Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : WHA ลุ้นรายได้ปีนี้โตทะลุเป้า 20% / SCC ลั่นยอดขายปีนี้โต 7%

2,393

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (24 ตุลาคม 2561)

WHA ลุ้นรายได้ปีนี้โตทะลุเป้า 20% หลังเตรียมเซ็นสัญญาขายที่ดินลูกค้ารายใหญ่ 4-5 ราย รวมราว 2 พันไร่ คาดพื้นที่คลังสินค้าให้เช่าปีนี้ ทะลุเป้า 2.5 แสนตร.ม. หลังลูกค้ารายใหญ่รอเซ็นสัญญากว่า 1.1 แสนตร.ม. เล็งชงบอร์ดอนุมัติแผนงาน 5 ปี (ปี 62-66) ภายใน พ.ย. นี้ เตรียมออกหุ้นกู้มูลค่า 6-7 พันลบ. ภายในครึ่งปีแรกของปี 62 หวังนำเงินไปรีไฟแนนซ์เงินกู้ - ลดต้นทุนการเงิน  เตรียมเซ็น MOU กับ ยูนนานกรุ๊ป ศึกษาเส้นทางโลจิสติกส์โครงการ BRI จีน 6 พ.ย. นี้ 

 

 

 

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า บริษัทฯคาดว่ารายได้ปีนี้ (2561) มีแนวโน้มเติบโตกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 20% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 12,409.96 ล้านบาท เนื่องจากในขณะนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างเตรียมเซ็นสัญญาขายที่ดินกับลูกค้ารายใหญ่ประมาณ 4-5 ราย รายละ 300-400 ไร่ รวมที่ดินทั้งหมดที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญา ประมาณ 2,000 ไร่ และในเบื้องต้นบริษัทฯคาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาได้ 1 รายภายในสิ้นปีนี้

 

นอกจากนี้บริษัทฯมียอดรอโอนที่ดิน 200-300 ไร่ จำนวน 1 ราย มูลค่ารวมประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมกับลูกค้ารายใหญ่ที่รอเซ็นสัญญา คาดว่าจะสามารถโอนได้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งถ้าหากบริษัทฯสามารถที่จะเซ็นสัญญากับลูกค้าตามจำนวนดังกล่าว จะส่งผลให้รายได้ของบริษัทฯสามารถเติบโตทะลุเป้าหมายที่ 20% ได้

 

ขณะที่สถาการณ์สงครามการค้า (Trade War) ระหว่างสหรัฐ-จีน ที่มีความยืดเยื้อ มองว่าจะส่งผลดีกับบริษัท เนื่องจากลูกค้าจีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ และลูกค้าต่างประเทศที่ทำธุรกิจในจีนย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย โดยขณะนี้มีลูกค้าจีนมาเจรจาขอซื้อดินที่ดิน และเช่าพื้นที่คลังสินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริษัทฯมีนิคมอุตสาหกรรมในหลายพื้นที่รวมถึงใน EEC ที่วามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก

 


พร้อมกันนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าให้บริการพื้นที่คลังสินค้าเช่าในปี 2561 ไม่ต่ำกว่า 250,000 ตารางเมตร โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ทำสัญญาเช่าไปแล้วกว่า 60,000 ตารางเมตร และในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาบริษัทได้เซ็นสัญญาเช่าพื้นที่กับนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติมอีก 130,000 ตารางเมตร ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทได้ให้บริหารพื้นที่เช่าไปแล้วกว่า 190,000 ตารางเมตร อีกทั้งในขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาและรอเซ็นสัญญากับนักลงทุนรายใหญ่ต่างประเทศ 2 ราย ซึ่งมีความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้า 40,000 -50,000 ตารางเมตร 1 ราย และ 60,000 ตารางเมตร อีก 1 ราย คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนไม่เกินปลายปีนี้

 


สำหรับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของบริษัทในประเทศไทยปัจจุบัน บริษัทฯมีพื้นที่ทั้งหมดรวมกัน 9 แห่ง และกำลังจะเปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง ที่จังหวัดระยอง ภายในไตรมาส 4/2561 ซึ่งจะทำให้ในปีนี้บริษัทฯมีนิคมอุตสาหกรรมรวมกันทั้งหมด 10 แห่ง ขณะที่ต่างประเทศ บริษัทฯมีนิคมอุตสาหกรรมในประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซียโดยบริษัทฯอยู่ระหว่างเตรียมเซ็น MOU ในประเทศเวียดนามกับลูกค้า 40 ไร่ ภายในสิ้นปีนี้ และในปีหน้าบริษัทคาดว่า จะสามารถเซ็น MOU ในประเทศเวียดนามเพิ่มอีก 100 ไร่

 


อีกทั้งบริษัทฯอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนด้านโลจิสติกส์ในลาวอีกด้วย และในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ บริษัทฯเตรียมเข้าไปเซ็นสัญญา(MOU) กับ "ยูนนานกรุ๊ป" ในงานเซี่ยงไฮ้อินเตอร์เนชั่นเนลอิมพอร์ตเอ็กซ์โป ในการร่วมศึกษาเส้นทางโลจิสติกส์ยูนนาน สปป.ลาว และไทย (Belt and Road Initiative หรือ BRI ) ร่วมกัน เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมร่วมกันในอนาคต

 

ขณะเดียวกันบริษัทฯ เตรียมออกหุ้นกู้มูลค่า 6,000-7,000 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 เพื่อนำเงินไปรีไฟแนนซ์หุ้นกู้เดิมที่ได้ออกไป และลดต้นทุนดอกเบี้ย จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 4% นอกจากนี้บริษัทฯ เตรียมนำแผนการดำเนินงาน 5 ปี (2562-2566) ที่บริษัทได้มีการเพิ่มเป้าหมายรายได้ เข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่ออนุมัติแผนงานดังกล่าว เนื่องจากการสนับสนุนการลงทุนในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC), การเลือกตั้งชัดเจนมากขึ้น

 

ส่วนกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท หรือ WHART ที่ได้ประกาศเพิ่มทุนครั้งที่3 เพื่อเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่4 มูลค่าไม่เกิน 4,464.50 ล้านบาท โดยหลังเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้ขนาดสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 32,800 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเสนอขายได้ในช่วงเดือน พฤศจิกายนนี้และสามารถรับรู้รายได้เข้ามาในบริษัทฯในช่วงไตรมาส 4/2561 โดยการเพิ่มทุนดังหล่าวบริษัทได้มีการขายสินทรัพย์จำนวน 4 โครงการ แบ่วออกเป็นโครงการภายใต้การบริหารของบริษัท ได้แก่ โครงการ WHA Mega Logistics Center และโครงการ DSG HSIL จังหวัดสระบุรี ในอีก 2 โครงการที่เหลือเป็นโครงการร่วมทุน ได้แก่ Central WHA Mega Logistics Center (วังน้อย 63) และโครวการ WHA KPN Mega Logistics Center (บางนา-ตราด กม.23) เป็นต้น

 

อีกทั้งบริษัทฯ ได้ยื่นขอประกาศเขต อี-คอมเมิร์ซ พาร์ค (E-Commerce Park) ในนิคมอุตสาหกรรม จ.ฉะเชิงเทรา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพื้นที่ในนิคมดังกล่าวมีพื้นที่จำนวน 232 ไร่ ซึ่งมีลูกค้าซื้อพื้นที่ไปแล้วกว่า 160 ไร่ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ใน 2-3 เดือนจากนี้ เพื่อหวังสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

 


ด้านนายปิยะพงศ์ พินธุประภา กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมนเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) กล่าวว่า บริษัทฯคาดว่ามูลค่าสินทรัพย์ในอีก 2 ปีข้างหน้า (2562-2563) จะสามารถเติบโตแตะ 40,000 ล้านบาท จากสิ้นปีนี้ที่อยู่ที่ 32,800 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯได้มีการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเฉลี่ย 150,000 ตารางเมตร/ปี หรือเติบโต 11-12% และมีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 4,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินที่บริษัทฯเข้สไปลงทุนนั้นเป็นการลงทุนในทรัพย์สินของ WHA และการลงทุนในทรัพย์สินภายนอก WHA โดยเฉพาะในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งบริษัทฯมองว่าในอนาคตจะมีความต้องการสร้างคลังสินค้าจำนวนมากในพื้นที่ดังกล่าว



ขณะเดียวกันบริษัทฯมีสัดส่วนเงินกู้อยู่ที่ประมาณ 30% ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมด และในระยะกลางบริษัมฯจะพยายามรักษาสัดส่วนการกู้ไม่ให้เกิน 35% ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมด โดยบริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ มูลค่า 3,800 ล้านบาท ในช่วงปลายไตรมาส 1/2562 หรือต้นไตรมาส 2/2562 เพื่อเป็นการควบคุมต้นทุนทางการเงิน ในทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทฯมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3%

---------------------------------------------------------------------------------------------

 

ด้าน SCC คาดยอดขายปีนี้โต 7%  จากปีก่อนที่ทำได้ 4.82  แสนลบ. ประเมินความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ปีนี้ โต 5% หลังความต้องการเพิ่มขึ้น  เล็งปรับลดงบลงทุน ปี 62 จากเดิม 5-6 หมื่นลบ. เหตุ เศรษฐกิจโลกผันผวน คาดชัดเจนสิ้นปี 61

 

 

ด้านนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) SCC เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดยอดขายปี 2561 จะเติบโตราว 7% จากปีก่อนที่มียอดขายอยู่ที่ 482,449.47 ล้านบาท โดย 9 เดือนที่ผ่านมาบริษัทฯมียอดขาย 361,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งในปีนี้บริษัทฯ คาดว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ภายในประเทศเฉลี่ยทั้งปีจะเติบโตราว 5% ตามโครงการของภาครัฐบาลและเอกชน ที่คาดความต้องการใช้จะเพิ่มขึ้นจากโครงการของภาครัฐบาลที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคเอกชนยังคงมีการลงทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้คาดว่าช่วงไตรมาส 4/2561 ยอดขายจะเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

 

"ความต้องการปูนซีเมนนต์ยังถือว่าเติบโตค่อนข้างมาก โดยบริษัทฯคาดว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ปีนี้จะเติบโตราว 5% จากเดิมคาดโต 1-3% เพราะได้รับแรงหนุนจากโครงการลงทุนต่างๆของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบกับธุรกิจในส่วนอื่นๆ ทั้งธุรกิจปิโตรเคมี และธุรกิจแพคเกตจิ้ง ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไตรมาส 4/2561 ธุรกิจปูนซีเมนต์เรายังคงไปได้ดี จากโครงการภาครัฐและเอกชน ขณะนี้ยังไม่มีโครงการไหนที่ชะลอตัว ประกอบกับมีโครงการในการลงทุนค่อนข้างเยอะ ก็จะช่วยหนุนยอดขายรวมเราได้" นายรุ่งโรจน์ กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนการส่งออกจาก ธุรกิจปิโตรเคมีอยู่ที่46% ธุรกิจปูนซีเมนต์ 30% และธุรกิจแพคเกจจิ้ง 20%

 

ขณะที่บริษัทฯเล็งส่งออกสินค้าประเภทปิโตรเคมีไปยังประเทศจีนมากขึ้น หลังเกิดปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน โดยบริษัทฯมองว่าเป็นโอกาสในการส่งออกสินค้าไปยังจีนกับสหรัฐได้มากขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกจฝสินค้าปิโตรเคมีไปจีน 5% อย่างไรก็ตามบริษัทฯอยู่ระหว่างวางแผนปรับลดงบลงทุนปี 2562 จากเดิมที่วางไว้ราว 5-6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศมีความผันผวน ตามเศรษฐกิจโลก หลังเกิดประเด็นสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ขณะนี้ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ โดยแผนดังกล่าวคาดว่าจะมีความชัดเจนสิ้นปี2561

 


" เรากำลังอยู่ในช่วงวางแผนปรับลดงบการลงทุนปี 2562 สำหรับโครงการที่วางไว้แล้ว เช่นโครงการปิโตรเคมีที่เวียดนามและโครงการปิโตรเคมีที่ไทย รวมทั้งอาจมีบางโครงการที่ต้องชะลอการลงทุนเช่นกัน ตลอดจนบางโครงการในอนาคตเราอาจมีการ่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพในการลงทุน" นายรุ่งโรจน์ กล่าว

 

ส่วนความคืบหน้าโครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP ในเวียดนาม เริ่มดำเนินการออกแบบวิศกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ และเตรียมที่ดินสำหรับการก่อสร้างแล้ว หลังเสร็จสิ้นการลงนามสัญญาเงินกู้กับ 6 สถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งแรกปี 2566 จะสามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ และประเมินว่าในปี 2567 จะสร้างยอดขายได้เต็มประสิทธิภาพหรือราว 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

อนึ่ง SCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2561 ไตรมาสที่ 3/2561 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 122,518 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสเดียวกันของปี ก่อนจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีกำไรสำหรับงวด 9,473 ล้านบาท ลดลง 20% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ และส่วนต่างราคาที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอลส์

 


ผลการดำเนินงานงวดเก้าเดือนของปี 2561 มีรายได้จากการขาย 361,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากงวดเดียวกันของปี ก่อนจากทุกกลุ่มธุรกิจโดยมีกำไรสำหรับงวด 34,281 ล้านบาท ลดลง19% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ตามผลการดำเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอลส์ และการด้อยค่าสินทรัพย์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม เท่ากับ 592,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2560 จำนวน 18,987 ล้านบาท

 

WHA      SCC

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

"UBE" ลุยส่งนวัตกรรมฟลาวมันสำปะหลัง "แป้งทอดกรอบ ทาสุโกะ" ไร้กลูเตน-ผงชูรส-กรอบนาน เอาใจคนเลิฟของทอดแต่รักสุขภาพ

"UBE" ลุยส่งนวัตกรรมฟลาวมันสำปะหลัง "แป้งทอดกรอบ ทาสุโกะ" ไร้กลูเตน-ผงชูรส-กรอบนาน เอาใจคนเลิฟของทอดแต่รักสุขภาพ

TPCH มั่นใจผลงานโตต่อเนื่อง

TPCH มั่นใจผลงานโตต่อเนื่อง

HotNews: ADVANC กลืน 3BB ซื้อหน่วยลงทุน JASIF มูลค่ารวม 32,420 ลบ.

บอร์ด ADVANC อนุมัติเข้าซื้อกิจการ ทริปเปิลที บรอดแบนด์ -ซื้อหน่วยลงทุน JASIF

มัลติมีเดีย

กูรูแจกหุ้นเด็ด ประจำเดือน มิถุนายน 2565

ติดตามข่าววงการหุ้น News feed แบบเรียลไทม์ได้แล้วที่ http://www.hooninside.com/ #รู้ลึก​ #รู้จริง​ #คลุกวงในสไตล์กล้

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้