Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

98

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 12 ม.ค.69 ปิด -11.89 จุด อยู่ที่ 1,242.20 จุด มูลค่าการซื้อขาย 34,141 ลบ.ลบ. พอร์ตโบรกขาย 224 ลบ.ต่างชาติขาย 226 ลบ. สถาบันขาย 2,970 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,420 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 148 ลบ. โดยซื้อ PTT,BBL,PTTEP,ADVANC,TTB และขาย TRUE,KBANK,AOT,GULF,TISCO มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,623 ลบ. หลักทรัพย์ที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,CNROBOAI23,CN23 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 8,877 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Short สุทธิรวม 36,984 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 508 ลบ

 Market View

  • DJIA +0.17%, S&P500 +0.16%, Nasdaq +0.26% นำโดยกลุ่มสินค้าอุปโภค +1.4% หลัง Walmart +3% กำลังจะถูกนำเข้าไปคำนวณในดัชนี Nasdaq 100 ในวันที่ 20 ม.ค. นี้ ขณะที่กลุ่มการเงิน -0.8% หลัง ปธน.ทรัมป์ได้ร้องขอให้ธนาคารจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งอาจส่งผลลบต่อกำไรของกลุ่มธนาคาร โดยในช่วงเปิดตลาดดัชนีหุ้นปรับลดลง หลัง ก.ยุติธรรมเตรียมสอบสวนคดีอาญาต่อ ปธ.เฟดในเรื่องงบประมาณปรับปรุงอาคารสำนักงานของเฟด ส่งผลให้นักลงทุนกังวลประเด็นการเมืองอาจเข้าไปแทรกแซงความเป็นอิสระของเฟด ข้อมูลเศรษฐกิจค่ำวันนี้ติดตามติดตาม US CPI ธ.ค. คาดทรงตัวอยู่ที่ 7% YoY และรายงานกำไร Q4/68 ของกลุ่มธนาคารสหรัฐ เช่น JPMorgan Chase, Bank of America, Citi Group, Morgan Stanley
  • Stoxx600 ยุโรป +0.21%, DAX +0.6% ปิดทำจุดสูงสุดใหม่ นำโดยกลุ่มโลหะ เช่น Aurubis, Fresnillo ได้แรงหนุนจากราคาทองคำ, ทองแดง, เงิน ที่ปรับขึ้น ส่วนกลุ่มกลาโหม +0.50% หลังสหรัฐเตรียมเพิ่มงบประมาณของกองทัพในปี 2570 ไปที่ 1.5 ลล.ดอลลาร์สหรัฐ และ Besi ผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตชิป +7.3% หลังคำสั่งซื้อในงวด Q4/68 เติบโตดี ขณะที่กลุ่มยานยนต์ปรับลดลง นำโดย Porsche -6% จากความกังวลต่อผลประกอบการ , Volkswagen -1.3% หลังยอดส่งมอบรถยนต์ใน Q4/68 -49% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวันศุกร์ติดตาม CPI เยอรมัน ธ.ค. คาดทรงตัวที่ 8% YoY
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ Kospi เกาหลีใต้ +0.84% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ LIG Nex1 +3.3%, ผู้ผลิตเครื่องบิน Kerea Aerospace Industries +2.7%, ผู้ผลิตแบตเตอรี่ LG Energy Solution +4.4% และ SK Hynix +0.67% ส่วนฮั่งเส็ง +1.44% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี เช่น Meituan +6.6%, JD Health Intl +5.0% และ Xiaomi +2.4%  เช่นเดียวกับดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.09% นำโดยหุ้นกลุ่ม AI เช่น BlueFocus Intelligent +20.0% กอปรกับรัฐบาลจีนเตรียมใช้ ม.ด้านการเงิน & การคลังเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ สัปดาห์นี้วันพุธติดตามตัวเลขส่งออกจีน ธ.ค. คาด 0% & พ.ย. 5.9% YoY
  • SET -0.95% ปริมาณการซื้อขาย 4 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 226 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 224 ลบ. สถาบันขาย 2,970 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,420 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่ม รพ. -3.8% หลังบริษัทประกันรายใหญ่เตรียมยกเลิกการขายประกันแบบเหมาจ่ายมาเป็นแบบ Co-payment แทน ซึ่งคาดจะกระทบด้านลบต่อกำไรของกลุ่ม รพ. ส่วนกลุ่มค้าปลีก -2.8% หลังยอดขาย SSSG ของกลุ่มค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้า Hardline ใน ธ.ค. ยังมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มวัสดุก็ -1.76% นำโดย SCC -2.5% หลังนักวิเคราะห์คาดกำไรในงวด Q4/68 มีโอกาสชาดทุน หลังบริษัทได้ยุติกิจการของ Noc Noc รวมถึงยังอาจมีผลขาดทุนจากสต็อคของกลุ่มปิโตรเคมี โดยภาพรวมนักลงทุนกังวลต่อกำไร Q4/68 ของ บจ.ขนาดใหญ่ที่มีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังมีความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาศตร์ และรอศาลฎีกาสหรัฐจะพิจารณากรณีการเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐว่าเข้าข่ายใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่ในวันที่ 14 ม.ค. นี้ ส่วนวันนี้ติดตามข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมา และวันพรุ่งนี้ TISCO จะรายงานกำไร Q4/68 ซึ่ง BB คาดที่ 1.63 พัน ลบ. -5.5% QoQ, -3.9% YoY

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,230 – 1,240 แนวต้าน 1,250 – 1,260 คาดดัชนียังฟื้นตัวได้จำกัด หลังกำไร บจ.ขนาดใหญ่ในงวด Q4/68 มีแนวโน้มชะลอตัว และยังรอการเริ่มรายงานกำไร Q4/68 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แนะนำทยอยซื้อกลุ่มปลอดภัย & ปันผล เช่น SCB, TTB, ADVANC, LH, TLI, GULF       
  • PRM* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.70 บาท)แนวโน้ม 4Q68 คาดกำไรปกติลดลง QoQ เนื่องจากมีเรือ VLCC ที่เข้า Dry Dock แต่จะโต YoY ได้ตามกำลังการให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามกองเรือที่มีมากกว่าปีก่อน โดยธุรกิจ OSV มีปัจจัยหนุนจากเรือ Crew Boat ใหม่ และเรือ AWB ที่ทำสัญญาใหม่ ทั้งนี้สิ้นปี 68 บริษัทจะมีจำนวนเรือทั้งสิ้น 70 ลำ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มี 63 ลำ ส่วนปี 69 จะมีเรือเข้ามา 4 ลำ เริ่มรับมอบในช่วง 1Q69 จำนวน 2 ลำ สำหรับแผนการลงทุนในการจัดหาเรือใหม่เพื่อทดแทนเรื่อที่มีอายุมาก 2H69 จะสั่งต่อเรือ PCT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและได้อัตราค่าเช่าที่สูงขึ้น ทั้งนี้ในปี 68-69 ตลาดคาดการณ์กำไรที่ 4 พันล้านบาท (+14%YoY) และ 2.5 พันล้านบาท (+3%YoY) valuation ไม่แพงด้วย PER’25 ที่ 7.1 เท่า และ Div.Yield เฉลี่ยต่อปีราว 8%
  • PYLON* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 3.29บาท)กำไรสุทธิ 3Q68 อยู่ที่ 62 ลบ.+360%YoY +6%QoQ ตามรายได้ที่โตจากการส่งมอบงาน(เช่น MRT สายสีส้ม) ส่วน GPM สุงขึ้นจากประมูลงานได้ราคาดีและเพิ่มสัดส่วนให้บริการ Diaphragm Wall ที่ Margin สูง ด้าน Backlog แข็งแกร่งที่ 1,659 ลบ. ขณะที่แนวโน้มกำไร 4Q68 คาดว่าจะดีต่อเนื่อง การใช้เครื่องจักรสูงสุดอยู่ที่ราว 19 ชุด(3Q68 ราว 15-17 ชุด) และ ช่วงถัดไป คาดการใช้เครื่องจักรอยู่ที่ราว 18-20 ชุดใน 1Q69 รับงานโครงการใหญ่ของ BDMS Wellness ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรปี68 และ 69 ของ PYLON* ที่ 201ลบ.(จาก 5 ลบ.ในปี67)และ 205ลบ.+2%YoY

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ก.พ. +$0.38 อยู่ที่ $59.50 / บาร์เรล, Brent มี.ค. +$0.53 อยู่ที่ $63.87/บาร์เรล จากความกังวลการประท้วงในอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน และกังวลสหรัฐอาจใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้าแทรกแซงอิหร่าน แต่ราคาน้ำมันลดช่วงบวกลง เนื่องจากตลาดคาดเวเนซุเอลาจะกลับมาส่งออกน้ำมันในเร็ว ๆ นี้

 

Gold Update(+) Comex Gold ก.พ.+$113.80 อยู่ที่ $4,614.70/ออนซ์ หลังนักลงทุนกังวลความเป็นอิสระของเฟด หลังอัยการของรัฐบาลกลางจะเปิดสอบสวนทางอาญาในเรื่องการใช้งบปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด ส่วนค่ำวันนี้ติดตามข้อมูล US CPI ธ.ค. คาดทรงตัวที่ 2.7% YoY

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +8.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นไทย -7.25 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด +6.35 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +9.01 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 31.28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.181 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -29 จุด อยู่ที่ 1,659

(+) BitCoin เช้านี้ +0.01% อยู่ที่ 91,393 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

12 ม.ค.     สรท. แถลงภาพรวมสถานการณ์การส่งออกไทย Outlook 2026

สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

 

ต่างประเทศ

13 ม.ค.     US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ธ.ค.)

                US ยอดขายบ้านใหม่  (ธ.ค.)

14 ม.ค.     US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (พ.ย.)

                US ดัชนียอดขายปลีก (เดือนต่อเดือน) (พ.ย.)

                US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales)  (ธ.ค.)

15 ม.ค.     US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  (ม.ค.)

 

 

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio January 2026: PYLON*, GULF, ADVANC, PTTEP, SHR*

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้