Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.เมย์แบงก์ : AT THE OPEN

121

 

 


AT THE OPEN (#ATO)
SET Index ลุ้นฟื้นตัว
หุ้นเด่นเลือก MTC

Market Strategy
SET Index ลุ้นฟื้นตามกรอบ 1230-1250 จุด สภาพแวดล้อมหุ้นโลกและราคาน้ำมันดิบยังปิดบวก ด้านในประเทศประเด็นลดเงินนำส่ง FIDF มอง Slightly Positive ต่อกลุ่มธนาคาร หุ้นเด่นวันนี้เลือก MTC ประเด็นติดตามวันนี้รายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ธ.ค. คาดทรงตัว +2.7%YoY

ปัจจัยต่างประเทศตลาดหุ้นสหรัฐฯยังเดินหน้าบวกต่อในช่วง 0.16% - 0.26% ท่ามกลางความผันผวนที่สูงขึ้นจากช่วงแรกราคาหุ้นที่ปรับลงจากความกังวลเรื่องการแทรกแซงความเป็นอิสระ FED หลังมีข่าวกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯจะสอบสวนประธาน FED จากข้อกล่าวหาการให้การเท็จเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารของ FED และแรงกดดันจากกลุ่มการเงินที่ถูกกดดันหลังทรัมป์จะควบคุมจำกัดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่เกิน 10% เป็นเวลา 1 ปีเริ่ม 20 ม.ค.69 แต่ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มค้าปลีกและเทคฯ ช่วยพลิกตลาดหุ้นยืนในแดนบวก ด้านราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น +1.1% แรงหนุนยังมาจากความกังวลด้านอุปทานจากเหตุประท้วงในอิหร่าน ดีต่อตลาดหุ้นเอเซียเช้านี้ไปต่อ และคาดยังบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน Upstream และโรงกลั่นของบ้านเรายังชอบ PTTEP SPRC

ธปท. ประกาศลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ลงเหลือ 0.32% (จากเดิม 0.46%) ของฐานเงินฝากสำหรับปี 69 เพื่อให้ธนาคารส่งผ่านต้นทุนที่ลดลงนี้ไปช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง เรามีมุมมอง Slightly Positive เนื่องจากค่าธรรมเนียม FIDF ถือเป็นต้นทุนการดำเนินงานที่สำคัญของธนาคารซึ่งคำนวณจากสัดส่วนของฐานเงินฝากทั้งหมดจากข้อมูล ณ สิ้นเดือนพ.ย. 69 ยอดเงินฝากรวมอยู่ที่ 17.5 ล้านล้านบาท ดังนั้นการลดค่าธรรมเนียมลง 14 bps จะช่วยให้ระบบธนาคารประหยัดต้นทุนได้ประมาณ 2.45 หมื่นล้านบาท คาดว่าธนาคารจะส่งผ่านการประหยัดต้นทุนนี้เพื่อสนับสนุนกลุ่ม SMEs และรายย่อยที่ยังคงเผชิญกับปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา ช่วยบรรเทาความเสี่ยง NPL และอาจส่งผลให้ธนาคารสามารถลด Credit Cost ลงได้ในปีนี้ ในช่วงโควิดปี 63-65 เคยมีการลดค่าธรรมเนียม FIDF ลง 23 bps ซึ่งนำไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 40 bps เรายังคงเลือก BBL เป็น Top Pick ของกลุ่ม

 

Market Summary
SET Index ปิดที่ 1242.20 จุด ลดลง -11.89 จุด หรือ -0.95% สวนทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับขึ้นเป็นส่วนใหญ่ แรงกดดันจาก DELTA -1.8% ความกังวลต่อกำลังซื้อในประเทศที่ซบเซากดดันต่อหุ้นกลุ่มภาคบริโภคอย่างกลุ่มค้าปลีก -2.8% กลุ่มไฟแนนซ์ -2.1% กลุ่มอสังหาฯ -1.2% และกลุ่ม ร.พ. -3.8% จากตลาดยังกังวลต่อประเด็น AIA เตรียมยกเลิกขายประกันเหมาจ่ายและจะเน้นขายเฉพาะแผน Co-payment สะท้อนภาพอุตสาหกรรมประกันกำลังคุมเข้มการเคลม ด้านกลุ่มที่ปรับขึ้น Defensive อย่าง ICT จาก ADVANC +2.2% TRUE +0.9% จากแนวโน้มผลประกอบการ 4Q68 โตทั้ง QoQ และ YoY และกลุ่มพลังงานปันผลสูงอย่าง BCP +0.9% PTT +0.8%


DAILY Stock Pick
MTC
มูลค่าหุ้นถูกเกินไป
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 47.00 บาท
ราคาปัจจุบันของ MTC เท่ากับราคาในช่วงทำจุดต่ำสุดในเดือน มี.ค. 2563 ณ ปัจจุบันถูกขาย PE’69 ที่ 9 เท่า (-1.5SD) ขณะที่การเติบโตของกำไรในปี 69-70 เฉลี่ย 8% เทียบกับกลุ่มที่ 6-7%
เราเลือก MTC เป็น Top pick กลุ่ม เนื่องจากความเป็นผู้นำสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ซึ่งการปล่อยสินเชื่อขนาดเล็ก ช่วยจำกัดความเสี่ยง ขณะที่ NPL ยังควบคุมได้ในระดับ 2.6% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 3.4%ขณะที่กำไร 4Q68 โตเด่นกว่ากลุ่มทั้ง YoY และ QoQ


Technical View
แนวรับ : 28.50 บาท
แนวต้าน : 31.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 27.00 บาท

 


WEEKLY Stock Pick
GFPT
บาทอ่อน ผสานราคาไก่ฟื้นตัว
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 12.70 บาท
ค่าเงิน USDTHB อ่อนค่า 1% นับตั้งแต่แข็งค่ามากที่สุดในเดือน ธ.ค. ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจาก BOT ออกมาตรการสกัดเงินบาทแข็ง เป็นปัจจัยหนุนกลุ่มส่งออกอย่าง GFPT
ราคาไก่เนื้อภายในประเทศ ฟื้นตัว อยู่ในระดับ 39 บาท/กิโลกรัม ในเดือน ธ.ค. จาก 36.5 บาท/กิโลกรัม ในเดือน ต.ค. หนุนจากอุปสงค์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เราคาดกำไรไตรมาส 4 โต YoY ณ ปัจจุบัน ถูกซื้อขายที่ PE’69 เพียง 5.5 เท่า

Technical View
แนวรับ : 10.50 บาท
แนวต้าน : 11.50 บาท
จุดตัดขาดทุน : 10.00 บาท

 

 

 

KEY FACTOR
เงินเฟ้อจีนฟื้นตัวในเดือน ธ.ค. จากแรงขับเคลื่อนของราคาอาหารและการใช้จ่ายช่วงเทศกาล โดย CPI เร่งขึ้นเป็น +0.8%YoY ในขณะที่ Core CPI ทรงตัวที่ +1.2% ทั้งปี 2568 ยังอยู่ที่ 0% ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2562 ยังสะท้อนแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากความต้องการในประเทศที่อ่อนแอ ขณะที่ PPI -1.9%YoY ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 39 สะท้อนเปราะบางของภาคการผลิต อย่างไรก็ตามตัวเลขที่ออกมาสะท้อนความเสี่ยงดังกล่าวและการฟื้นตัวยังเป็นลักษณะแรงส่งจากฝั่งต้นทุน (cost-driven) มากกว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์ จึงเปิดช่องให้ PBOC คงท่าทีผ่อนคลายนโยบายต่อในปี 2569

ตลาดการเงินสหรัฐสะท้อนมุมมองที่ระมัดระวัง แม้ในระยะสั้น S&P500 ยังปรับขึ้นปิดบวกได้ต่อเนื่อง +0.16% แต่ความกังวลต่อการแทรกแซงนโยบายการเงินจากฝั่งการเมืองยังเป็น overhang ระยะสั้น ขณะเดียวกันตลาดรอการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อคืนนี้


EYES ON
13 ม.ค. อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ธ.ค.
14 ม.ค. ดัชนี PPI สหรัฐฯ เดือน พ.ย., การส่งออก-นำเข้าจีน เดือน ธ.ค.

 

นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้