สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(12 มกราคม 2568)----------บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ภาวะการลงทุนในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งจากคำตัดสินทางกฎหมายที่สำคัญในสหรัฐฯ และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม สถิติชี้ให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยมักได้รับอานิสงส์เชิงบวกในช่วงที่มีการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งอาจเป็นแรงส่งสำคัญให้ตลาดหุ้นไทยกลับมามีความคึกคักอีกครั้ง
สถิติชี้หุ้นไทยมักพุ่งก่อนและหลังเลือกตั้ง สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้ปัจจุบันจะยังอยู่ในสถานะ Laggard (-0.4% YTD) เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้ที่พุ่งขึ้น +9.7%YTD แต่การเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้งปี 2569 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ตามแหล่งข้อมูล งบประมาณจัดการเลือกตั้งปี 2569 คาดไว้สูงถึง 8,978 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2566 เนื่องจากมีการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญและการใช้ระบบบัตร 2 ใบ สถิติย้อนหลังจากการเลือกตั้ง 6 ครั้งล่าสุดระบุว่า:
• ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง: SET Index มักปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย +2.1%
• ช่วง 1 เดือนหลังรู้ผลเลือกตั้ง: ตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ยสะสมถึง +2.6%
กลยุทธ์การลงทุนและหุ้นแนะนำ ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน แหล่งข้อมูลแนะนำกลยุทธ์เน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินหมุนเวียนในช่วงเลือกตั้งและหุ้นขนาดใหญ่ที่รองรับ Fund Flow
• กลุ่มค้าปลีก: CPALL, CPAXT ได้อานิสงส์จากการหาเสียงและการกระตุ้นเศรษฐกิจ
• กลุ่มเช่าซื้อ: MTC, TIDLOR รับผลบวกจากนโยบายแก้หนี้และกำลังซื้อรากหญ้า
• หุ้นขนาดใหญ่และกลุ่มพลังงาน: PTT, PTTEP, GULF, DELTA รวมถึงหุ้นที่น่าสนใจในต่างประเทศอย่าง GOLD19 และ HKEX23
ในภาพรวม ตลาดหุ้นไทยกำลังเปลี่ยนผ่านการลงทุนจากกลุ่มบริการเข้าสู่กลุ่มการผลิตตามกระแสโลก ซึ่งเห็นได้ชัดจากกลุ่มอุตสาหกรรม INDUS ที่ขยายตัว +3.6%YTD สวนทางกับกลุ่ม SERVICE และ TECH ที่หดตัวลง