Today’s NEWS FEED

News Feed

ส.อ.ท. หนุน "วราวุธ" ปราบโรงงานผิดกฎหมายเต็มกำลัง ชี้ต้องตรวจจับ–สั่งหยุด–ปิดโรงงานตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

38

 
 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (5 พฤศจิกายน 2569 ) ----สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ยืนยันจุดยืนสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อโรงงานที่กระทำผิดด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและการจัดการของเสียไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมสนับสนุนการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด รวมถึงการพิจารณาสถานภาพสมาชิกที่กระทำผิดร้ายแรง ย้ำการเป็นสมาชิก ส.อ.ท. ไม่ใช่เกราะคุ้มครองผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งนี้ มุ่งยกระดับระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อคุ้มครองประชาชน สิ่งแวดล้อม และผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริต
 
นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change ของ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ส.อ.ท. ยืนยันจุดยืนสนับสนุนการทำงานของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในการเร่งตรวจสอบและปราบปรามโรงงานที่ประกอบกิจการผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม การรับของเสียเกินขีดความสามารถที่ได้รับอนุญาต การจัดการของเสียไม่เป็นไปตามเงื่อนไข และการฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าหน้าที่ หากพบพยานหลักฐานชัดเจน ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทั้งการสั่งหยุดประกอบกิจการ การดำเนินคดี ตลอดจนการสั่งปิดโรงงานหรือเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ไม่เปิดโอกาสให้ผู้จงใจทำผิดสร้างความเสียหายซ้ำ
จากสถานการณ์ปัญหาการลักลอบทิ้งและการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง ส.อ.ท. มีความห่วงใยต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน สิ่งแวดล้อม รวมถึงความเชื่อมั่นต่อภาคอุตสาหกรรมไทย
ส.อ.ท. เห็นว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบหรือสั่งปิดโรงงานที่กระทำผิดเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ตลอดกระบวนการ พร้อมย้ำว่าการตรวจจับและการใช้มาตรการทางกฎหมายต้องเกิดผลจริง ควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้ของเสียหลุดรอดจากระบบและการติดตามฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น
นายปรีดากล่าวว่า "ประเทศไทยต้องส่งเสริมผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง และจัดการกับผู้ประกอบการที่จงใจทำผิดอย่างจริงจัง เพราะการเติบโตของอุตสาหกรรมไทยต้องไม่แลกมาด้วยความเสียหายต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมจัดการของเสียที่มีมาตรฐาน แต่จะไม่สนับสนุนหรือปกป้องผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด" พร้อมย้ำว่า "การสั่งหยุดหรือปิดโรงงานที่กระทำผิดตามเงื่อนไขกฎหมาย ไม่ใช่การทำลายอุตสาหกรรม แต่เป็นการปกป้องประชาชน สิ่งแวดล้อม และผู้ประกอบการที่สุจริต รัฐต้องเอาผิดผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง ส่วนสภาอุตสาหกรรมฯ จะไม่เป็นเกราะคุ้มครองให้ใครใช้สถานะสมาชิกหลีกเลี่ยงความรับผิด"
 
4 จุดยืนสำคัญของ ส.อ.ท. ต่อการแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรม
  1. สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาดต่อผู้กระทำผิด
  2. สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยบูรณาการการทำงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบโรงงานเป้าหมายและเส้นทางการเคลื่อนย้ายของเสียตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้ก่อกำเนิด ผู้ขนส่ง จนถึงผู้รับจัดการ พร้อมดำเนินคดีเมื่อพบพฤติการณ์เข้าข่ายความผิด
ทั้งนี้ มาตรา 39 กำหนดอำนาจให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้ได้รับมอบหมาย สามารถสั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว และให้ผู้ประกอบกิจการแก้ไขปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตามคำสั่ง สามารถพิจารณาสั่งปิดโรงงานได้ โดยสำหรับโรงงานจำพวกที่ 3 คำสั่งปิดโรงงานมีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามที่กฎหมายกำหนด
นอกจากนี้ หากพบการกระทำผิดทางอาญาหรือความผิดตามกฎหมายอื่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง ไม่ให้การชำระค่าปรับเป็นเพียงทางออกสำหรับการกระทำผิดที่สร้างความเสียหายร้ายแรง พร้อมติดตามการปฏิบัติตามคำสั่ง ป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และให้ผู้ก่อมลพิษรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการและฟื้นฟูความเสียหายตามกฎหมาย โดยต้องดำเนินการอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
  1. ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด และมีมาตรการด้านสมาชิกภาพอย่างจริงจัง
  2. ยืนยันว่า การเป็นสมาชิกองค์กรไม่ใช่เครื่องรับรองหรือเกราะคุ้มครองผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมาย หากตรวจสอบพบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานชัดเจนว่าสมาชิกมีพฤติการณ์จงใจฝ่าฝืนกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง เช่น การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม การประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่จนก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท. จะไม่เพิกเฉยหรือให้การปกป้องอย่างเด็ดขาด
    พร้อมดำเนินการตรวจสอบและเสนอให้คณะกรรมการผู้มีอำนาจพิจารณามาตรการทางวินัยสูงสุด รวมถึงการลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิก ส.อ.ท. หากเข้าเงื่อนไขตามข้อบังคับและผ่านกระบวนการพิจารณาที่เป็นธรรม ตลอดจนไม่ให้การสนับสนุนหรือรับรองการประกอบกิจการที่ยังฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจะไม่ออกหนังสือรับรอง ไม่ใช้ความสัมพันธ์ภายในองค์กรเพื่อขอผ่อนปรน และไม่แทรกแซงการตรวจสอบหรือการดำเนินคดีของหน่วยงานภาครัฐ
  1. ยืนยันหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายและต้องรับผิดชอบ (Polluter Pays Principle: PPP)
  2. สนับสนุนการบังคับใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย โดยเฉพาะตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 ซึ่งกำหนดความรับผิดชอบของผู้ก่อกำเนิดของเสียจนกว่าจะมีการจัดการแล้วเสร็จตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
    การส่งกากอุตสาหกรรมออกจากโรงงานไม่ได้หมายความว่าผู้ก่อกำเนิดจะสิ้นสุดความรับผิดชอบทันที แต่ต้องตรวจสอบผู้รับดำเนินการ ติดตามการขนส่งและการจัดการของเสีย พร้อมมีหลักฐานยืนยันว่าของเสียได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง ขณะที่ผู้รับบำบัด กำจัด และรีไซเคิล ต้องรับผิดชอบการดำเนินงานตามกฎหมายและเงื่อนไขใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด
    นอกจากนี้ ส.อ.ท. เสนอให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมย้อนหลังเมื่อพบการลักลอบทิ้งหรือกำจัดอย่างผิดกฎหมาย เพื่อระบุผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยอาศัยพยานหลักฐานและความรับผิดตามกฎหมาย ไม่ปล่อยให้ภาระความเสียหายตกอยู่กับประชาชน ชุมชน หรือภาครัฐ
  3. ส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดการของเสียที่มีมาตรฐาน ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย
  4. เห็นว่าอุตสาหกรรมจัดการของเสียเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน จึงเสนอให้พัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และระบบตรวจสอบย้อนกลับ ควบคู่กับการส่งเสริมเทคโนโลยีการเปลี่ยนของเสียเป็นทรัพยากร (Waste-to-Resource) การสิ้นสุดการเป็นของเสีย (End of Waste) และการรีไซเคิลขั้นสูง (Advanced Recycling) รวมถึงการนำระบบดิจิทัลมาใช้ติดตามการเคลื่อนย้ายและการจัดการของเสียตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
พร้อมเสนอให้เปิดเผยข้อมูลผู้รับบำบัด กำจัด และรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม (Waste Processor) เพื่อให้โรงงานผู้ก่อกำเนิดของเสีย (Waste Generator) สามารถตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นได้ อาทิ สถานะใบอนุญาต ประเภทของเสียที่ได้รับอนุญาต ขีดความสามารถในการจัดการ และคำสั่งทางปกครองที่สามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมาย ตลอดจนเร่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลใบอนุญาต ปริมาณของเสียที่รับจริง และผลการจัดการ เพื่อให้ผู้ประกอบการตรวจสอบคู่ค้าได้ และช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถคัดกรองความเสี่ยงและตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
 
ส.อ.ท. พร้อมร่วมมือภาครัฐ ยกระดับระบบจัดการกากอุตสาหกรรม
นายปรีดากล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change ของ ส.อ.ท. พร้อมประสานเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุนข้อมูลทางเทคนิคและข้อเสนอในการพัฒนาระบบติดตามกากอุตสาหกรรม รวมถึงส่งเสริมให้สมาชิกตรวจสอบคู่ค้าและแจ้งเบาะแสที่มีพยานหลักฐานต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ โดยไม่ดำเนินการแทนเจ้าพนักงาน และไม่เปิดเผยข้อมูลที่อาจกระทบต่อกระบวนการสอบสวนหรือสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง
นายปรีดากล่าวย้ำว่า "ประเทศไทยต้องส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง และจัดการกับผู้ที่จงใจฝ่าฝืนกฎหมายอย่างจริงจัง การเติบโตของอุตสาหกรรมต้องไม่สร้างความเสียหายต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท. พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมจัดการของเสียที่ได้มาตรฐาน แต่จะไม่ปกป้องผู้กระทำผิดกฎหมาย เพราะ ส.อ.ท. ต้องยืนอยู่ข้างผู้ประกอบการที่สุจริต ไม่ใช่เป็นเกราะคุ้มครองผู้ที่จงใจฝ่าฝืนกฎหมาย"
 
 
 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

หลุด1500 By : แม่มดน้อย

เช้าที่ผ่านมาหุ้นไทย หลุด1500 จุด แรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานกดดัน หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงกว่า 9.3%สู่ระดับ 87.80....

จับตาเกมการเมืองโลก By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ออกมาไม่ผิดจากผลโพล เดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ครอง....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้