Today’s NEWS FEED

News Feed

KBANK คาดสัปดาห์หน้า ( 9-13 พ.ย. 69) เงินบาทเคลื่อนไหว ที่ระดับ 33.10-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ

63


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (6 พฤศจิกายน 2569 ) ---- ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท


เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนท่ามกลางแรงขายดอลลาร์ฯ รับผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนท้ายสัปดาห์ตามภาวะ Risk-off ในตลาดหุ้น


เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดในช่วงที่เหลือของปี (ประกอบกับน่าจะมีแรงหนุนทางอ้อมเพิ่มเติมจากแรงเทขายเงินยูโร หลัง Fitch ปรับลดมุมมองที่มีต่ออันดับเครดิต A+ ของฝรั่งเศสมาเป็น “Negative” จากประเด็นความอ่อนแอทางเศรษฐกิจและ ฐานะการคลัง)

อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกแข็งค่าผ่านแนว 33.50 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 33.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกและสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับสกุลเงินเอเชียในภาพรวมแข็งค่าขึ้นสวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงรับท่าทีที่เปิดรับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังเผชิญแรงขายและอ่อนค่ากลับลงมาตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยในการเลือกตั้งกลางเทอมและครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ซึ่งตลาดมองว่าจะเพิ่มข้อจำกัดต่อการผลักดันนโยบายลดภาษีและการใช้จ่ายเพิ่มเติมของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณ Risk-off ในตลาดหุ้นฝั่งเอเชีย และแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชั่นก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ

 

ในวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.55 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (30 ต.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 2-6 พ.ย. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 4,998 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 10,982 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 11,885 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 903 ล้านบาท)

 

สัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-13 พ.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.10-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนต.ค. อาทิ CPI, PPI และการส่งออก และจีดีพีไตรมาส 3/2569 ของอังกฤษและยูโรโซนด้วยเช่นกัน

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

SUEN โรดโชว์ชลบุรี ย้ำศักยภาพธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจร ก่อนขายหุ้น IPO

SUEN โรดโชว์ชลบุรี ย้ำศักยภาพธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจร ก่อนขายหุ้น IPO

ร่วงระนาว By : แม่มดน้อย

เช้าที่ผ่านมาหุ้นไทยร่วงระนาว ตามทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ หลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มผู้ผลิตชิปโดนเทขายอย่าง...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้