Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

108

 

อยากเห็น ELECTION RALLY เหมือนญี่ปุ่น

 

HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ย่อตัวลงราว -0.1% ถึง -0.8% โดยมีแรงกดดันหลักๆ มาจากกลุ่ม BANK นำโดย JPMORGAN ร่วงแรง -4.2% จากผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่กลุ่ม ENERGY ขยับขึ้นอย่างโดดเด่น หลังราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่ง +2.6% และ +7.6%YTD จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการประท้วงในอิหร่านรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน และอาจสูงถึง 6,000 ขณะที่ล่าสุดทรัมป์เรียกร้องให้ชาวอิหร่านเดินหน้าประท้วงต่อ พร้อมกับเผยว่า “ความช่วยเหลือของสหรัฐฯ กำลังจะมาถึงแล้ว”
• คืนนี้เวลา 22.00 คือ ลุ้นศาลฎีกาสหรัฐฯ อาจตัดสินเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของมาตรการเก็บภาษีศุลกากรที่ใช้โดยอ้างอิงกฎหมาย IEEPA ด้านท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ ดูค่อนข้างกังวลกับคำตัดสินกรณีศาลฯ สั่งคว่ำคดีภาษี

 

REGION RADAR
• XPENG ตั้งเป้าหมายยอดส่งมอบรถยนต์ตลอดปี 2026 ที่ 550,000 ถึง 600,000 คัน เติบโตขึ้นประมาณ 28.1% ถึง 39.7% YOY พร้อมเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 4 รุ่น แนะนำเก็งกำไร XPENG (9868 HK)
• JPMORGAN (JPM US) -4.19% แม้บริษัทจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25 อยู่ที่ $4.67 หมื่นล้าน +7% YOY ขณะที่ EPS อยู่ที่ $5.23 +9% YOY โดยราคาหุ้นได้รับแรงกดดันจากการรายงานธุรกิจ IB ที่ต่ำกว่าคาดค่อนข้างมากอยู่ที่ระดับ $2.34 พันล้าน -5% YOY (ต่ำกว่าคาด 7.9%)

 

THAI FOCUS
• เศรษฐกิจไทยแม้ชะลอตัว แต่นักลงทุนยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยระดับต่ำ ตามการที่ BOND YIELD 10 ปี ปรับตัวขึ้นเหนือ POLICY RATE มากๆ ซึ่งอาจเห็นนักลงทุนเริ่มเทขายพันธบัตรเพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงบ้างแล้ว
• ซึ่งหนึ่งในความหวัง คือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคหลักที่เตรียมเข้ามาหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ซึ่งเน้นไปที่การแก้หนี้ แจกเงิน และลดค่าครองชีพเป็นหลัก ซึ่งทำให้ GDP ในช่วง 2H69 มีโอกาสเติบโต YOY ได้ไม่ยาก

 

SYNAPSE STRATEGY
•ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เกิด ELECTION RALLY หลังนายกฯ ญี่ปุ่นกำลังพิจารณายุบสภา เพื่อจัดตั้งการเลือกตั้งทั่วไป อาจเกิดขึ้นก่อนวันที่ 8 ก.พ. ตลาดหุ้น NIKKEI ตอบสนองในเชิงบวก 8%YTD

•ขณะที่ตลาดหันไทย แม้จะมีการเลือกตั้ง 8 ก.ก.พ. 68 เช่นกัน แต่นักลงทุนยังขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้FUND FLOW ยังไหลออก 5.6พันล้านบาท (YTD) และสถาบันขายอีก 6.4 พันล้านบาท กดดันSET INDEX -1.9%(YTD) แนะเก็งกำไรหุ้น POLICYUNCERTAINTY อย่าง PTT, PTTEP, AMATA, WHA, DELTA,TU, ITC

 


HORIZON MARKET VIEW
ปัจจัยความเสี่ยงยังวนเวียนอยู่กับความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ - ภาษีทรัมป์
วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ย่อตัวลงราว -0.1% ถึง -0.8% โดยมีแรงกดดันหลักๆ มาจากกลุ่ม BANK (มีน้ำหนักในดัชนี S&P500 ราว 13%) นำโดย JPMORGAN ร่วงแรง -4.2% จากผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่กลุ่ม ENERGY ขยับขึ้นอย่างโดดเด่น (มีน้ำหนักในดัชนี S&P500 ราว 3%) หลังราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่ง +2.6% และ +7.6%YTD จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการประท้วงในอิหร่านรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน และอาจสูงถึง 6,000 ขณะที่ล่าสุดทรัมป์เรียกร้องให้ชาวอิหร่านเดินหน้าประท้วงต่อ พร้อมกับเผยว่า “ความช่วยเหลือของสหรฐฯ กำลังจะมาถึงแล้ว”


อีกหนึ่งประเด็นที่น่าติดตามในคืนนี้เวลา 22.00 คือ ลุ้นศาลฎีกาสหรัฐฯ อาจตัดสินเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของมาตรการเก็บภาษีศุลกากรที่ใช้โดยอ้างอิงกฎหมาย IEEPA (ไม่เปิดเผยล่วงหน้าว่าจะมีคำตัดสินใดบ้าง) ขณะที่โพลของ POLYMARKET ให้น้ำหนัก 32% คาดว่าศาลฯ จะตัดสินในวันนี้

ด้านท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ ดูค่อนข้างกังวลกับคำตัดสินกรณีศาลฯ สั่งคว่ำคดีภาษี โดยสหรัฐฯ อาจต้องคืนเงินภาษีมหาศาล รวมถึงต้องชดเชยค่าเสียหายให้บริษัทต่างชาติที่ยอมมาลงทุนตั้งโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อเลี่ยงภาษีเหล่านั้น ซึ่งมูลค่าอาจสูงถึงหลายล้านล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ เสี่ยงจ่ายคืนไม่ไหวและอาจเข้าขั้นวิกฤตทางการเงิน


REGION RADAR
XPENG ตั้งเป้ายอดส่งมอบรถยนต์ปีนี้สูงสุด 6 แสนคัน
XPENG ได้กำหนดเป้าหมายยอดส่งมอบรถยนต์ตลอดปี 2026 ไว้ที่ 550,000 ถึง 600,000 คัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับยอดส่งมอบในปี 2025 ที่ทำได้ 429,400 คัน เป้าหมายใหม่นี้จะถือว่าเติบโตขึ้นประมาณ 28.1% ถึง 39.7% YOY พร้อมเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 4 รุ่น ได้แก่ XPENG G01, XPENG G02, AND THE MONA SERIES D02 AND D03


ในปี 2025 บริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 429,400 คัน +125% YOY สำหรับยอดขายต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของยอดขายรวม โดย XPENG ส่งมอบรถในต่างประเทศไป 45,008 คัน (เติบโตขึ้น 96% จากปีก่อนหน้า) และบริษัทวางแผนที่จะเพิ่มยอดขายส่วนนี้ให้ได้เป็น 2 เท่าในปี 2026


JPMORGAN เผยงบไตรมาส 4 สูงกว่าคาด แต่ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง
JPMORGAN (JPM US) -4.19% แม้บริษัทจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25 อยู่ที่ $4.67 หมื่นล้าน +7% YOY ขณะที่ EPS อยู่ที่ $5.23 +9% YOY โดยราคาหุ้นได้รับแรงกดดันจากการรายงานธุรกิจ IB ที่ต่ำกว่าคาดค่อนข้างมากอยู่ที่ระดับ $2.34 พันล้าน -5% YOY (ต่ำกว่าคาด 7.9%) นอกจากนี้ บริษัทยังมีผลขาดทุนจากเครดิตที่ตั้งสำรองไว้ $2.2 พันล้าน จากดีลเข้าซื้อพอร์ต APPLE CARD จาก GOLDMAN SACHS

 

THAI FOCUS
เศรษฐกิจไทยแม้ชะลอตัว แต่คาดหวังมาตรการหลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น
แม้เศรษฐกิจไทยในปี 2026 กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ จาก BLOOMBERG ECONOMICS ชี้ให้เห็นสัญญาณอันตรายรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลกและความเปราะบางภายในประเทศ ซึ่งอาจฉุดรั้งให้เศรษฐกิจไทย -0.5%YOY เสริมแรงด้วยอัตราเงินเฟ้อยังติดลบต่อเนื่อง ซึ่งควรพึ่งพาการลดดอกเบี้ยจาก ธปท.ในการประชุมช่วงต้นปีเพื่อพยุง อย่างไรก็ตามการที่ BOND YIELD 10 ปี ปรับตัวขึ้นเหนือ POLICY RATE มากๆ สะท้อนถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น หรือนักลงทุนเริ่มเทขายพันธบัตรเพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยจะเห็นว่าในอดีต (แถบสีชมพูอ่อน) ช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ดอกเบี้ยมักจะถูกปรับลดลง แต่ปัจจุบันเราอยู่ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นหรือทรงตัวในระดับสูง ซึ่งทำให้ลดความกังวลการเกิดวิกฤตไปได้บ้าง


ซึ่งหนึ่งในความหวัง คือ นโยบายเศรษฐกิจของพรรคหลักที่เตรียมเข้ามาหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ซึ่งผล POLL ของหลายสำนักแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่สูสีระหว่างพรรคใหญ่ ทั้งพรรคประชาชน ภูมิใจไทย และเพื่อไทย หรือบางส่วนยังมีคะแนนของ "ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ" ซึ่งทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้น่าจับตามองเข้าไปอีก โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. พรรคประชาชน (สีส้ม)
นโยบายหลัก : เน้นการสนับสนุน SME และสินค้าไทย, การยกระดับตลาดทุน, ผลักดันอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (SEMICONDUCTOR), และสวัสดิการขนส่งสาธารณะ
หุ้นเด่น (TOP PICKS) : CPAXT, BJC, SVI, KCE, HANA, ASP, KGI, DELTA, BEM, BTS
2. พรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน)
นโยบายหลัก : เน้นสวัสดิการ (คนละครึ่ง/บัตรสวัสดิการ), ลดค่าไฟ, ส่งเสริมการออม (พันธบัตร/หวยเกษียณ), สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (SOFT LOAN), การลงทุนรัฐร่วมเอกชน (PPP), เศรษฐกิจสีเขียว (GREEN ECONOMY), และ AI
หุ้นเด่น (TOP PICKS) : CPALL, CPAXT, BJC, CBG, CP, CENTEL, ERW, กลุ่มธนาคาร (BBL, KBANK, SCB, KTB), กลุ่มการเงิน (SAWAD, MTC), กลุ่มพลังงานและก่อสร้าง (CK, STEC, AMATA, WHA, EA, BCPG), และกลุ่ม TECH (TRUE, ADVANC, BE8)
3. พรรคเพื่อไทย (สีแดง)
นโยบายหลัก : การแก้หนี้/พักหนี้, แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต, ลดค่าครองชีพ (เดินทาง, ค่าไฟ, รักษาพยาบาล), และยกระดับเศรษฐกิจด้วย AI
หุ้นเด่น (TOP PICKS) : KTB, SAWAD, CPALL, CPAXT, BJC, BTS, BEM, SC, AP, SPALI, SCC, TRUE, ADVANC, BE8


SYNAPSE STRATEGY
ELECTION RALLY แวะตลาดหุ้นญี่ปุ่นก่อน ยังไม่มาไทย
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เกิด ELECTION RALLY หลังนายกฯ ญี่ปุ่นกำลังพิจารณายุบสภา เพื่อจัดตั้งการเลือกตั้งทั่วไป อาจเกิดขึ้นก่อนวันที่ 8 ก.พ. ตลาดหุ้น NIKKEI ตอบสนองในเชิงบวก 8%YTD

ขณะที่ตลาดหุ้นไทย แม้จะมีการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 68 เช่นกัน แต่นักลงทุนยังขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้FUND FLOW ยังไหลออก 5.6 พันล้านบาท (YTD) และสถาบันขายอีก 6.4 พันล้านบาท กดดัน SET INDEX -1.9%(YTD) แนะเก็งกำไรหุ้น POLICY UNCERTAINTY ทรัมป์ 2.0 อย่าง หุ้นน้ำมัน PTT, PTTEP, TOP, SPRC หุ้นได้ประโยชน์หาก TARIFF ผิดกฎหมาย AMATA, WHA, DELTA, TU, ITC
หุ้น POLICY UNCERTAINTY (ทรัมป์ 2.0 ปี 2)

 


จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้