สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(8 มกราคม 2569)----------บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า เศรษฐกิจไทย: ปัญหาเชิงโครงสร้างและวิกฤตการนำเข้า
• GDP ต่ำกว่าศักยภาพ: ปี 2026 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 1.8% เนื่องจากเครื่องยนต์หลักอย่างภาคส่งออกไม่สามารถขับเคลื่อนได้เหมือนในอดีต จากผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็งค่า และการที่ไทย "ตกขบวน" สินค้าเทคโนโลยีและ AI เมื่อเทียบกับเวียดนาม ไต้หวัน และเกาหลีใต้
• สินค้าจีนทะลัก: สัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากจีนพุ่งสูงถึง 31% ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทย และเสี่ยงทำให้ไทยเปลี่ยนสภาพจากฐานการผลิตกลายเป็นเพียงผู้บริโภคสินค้าต่างประเทศ
• เงินเฟ้อติดลบ: อัตราเงินเฟ้อไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำและติดลบ โดย ณ เดือน ธ.ค. 68 อยู่ที่ -0.28% ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งคาดว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H69),
กลยุทธ์การลงทุน: ดักเก็งกำไรหุ้นรับข่าวดี
• กลุ่มรับอานิสงส์หากภาษีผิดกฎหมาย: แนะนำหุ้นไทยที่เคยถูกกระทบจากมาตรการภาษี เช่น กลุ่มส่งออก (DELTA, KCE, HANA, CCET, CPF, TU, ITC) และ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA, AMATA),
• โอกาสในตลาดต่างประเทศ: แนะนำเก็งกำไร DR ในตลาดที่ถูกเรียกเก็บภาษีสูง เช่น INDIA01 (อินเดีย), HK01 (จีน/ฮ่องกง), E1VFN3001 (เวียดนาม) รวมถึงหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มนำเข้าอย่าง COSTCO19 และ AMZN80
• เกาะกระแสท่องเที่ยวจีน: ปริมาณการเดินทางในจีนช่วงปีใหม่เติบโตถึง 15.5% YOY แนะนำหุ้นกลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยวที่มีสถิติปรับตัวขึ้นดีในเดือน ม.ค.-ก.พ. เช่น ATOUR LIFESTYLE (ATAT US) และ CHINA TOURISM DUTY FREE (1880 HK)