Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

84

 

เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้น EMERGING


HORIZON MARKET VIEW
• ศุกร์ที่ผ่านมา ศาลฎีกาสหรัฐฯ ยังไม่ได้มีการตัดสินเกี่ยวกับความถูกต้องตาม กฎหมายของมาตรการเก็บภาษีศุลกากรที่ใช้โดยอ้างอิงกฎหมาย IEEPA ทั้งนี้ศาลฯ ประกาศว่าวันที่ 14 ม.ค. 69 จะเป็นวันถัดไปเผยแพร่คำตัดสินในคดีที่มีการไต่สวนแล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยล่วงหน้าว่าจะมีคำตัดสินใดบ้าง โดยจะมีการประกาศเมื่อผู้พิพากษา ขึ้นบัลลังก์เวลา 10.00 น. ตามเวลาวอชิงตัน อย่างไรก็ดี ผลสำรวจของ POLYMARKET ให้น้ำหนักเกิน 80% คาดว่าศาลฯ จะมีคำตัดสินภายในวันที่ 31 ม.ค. 69
• การประท้วงที่รุนแรงในอิหร่าน จากวิกฤตค่าเงินและเศรษฐกิจทรุดหนัก ทำให้ตลาด กังวลเกี่ยวกับความไม่ต่อเนื่องของการผลิตน้ำมัน เนื่องจากอินหร่านผลิตน้ำมันได้ ราว 3.3 ล้านบาร์เรล/วัน สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของกลุ่ม OPEC (คิดเป็นสัดส่วน 11.4%) และจากสถิติในอดีตพบว่า ราคาน้ำมันดิบมักดีดตัวในช่วงเกิดสงครามรุนแรง


REGION RADAR
• รายได้จากการเล่นเกม GGR ในเดือน ธ.ค. อยู่ที่ MOP2.08 หมื่น ล้าน +15% YOY โดยบริษัทที่สามารถเพิ่ม MARKET SHARE ได้ จากคู่แข่งที่โดดเด่นในครั้งนี้คือ GALAXY ENTERTAINMENT แนะนำเก็งกำไรระยะสั้น GALAXY ENTERTAINMENT (27 HK)
• INTEL (INTC US) +10.8% หลัง TRUMP พบกับ CEO เพื่อหารือ เกี่ยวกับความคืบหน้าของไลน์โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ของ INTEL โดย TRUMP กล่าวชื่นชมความสำเร็จของบริษัทพร้อมระบุว่า “ราคาหุ้น INTEL +70% นับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศแผนเข้าซื้อหุ้น

 

THAI FOCUS
• งบประมาณจัดการเลือกตั้งปี 2569 คาดไว้ที่ 8,978 ล้านบาท พุ่งขึ้น เกือบเท่าตัวจากปี 2566 (5,945 ล้านบาท) สาเหตุหลักมาจาก ค่าทำ ประชามติ (แก้ไขรัฐธรรมนูญ) การใช้ ระบบบัตร 2 ใบ และ การเพิ่ม หน่วยเลือกตั้ง
• การเลือกตั้งส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร : สถิติชี้ว่าตลาดหุ้น (SET) มัก ปรับตัวขึ้นในช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะ 2 สัปดาห์ก่อน เลือกตั้ง เฉลี่ย +2.1% และ 1 เดือนหลังรู้ผล เฉลี่ย +2.6%(ตามข้อมูล การเลือกตั้งย้อนหลัง 6 ครั้งล่าสุด)


SYNAPSE STRATEGY
• ความไม่สงบในตะวันออกกลาง บวกนักลงทุนรอศาลฎีกาตัดสิน ประเด็น TARIFF คาด 14 ม.ค. หรือ 31 ม.ค. หนุนเม็ดเงินเข้าตลาด หุ้น EMERGING ชัดเจน โดยเกาหลีใต้ +9.7%YTD จีน +5%YTD ฟิลิปปินส์ +4.9%YTD, เวียดนาม +4.7%YTD • ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยัง LAGGARD -0.4%YTD หวังเริ่มใกล้เลือกตั้ง จะช่วยหนุนเม็ดเงินทยอยไหลเข้าเพิ่มเติม กลยุทธ์แนะนำ GOLD19, HKEX23 และ PTTEP, PTT เก็งกำไร DELTA, WHA


HORIZON MARKET VIEW

12 January 2026 คดีภาษีของทรัมป์ยังไม่ตัดสิน...แต่ยังมีความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ต้องติดตาม ศุกร์ที่ผ่านมา ศาลฎีกาสหรัฐฯ ยังไม่ได้มีการตัดสินเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของมาตรการเก็บภาษี ศุลกากรที่ใช้โดยอ้างอิงกฎหมาย IEEPA ทั้งนี้ศาลฯ ประกาศว่าวันพุธที่ 14 ม.ค. 69 จะเป็นวันถัดไปเผยแพร่คำ ตัดสินในคดีที่มีการไต่สวนแล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยล่วงหน้าว่าจะมีคำตัดสินใดบ้าง โดยจะมีการประกาศเมื่อผู้ พิพากษาขึ้นบัลลังก์เวลา 10.00 น. ตามเวลาวอชิงตัน อย่างไรก็ดี ผลสำรวจของ POLYMARKET ให้น้ำหนักเกิน 80% คาดว่าศาลฯ จะมีคำตัดสินภายในวันที่ 31 ม.ค. 69


อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ “ความเสี่ยงเชิงภูมิรฐศาสตร์” หลังทั่วโลกต่างเพิ่มงบประมาณ กลาโหมอย่างหนัก เพื่อรับมือกับภัยคุกคามระหว่างประเทศ ซึ่งล่าสุด สหรัฐฯ มีการเรียกร้องขอเพิ่มงบประมาณ ด้านการป้องกันประเทศสำหรับปีงบประมาณ 2027 จาก 0.9 ล้านล้านดอลลาร์ พุ่งเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (+ 58%) พร้อมกับเรียกร้องให้ NATO เพิ่มงบกลาโหมเป็น 5% ของ GDP นอกจากนี้ หลายประเทศในแถบเอเชียยังมี การเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศในปีนี้เช่นกัน อาทิ ไต้หวัน +20.1%YOY, เกาหลีใต้ +7.5%YOY, ญี่ปุ่น +3.9%YOY เป็นต้น

 

ขณะที่ประเด็นหลักที่ต้องจับตา คือ การประท้วงที่รุนแรงในอิหร่าน จากวิกฤตค่าเงินและเศรษฐกิจทรุดหนัก ทำให้ ตลาดกังวลเกี่ยวกับความไม่ต่อเนื่องของการผลิตน้ำมัน เนื่องจากอินหร่านผลิตน้ำมันได้ราว 3.3 ล้านบาร์เรล/ วัน สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของกลุ่ม OPEC (คิดเป็นสัดส่วน 11.4%) และจากสถิติในอดีตพบว่า ราคาน้ำมันดิบมักดีด ตัวในช่วงเกิดสงครามรุนแรง ตั้งแต่ +7% ถึง +27%


สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ การประท้วงในอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 และกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายครั้งใหญ่ ที่สุดต่อระบอบการปกครองในกรุงเตหะรานในรอบหลายปี ด้านรัฐบาลเตหะรานเตือนสหรัฐและอิสราเอลไม่ให้ แทรกแซง รวมถึงการสื่อสารถูกตัดเกือบทั้งหมด ทำให้ติดตามสถานการณ์ได้ยาก และสายการบินต่างชาติ ยกเลิกเที่ยวบินเข้าอิหร่าน


REGION RADAR รายได้จากการเล่นเกมมาเก๊า (GGR) ยังเติบโตต่อเนื่อง รายได้จากการเล่นเกม GGR ในเดือน ธ.ค. อยู่ที่ MOP2.08 หมื่นล้าน +15% YOY เป็นการเติบโตต่อเนื่องที่ แข็งแกร่งจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังมาเก๊ามากขึ้นในปีนี้


ในส่วนของภาพรวมตลาดเกมมาเก๊าในเดือน ธ.ค. บริษัทที่สามารถเพิ่ม MARKET SHARE ได้จากคู่แข่งที่โดด เด่นในครั้งนี้คือ GALAXY ENTERTAINMENT

 


INTEL CORPORATION (INTC US) +10.8% หลัง TRUMP พบกับ CEO ของทางบริษัท ประธานาธิบดี DONALD TRUMP ได้พบกับ LIP-BU TAN ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ INTEL ที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าของไลน์โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ของ INTEL โดย TRUMP กล่าวชื่นชมความสำเร็จ ของบริษัทพร้อมระบุว่า “ราคาหุ้น INTEL เพิ่มขึ้นกว่า 70% นับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศแผนเข้าซื้อหุ้น” ซึ่ง ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ถือหุ้นราว 5.5% ของบริษัท ซึ่งการถือหุ้นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ ยุทธศาสตร์ “NATIONAL SEMICONDUCTOR REVITALIZATION” มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมชิป ภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศ


THAI FOCUS
เมื่อสถิติหุ้นมักพุ่งในช่วงเลือกตั้ง สวนทางงบเลือกตั้งที่จ่อทะลุ 9 พันล้าน งบประมาณการจัดการเลือกตั้งในปี 2569 (ทำไมถึงแพงขึ้น?) สู่ระดับ 8,978 ล้านบาท ขณะที่ปี 2544 ที่ใช้เพียง 2,000 ล้านบาท มาสู่ปี 2566 ที่ 5,945 ล้านบาท เท่านั้น เกิดจากปัจจัยสำคัญ 3 ประการ หลักๆ ดังนี้
• ค่าใช้จ่ายในการทำประชามติ (แก้ไขรัฐธรรมนูญ) ซึ่งกระบวนการทำประชามตินั้นใช้งบประมาณใกล้เคียง กับการเลือกตั้งใหญ่ 1 ครั้ง (ประมาณ 3,000 - 4,000 ล้านบาท) เมื่อนำมารวมกับงบเลือกตั้งทั่วไป จึง ทำให้ยอดรวมพุ่งแตะหลัก 9 พันล้านบาท • ระบบเลือกตั้ง "บัตร 2 ใบ" (ใบหนึ่งเลือกคนที่รัก-ส.ส.เขต, อีกใบเลือกพรรคที่ชอบ-ส.ส.บัญชีรายชื่อ)
• จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและหน่วยเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้น เพื่อลดความแออัด (SOCIAL DISTANCING ที่ ตกค้างมาจากยุค COVID-19)

ส่วนช่วงเวลาหาเสียงของแต่ละพรรคน้อยลงทุกที ตามการมีจัดดีเบตครั้งใหญ่เกิดขึ้นของหลายสำนักข่าว ทำให้ เห็นมุมมองต่อการเดินหน้าเศรษฐกิจมากขึ้นของแต่ละพรรค โดยผล POLL(คะแนน) ของหลายสำนักแสดงให้เห็น ถึงการแข่งขันที่สูสีระหว่างพรรคใหญ่ ทั้งพรรคประชาชน ภูมิใจไทย และเพื่อไทย หรือบางส่วนยังมีคะแนนของ "ผู้ที่ ยังไม่ตัดสินใจ" ซึ่งทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้น่าจับตามองเข้าไปอีก อย่างไรก็ตามนโยบายหาเสียงหลักๆของแทบทุก พรรค คงเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก


ซึ่งข้อมูลสถิติย้อนหลัง 6 ครั้งล่าสุดชี้ว่า ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งเป็นช่วงที่ SET ขึ้นแรงที่สุด เฉลี่ย +2.1% ส่วน หลังการเลือกตั้ง ความคึกคักมักจะยังคงอยู่ โดยสถิติชี้ว่า 1 เดือนหลังรู้ผล ตลาดยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ และให้ ผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมถึง 2.6%

ดังนั้น หุ้นที่ได้ประโยชน์คงเป็น กลุ่มค้าปลีก อาทิ CPALL, CPAXT ได้ประโยชน์โดยตรงจากเม็ดเงินหาเสียง หมุนเวียนและการแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ กลุ่มเช่าซื้อ MTC, TIDLOR ความหวังเรื่องนโยบายแก้หนี้ หรือการ กระตุ้นกำลังซื้อรากหญ้า รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่รองรับ FUND FLOW ไหลเข้า PTT, PTTEP, GULF, DELTA, KCE, TOP, BDMS, BBL, KBANK, SCB, SCC, IVL ฯลฯ

 

SYNAPSE STRATEGY
SET ออกสตาร์ทช้ากว่าหุ้น EMARGING แต่หวังว่าจะออกวิ่งตามเพื่อน
ความไม่สงบในตะวันออกกลาง หนุนราคาน้ำมันทยอยปรับขึ้น บวกนักลงทุนรอศาลฎีกาตัดสินประเด็น TARIFF ตลาดคาดตัดสินวันที่ 14 ม.ค. 3 ใน 10 หรือ 31 ม.ค. 8 ใน 10 ทั้ง 2 ประเด็นหนุนเม็ดเงินทยอยไหลเข้าตลาดหุ้น EMERGING ชัดเจน โดยเฉพาะ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ +9.7%YTD, จีน +5%YTD, ฟิลิปปินส์ +4.9%YTD, เวียดนาม +4.7%YTD


ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยัง LAGGARD -0.4%YTD และยังขาดเม็ดเงินใหม่หนุน ทำให้เห็นการสลับการลงทุนจากหุ้น ในกลุ่มบริการ มาที่หุ้นในกลุ่มการผลิต ตามกระแสการลงทุนของโลกมากขึ้น สะท้อนจากกลุ่มอุตสาหกรรม INDUS +3.6%YTD, PROPCON +1.4%, RESOURC +1% ตรงข้ามกับ SERVICE -1.7%, TECH -2.0%

หวังเริ่มใกล้เลือกตั้งจะช่วยหนุนเม็ดเงินทยอยไหลเข้าตลาดหุ้นไทยเพิ่มเติม กลยุทธ์แนะนำ GOLD19, HKEX23 และ PTTEP, PTT เก็งกำไร DELTA, WHA

 

 

 

Research Division
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 075365
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้