สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (5 พฤศจิกายน 2569 ) ----สมาคมการค้ายาสูบไทยขอขอบคุณและชื่นชมหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรที่เดินหน้าปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานปราบปรามตลอดปีงบประมาณ 2569
จากข้อมูลของกรมสรรพสามิตระบุว่ามีการปราบปรามการกระทำผิดสินค้าเกี่ยวกับสินค้ายาสูบสูงถึง 24,321 คดี คิดเป็นอันดับ 1 หรือราว 61.9% ของคดีสรรพสามิตทั้งหมด และตรวจยึดของกลางยาสูบได้กว่า 6.2 ล้านซอง หรือกว่า 124 ล้านมวน นอกจากนี้ กรมศุลกากร ได้เผยว่าสามารถจับกุมบุหรี่ผิดกฎหมายได้สูงถึง 104 ล้านมวน โดยผลงานของทั้ง 2 กรมสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายที่ยังสูงมากในประเทศไทย สมาคมฯ ย้ำว่าการสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสียเปรียบด้านต้นทุนของร้านค้าที่เสียภาษีและมีใบอนุญาตถูกต้อง พร้อมสนับสนุนการใช้ข้อมูลวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อขยายผลไปถึงต้นตอและเครือข่ายผู้กระทำผิด
นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย ยังได้ชื่นชมด่านศุลกากรช่องจอม ซึ่งดูแลจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ที่เดินหน้าปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างขันแข็ง เพราะปกติแล้วหากพูดถึงบุหรี่ผิดกฎหมาย คนจะนึกถึงภาคใต้เป็นอันดับแรก โดยไม่ทราบเลยว่าจริง ๆ แล้ว จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เป็นศูนย์กลางใหญ่ของบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่เป็นต้นตอของบุหรี่ผิดกฎหมายในไทยกว่า 3.4% เช่นกัน
"สถานการณ์บุหรี่ผิดกฎหมายที่ถูกลักลอบนำเข้าและวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจค้าปลีกรายย่อย ร้านโชห่วย และผู้ประกอบการที่ถือใบอนุญาตถูกต้องมาเป็นเวลานาน เนื่องจากต้องแบกรับภาระภาษีและต้นทุนที่สูงกว่า ขณะที่สินค้าผิดกฎหมายมีราคาถูกกว่ามาก ทำให้ร้านค้าสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดและลูกค้าประจำไปอย่างไม่เป็นธรรม การปราบปรามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐจึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับร้านค้า และควรดำเนินการต่อไปในทุกพื้นที่" นางสาวธัญญศรัณกล่าว
สมาคมฯ มองว่า ผลกระทบต่อร้านค้ารายย่อยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงยอดขายบุหรี่ เพราะการสูญเสียลูกค้าประจำที่มาซื้อบุหรี่ยังกระทบโอกาสในการขายสินค้าอื่นภายในร้านด้วย นอกจากนี้ ความสูญเสียโอกาสทางการค้าดังกล่าวยังกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ขบวนการบุหรี่เถื่อนเข้ามายุ่งเกี่ยวร้านค้าถูกกฎหมายให้เป็นหน้าร้าน จำหน่ายบุหรี่เถื่อนควบคู่ไปกับบุหรี่ถูกกฎหมาย ขบวนการดังกล่าวอาจกลายเป็นหนึ่งในเครือข่ายอาชญากรรมใต้ดินขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคมไทยอย่างรุนแรงในปัจจุบัน
ทั้งนี้ การกวาดล้างและจับกุมเครือข่ายผู้ค้าบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างจริงจังของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สร้างความเชื่อมั่นและส่งผลดีต่อร้านค้าที่ถูกกฎหมาย ช่วยรักษาฐานลูกค้าและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย หากปราศจากการปราบปรามที่เข้มงวดจากภาครัฐ สถานการณ์คงรุนแรงกว่านี้ สมาคมฯ จึงขอวิงวอนให้ยกระดับบทลงโทษให้ชัดเจน เพื่อเป็นตัวอย่างของผลจากการกระทำผิด พร้อมสืบสาวหาต้นตอเพื่อกวาดล้างขบวนการค้าบุหรี่เถื่อนให้ถึงที่สุด
สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า สมาคมฯ ขอเตือนว่าร้านค้าที่ถูกกฎหมายไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย เนื่องจากการขายบุหรี่ที่ไม่เสียภาษีถือเป็นความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5 - 15 เท่าของค่าภาษี (ต้องไม่ต่ำกว่า 800 บาท) หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ที่ค้าขายอย่างถูกกฎหมายจึงควรยึดมั่นในแนวทางที่ถูกต้องต่อไป