Today’s NEWS FEED

News Feed

ส.อ.ท. เตือน SMEs รู้ทัน 'Credit Term ใหม่' มีผลแล้ว เปิด 5 หลักเกณฑ์สำคัญเสริมสภาพคล่อง ป้องกันถูกยื้อจ่าย

99

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (6 พฤศจิกายน 2569 ) ---- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ชวนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทำความเข้าใจหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ฉบับใหม่ ตามประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่กับ SMEs เพิ่มความชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขและระยะเวลาการชำระค่าสินค้าและบริการ ตลอดจนลดปัญหาการชำระเงินล่าช้าที่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนของผู้ประกอบการ
 
นายวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) กล่าวว่า หลักเกณฑ์ Credit Term ฉบับใหม่ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมทางการค้า โดยเฉพาะการลดภาระด้านสภาพคล่องของผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิต ค่าจ้างแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจระหว่างรอรับชำระเงินจากคู่ค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว
"Credit Term ที่เป็นธรรม ไม่ใช่เพียงเรื่องระยะเวลาชำระเงิน แต่เป็นการสร้างสมดุลทางการค้าระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่กับ SMEs เพื่อให้ทุกฝ่ายเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน"
 
นายวีรชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรม จะช่วยให้ SMEs สามารถวางแผนบริหารกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระการจัดหาเงินทุนหมุนเวียน และสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่างคู่ค้า ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่และ SMEs ควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างระบบการค้าที่เป็นธรรมและเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมไทย
สำหรับ Credit Term หรือระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า เป็นเงื่อนไขที่ผู้ขายยินยอมให้ผู้ซื้อชำระเงินภายหลังการส่งมอบสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินธุรกิจระหว่างคู่ค้า อย่างไรก็ตาม การกำหนดระยะเวลาชำระเงินที่ยาวนานเกินความเหมาะสมอาจสร้างภาระทางการเงินให้แก่ SMEs แม้จะส่งมอบสินค้าหรือบริการเรียบร้อยแล้วก็ตาม
 
เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและดำเนินธุรกิจได้อย่างสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ฉบับใหม่ ส.อ.ท.
จึงสรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ SMEs ควรรู้ ดังนี้
  1. Credit Term 30 - 45 วัน ใช้กับธุรกรรมประเภทใด
    หลักเกณฑ์กำหนดกรอบระยะเวลาชำระเงินไม่เกิน 30 วัน สำหรับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้นที่มีกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน และไม่เกิน 45 วัน สำหรับการค้า การผลิต และบริการทั่วไป ภายใต้ขอบเขตของประกาศ ทั้งนี้ หากคู่ค้ามีข้อตกลงกำหนดระยะเวลาชำระเงินที่สั้นกว่าอยู่แล้ว ให้ใช้ระยะเวลาตามข้อตกลงที่สั้นกว่านั้น
อย่างไรก็ตาม กรอบระยะเวลา 30 - 45 วันไม่ใช่ข้อกำหนดใหม่ แต่ประกาศฉบับนี้ได้เพิ่มความชัดเจนเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ซื้อรายใหญ่ โดยเฉพาะการแจ้งสิทธิและขั้นตอนการชำระเงินให้แก่ SMEs ทราบอย่างชัดเจน
  1. ไม่ใช่ SMEs ทุกรายหรือทุกธุรกรรมที่อยู่ภายใต้ประกาศ
    หลักเกณฑ์ดังกล่าวมุ่งกำกับธุรกรรมทางการค้าระหว่างผู้ซื้อรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกขนาดใหญ่ กับผู้ขายที่เข้าเกณฑ์ SMEs โดยผู้ซื้อที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของประกาศต้องมีรายได้จากการประกอบธุรกิจในประเทศในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งรวมถึงรายได้ของกิจการที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการ
สำหรับผู้ขายต้องเข้าเกณฑ์ SMEs ทั้งด้านการจ้างงานและรายได้ ได้แก่ กิจการภาคการผลิตที่มีการจ้างงานไม่เกิน 200 คน และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 500 ล้านบาท หรือกิจการภาคบริการ ค้าส่ง และค้าปลีก ที่มีการจ้างงานไม่เกิน 100 คน และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 300 ล้านบาท
ดังนั้น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองและคู่ค้า รวมถึงลักษณะของธุรกรรมทางการค้า เพื่อให้สามารถใช้สิทธิตามหลักเกณฑ์ได้อย่างถูกต้อง
  1. วันเริ่มนับ Credit Term สำคัญไม่แพ้จำนวนวัน
    การนับระยะเวลาชำระเงินเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้ขายส่งมอบสินค้าหรือให้บริการตามจำนวน ประเภท และคุณภาพมาตรฐานที่ตกลงกัน พร้อมส่งมอบเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน สำหรับการฝากขาย (Consignment) ให้เริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ขายสินค้าครบตามจำนวน หรืออัตราที่ตกลงกันตามธรรมเนียมการค้าปกติ
ทั้งนี้ SMEs ควรจัดทำและเก็บรักษาหลักฐานการส่งมอบสินค้า การรับงาน และเอกสารวางบิลให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งเกี่ยวกับวันเริ่มนับระยะเวลาชำระเงิน และใช้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบสิทธิหากเกิดข้อพิพาททางการค้า
  1. ผู้ซื้อรายใหญ่มีหน้าที่ชัดเจน และมีโทษหากฝ่าฝืน
    1. ผู้ซื้อรายใหญ่มีหน้าที่แจ้งสิทธิในการรับชำระเงินภายในระยะเวลา Credit Term ที่กำหนด รวมถึงแสดงขั้นตอนการชำระเงินให้ SMEs ทราบอย่างชัดเจน
      พฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ได้แก่ การประวิงการชำระเงินเกินกำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร การเปลี่ยนแปลงระยะเวลา Credit Term หรือเงื่อนไขอื่นในสัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่แจ้งให้คู่ค้าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน
นอกจากนี้ ประกาศยังห้ามการกำหนดเงื่อนไข Credit Term ในสัญญาสำเร็จรูปแบบเดียวกันกับ SMEs ทุกรายอย่างไม่เป็นธรรม แต่ไม่ได้ห้ามการใช้สัญญาสำเร็จรูปโดยทั่วไป ทั้งนี้ หากข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์เป็นเรื่องที่ผู้ซื้อรายใหญ่รู้เห็นโดยเฉพาะ ผู้ซื้อรายนั้นต้องชี้แจงและแสดงหลักฐานต่อ กขค.
ผู้ซื้อรายใหญ่ที่ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์อาจถูกปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือไม่เกิน 1 ล้านบาท หากเป็นปีแรกของการประกอบธุรกิจ
  1. ข้อยกเว้นและหลักฐานทางการค้าเป็นสิ่งที่ต้องรู้
    กรอบระยะเวลาชำระเงิน 30 หรือ 45 วัน อาจมีข้อยกเว้นในบางกรณี หากมีเหตุผลอันสมควรทางธุรกิจ การตลาด หรือเศรษฐศาสตร์ที่สามารถรับฟังได้ และเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา ดังนั้น การกำหนดระยะเวลาชำระเงินเกินกรอบดังกล่าวจึงไม่ได้หมายความว่าเป็นการกระทำผิดในทุกกรณี
SMEs ควรกำหนดเงื่อนไขและระยะเวลาชำระเงินร่วมกับคู่ค้าเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมจัดเก็บเอกสารสำคัญ เช่น สัญญา ใบสั่งซื้อ หลักฐานการส่งมอบสินค้า และเอกสารวางบิล เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบสิทธิและข้อเท็จจริงในกรณีเกิดข้อพิพาท
 
หากผู้ประกอบการพบพฤติกรรมทางการค้าที่อาจเข้าข่ายไม่เป็นธรรม สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า โดยเลือกเมนู "ร้องเรียน" หรือ "ร้องเรียนพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม"
 
ส.อ.ท. เน้นย้ำว่า การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ Credit Term อย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยลดปัญหาการชำระเงินล่าช้า แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยผู้ซื้อรายใหญ่ควรทบทวนกระบวนการจัดซื้อ การรับมอบสินค้า และระบบการชำระเงินให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการคำนึงถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีเสถียรภาพ และสนับสนุนการเติบโตของ SMEs ไทยอย่างยั่งยืน
 
 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

SUEN โรดโชว์ชลบุรี ย้ำศักยภาพธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจร ก่อนขายหุ้น IPO

SUEN โรดโชว์ชลบุรี ย้ำศักยภาพธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจร ก่อนขายหุ้น IPO

ร่วงระนาว By : แม่มดน้อย

เช้าที่ผ่านมาหุ้นไทยร่วงระนาว ตามทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ หลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มผู้ผลิตชิปโดนเทขายอย่าง...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้