สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(12 มกราคม 2568)--------สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนในสัปดาห์แรกของปี 2569 ท่ามกลางแรงขายของต่างชาติ
SET Index ดีดตัวขึ้นในวันทำการแรกของปี 2569 นำโดย แรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตามทิศทางการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ รวมถึงหุ้นกลุ่มแบงก์ก่อนประกาศงบไตรมาส 4/2568 อย่างไรก็ดี SET Index กลับมาแกว่งตัวในกรอบแคบในช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด ประกอบกับตลาดรอประเมินประเด็นความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลาและจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา รวมถึงติดตามประเด็นการเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด
ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งจากปัจจัยเฉพาะตัว รวมถึงหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์จากความกังวลเรื่องหนี้เสียท่ามกลางความเปราะบางของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี แรงซื้อคืนหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่ร่วงลงแรงก่อนหน้านี้ในช่วงท้ายสัปดาห์มีส่วนช่วยประคองดัชนีหุ้นไทยไม่ให้ร่วงลงต่อ ขณะที่นักลงทุนกลับมารอติดตามข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ รวมถึงคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ เกี่ยวกับประเด็นความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
• ในวันศุกร์ที่ 9 ม.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,254.09 จุด ลดลง 0.44% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 40,600.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.34% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.00% มาปิดที่ระดับ 214.89 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (12-16 ม.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,240 และ 1,230 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,270 และ 1,285 จุด ตามลำดับ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. 2568 ดัชนีราคาผู้ผลิตและยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. 2568 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ผลผลิคภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ของยูโรโซนและอังกฤษ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนธ.ค.ของญี่ปุ่น ตลอดจนตัวเลขส่งออกและยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวนเดือนธ.ค. ของจีน