในกลุ่มพลังงาน ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนชะลอช่วงสั้นอาจเป็นเพราะแรง Take Profit ผสานกับความปั่นป่วนในอิหร่าน จากนี้แนะติดตามผลประกอบการ วันนี้เลือก KTC เป็นหุ้นเด่น
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 42 จุด (-0.09%) ขณะที่ Nasdaq ปรับลงแรงรับแรงขายหุ้นกลุ่ม Technology มองเป็นเพียงจังหวะ Take Profit ปกติ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.6% ได้แรงหนุนจากคาดการณ์ที่ว่าอุปทานน้ำมันในอิหร่านจะชะงักงันจากการประท้วงและสหรัฐฯอาจโจมตี
เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ รายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตพบว่าขยายตัวราว 0.2%MoM ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่อย่างไรก็ตาม Core PPI หรือดัชนีราคาผู้ผลิตที่ไม่รวมราคาพลังงานและอาหารทรงตัวเทียบเดือนก่อน สวนทางกับที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.2%MoM นอกจากนี้ยังได้รายงานยอดค้าปลีกที่ขยายตัว 0.6%MoM มากกว่าคาดการณ์ที่ 0.5%MoM รายละเอียดภายในพบว่าเริ่มเห็นยอดขายรถยนต์ขยายตัวเด่นราว 1%MoM แต่ยังลดลง -1%YoY โดยรวมแล้วหลังจากทราบข้อมูลพบว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปีปรับลงและแนวโน้ม 2 ปีก็ยังคงปรับลง สะท้อนถึงมุมมองเชิงผ่อนคลายนโยบายการเงินในมุมมองของนักลงทุน ซึ่งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนทั้งตลาดหุ้นและทองคำ (+GOLD 03 , +GOOGL03) โดยนักลงทุนกลับมามองปัจจัยเรื่องผลประกอบการ ซึ่งวานนี้พบว่ากลุ่มการเงินในสหรัฐฯส่วนใหญ่รายงานกำไรดีกว่าคาดการณ์ สำหรับปัจจัยในประเทศก็เริ่มรอติดตามผลประกอบการเช่นกันวานนี้มี TISCO ประกาศกำไร (ตามคาดการณ์ของตลาดแต่อย่างไรก็ตาม KTC รายงานกำไรดีกว่าคาดการณ์จาก Bloomberg ราว 10% หนุนจากสำรองหนี้ที่ลดลง -24%YoY ระยะสั้นเชื่อว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวกกับหุ้น KTC จากนี้รอติดตามผลประกอบการที่จะทยอยรายงานออกมาโดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ในขณะเดียวกันพบเห็นเงินบาทที่เริ่มทยอยอ่อนค่ากลับมาทดสอบ 31.47 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ บวกกับหุ้นในกลุ่มส่งออก (ITC TU) ปัจจัยติดตามคืนนี้นอกจากผลประกอบการได้แก่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯอย่างผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.15 แสนราย วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1240 – 1255 เริ่มมีปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นไทยผ่านการรายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาดการณ์ผสานกับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจะหนุนกลุ่มพลังงาน และการลดลงของ TH Bond Yield จะเป็นอีกปัจจัยหนุนทั้งตลาดและกลุ่มการเงิน ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกเป็นรายตัวที่มีปัจจัยหนุน อาทิ การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR KTC) กลุ่มน้ำมัน (PTTEP) ส่งออก (ITC TU) ศูนย์การค้า (CPN) หุ้นปันผลสูงอย่างธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB)
KTC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 32.00 บาท)
รายงานผลประกอบการดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ราว 10% มองเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นต่อราคาหุ้น นอกจากนี้ D/E ต่ำเพียง 1.5 เท่า ทำให้มีความสามารถในการกู้เงินเพิ่มได้หากสภาวะทางเศรษฐกิจเปิดโอกาสในการเติบโตในอนาคต และด้วยราคาหุ้นที่ปรับลดลง เราคาดว่า KTC จะให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่ราว 4.4-4.5% ในปี 2025-26
MTC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท)
ปี 2026 คาดกำไรสุทธิขยายตัวต่อเนื่อง 13% โดดเด่นในกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ หนุนจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้อกับสินเชื่อ 2) NIM ขยายตัวผลบวกจากอัตราดอกเบี้ยลดลง และ 3) Credit cost ผ่อนคลายลงจากการควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย คาด Credit cost ลดลงที่ 246 bps ในปี 2026 จาก 253 bps ในปี 2025